กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: หวานละไม...ชัยภูมิ..ตอน ความในใจ

  1. #1

    รอบยิ้มพิมใจ หวานละไม...ชัยภูมิ..ตอน ความในใจ


    นทีมองบ้านใต้ร่มเงาครึ้มหลังนั้น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะบางทีเขาก็ว่าเขาทำถูกหรือผิดที่มายืนอยู่ที่นี่เวลานี้ ตอนนี้หวานละไมคงไปทำงานแล้ว

    เสียงแคนหวานแกมเศร้าลอยตามสายลมมา เสียงผู้หญิงสี่ห้าคนพูดกันดังขรม เอาน่าคงไม่มีอะไรหรอก เขาเดินเข้าไปในตัวบ้านภาพหญิงวัยกลางคนกำลังย้อมผ้าโดยมีบิดาของหญิงสาวกำลังเป่าแคน ทำนองเศร้าสร้อย เขาอดไม่ได้ที่บันทึกภาพเหล่านั้นไว้ ร่างของชราคนหนึ่งในห้วงควาทรงจำกลับเข้ามาเหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคออยู่ดีเขาก็นึกอยากร้องไห้

    มาหยังหล่า ใครคนหนึ่งในจำนวนนั้น เอ่ยทัก มือของเธอยังไม่ละจากการย้อมสีผ้าในกะละมัง เสียงแคนหยุดชั่วขณะสายตาคูู่นั้นจ้องมองมาที่เขา

    ครับ ผมเอ่อ อยู่ๆดีเขาก็รู้สึกพูดไม่ออกวงศ์์อินเดินออกมาที่ข้างนอกตัวเรือน ได้มองแคนในมืือผูู้สููงวัยกว่า

    ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณอาครับ คุณอายุ่งมั้ยครับ ชายหนุ่มพููดหัวใจเต้นระรัวเมื่อวาน หลอดบอกเขาว่า พ่อของหวานละไมเป็นอดีตอาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งคนในหนองส่องแมวให้ความยำเกรงพอๆกับกำนันสมานพ่อของจ้อน และวงศ์อินก็เป็นคนดุมากเขาไม่ชอบให้ใครมาเกาะแกะกับุตรสาว แม้จะรู้ดีว่าจ้อนหมายปองในตัวบุตรสาว แต่วงศ์อินก็ไม่ได้ยินดีในตัวจ้อนเพราะชอบทำตัวเป็นอันธพาลไปวันๆ ที่ที่จ้อนไม่กล้าไปก็คือที่ๆมีวงศ์อินอยู่

    ในศาลาริมคลองขุดในตัวบ้านดูร่มรื่นแต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกหนาวเข้าไปในกระดูก เพราะสายตาคนที่อยู่ตรงหน้ามองมาที่เขาราวกับอ่านใจออก

    มีอะไร หรือพ่อหนุ่ม

    เรียนเป่าแคนยากมั้ยครับคุณอา

    ยาก แต่ถ้าจะเรียนก็เรียนได้ ทำไมอยากเรียนเหรอ อาว่าคุณเรียนเป่าแซกโซโฟนจะดูเท่กว่านะ

    ผมอยากเป่าให้ได้สักเพลง ถ้าผมเป่าได้ ผมจะได้เป่าให้แม่ฟังบ้าง เสียงแคนเป็นเสียงที่แม่ผมอยากฟัง

    นทีคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้กอดรูปตาไว้อกเขาในตอนนั้นทำได้ดีทีสุดคือการปลอบแม่ว่า ไม่เป็นไรฮะแม่ หรือแม้แต่บางครั้งการตื่นขึ้นมากลางดึกภาพแม่ลูบคลำแคนที่ไร้เสียง เกืือบทำให้ใจเขาร้องไห้ตาม ครั้นเขาถาม แม่บอกสั้นๆว่า แม่คิดถึงตา คิดถึงบ้าน คิดถึงเสียงแคน คิดถึงแม่น้ำสายที่แม่จากมา ชื่อลูกๆแม่มีความหมายเดียวกันหมดนั่นก็คือน้ำ แม่หวังจะให้มันเป็นน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงหัวใจแม่นั่นเอง

    สอนผมเป่าแคนสักเพลงได้ไหมครับ ถ้าวันหนึ่งแม่ผมเกิดอยากฟังผมจะได้เป่าให้เธอฟังได้ นทีพูดพลางจ้องมองผู้สูงวัยกว่า อีกฝ่ายมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน

    ดูคุณรักแม่คุณมากนะ เป็นลูกครึ่งที่หัวใจเต็มไทย อดปลื้มใจแทนไม่ได้ ก็็ได้ แต่ต้องมาเรียนทุกวันนะห้ามหยุด อยู่เมืองไทยนานมั้ยกว่าจะกลับ

    ประมานเกือบสองเดือนได้ครับ ผมจะตั้งใจเรียน ชายหนุ่มยิ้มหมดไปอีกเรื่องแล้วเขาคิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเเรื่องนี้แหละที่ชี้ชะตาหัวใจของเขามันเสี่ยงมากถ้าพ่อของหล่อนไม่พอใจเขา แต่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่

    มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาติคุณอาครับ

    ว่ามา มีอะไรล่ะ

    พรุ่งนี้ ผมจะไปทำงานที่เขื่อนจุฬาภรณ์ ผมอยากให้คุณไมไปด้วย ผมก็เลยมาขออนุญาติคุณอาครับ

    มึึงกล้าหลายบักหัวแดง วงศ์อินคิดในใจเขามองชายหนุ่มไม่วางตา แม้แต่จ้อนก็ยังไม่กล้าที่จะมาเหยียบประตูบ้าน ไอ้ที่จะนั่งคุยกันแบบนี้ก็ไม่มีเลย

    เพราะอะไร ล่ะคุณไปกับบักหลอดก็ได้นี่ ทำไมอาต้องให้ลูกสาวไปกับคุณด้วย

    เพราะผมอยากให้เธอไปกับผมครับ นทีพููดมันเสี่ยงมากแต่ก็ดีกว่าไม่พูดอะไรไป

    แล้วไมเขาอยากไปมั้ย คุณไม่ไปถามเขาล่ะ มาขออนุญาติอาทำไม

    เพราะผมรักลูกสาวคุณอาจริงๆนะสิครับ และที่ผมมาก็เพราะว่ามันคงดีกว่าถ้าคุณอาจะรู้ เพราะคุณอาเป็นพ่อของผู้หญิงที่ผมรัก เุรื่องที่เธอจะรักผมไหมมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเธอไม่ได้รักผม ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่เวลาที่มีอยู่ผมอยากให้เธอรู้ว่าเธอมีค่ากับหัวใจของผม

    เสียงหัวเราะออกมาจากลำคอผู้สูงวัยกว่า คิ้วหนาเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาฉายแววน่ากลัว นทีนั่งนิ่งไม่ใช่เขากินดีหมีหัวใจเสือแต่เพราะเขากลัวจนก้าวขาไม่ออกต่างหาก

    ให้โอกาสผมด้วยเถิดครับ ถ้าเธอไม่รักผม ผมก็จะไปโดยที่ไม่มีห่วง แต่ถ้าหากเธอรักผม ผมก็จะได้ทำให้ลูกสาวคุณอาได้มีความสุขเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้คนรักของเขามีความสุขได้

    คุนเป็นคนแรกนะที่พูดแบบนี้กับอา ก็ได้ เมื่อคุณมาขอแบบลูกผู้ชาย อาก็จะให้โอกาส

    แสดงว่าคุณอา อนุญาติให้คุณไมไปกับผมเหรอครับ สีหน้าของนทีเปลี่ยนไปดวงตาบ่งบอกประกายความสุขออกมาชัดนักเขาอยากเข้ากอดวงศ์อินเหลือเกิน

    แต่ว่าอาและครอบครัวลุงสีต้องไปด้วย สีหน้านั้นชะงักเล็กน้อย ไม่เป็นไรมันแค่ขั้นแรกในหัวใจเขาตอนนี้เหมือนมีใครมาตีกลองหรือเต้นระบำออกศึกเพราะความดีใจนั่นเอง

    ...........................

    เย็นวันนั้นหลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จแล้วหวานละไม ได้รับคำตอบจากปากบิดาว่าพรุ่่งนี้จะพาแม่ เเละเธอไปเที่ยวที่เขื่่อนจุุฬาภรณ์ทั้งนี้จะมีครอบครัวลุงสีีไปด้วย แน่นอน นทีเป็นหนึ่งในนั้น หญิงสาวนั่งอยูู่ที่ศาลาริมน้ำ ฟังเพลงจากวิทยุเครื่องเล็ก เธอถือปิ่่นที่นทีให้ในมือ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมักจะฉายแววตาเเห่งรักออกมาเสียทุกครั้ง แต่หวานละไมเองก็ได้แต่บอกตััวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    นทีเป็็นนักเดินทางถ้าหากเขาเดินทางต่อบางทีเธออาจจะเป็นเพียงเศษเสี้้ยวหนึ่งของบันทึกของเขาก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นหัวใจเธอล่ะ มันจะเป็นยังไง และเธอก็็ไม่คิิดว่่าเขาจะกล้้า แม้แต่จ้อนนักเลงประจำถิ่นที่เฝ้่าหมายปองในตัวเธอ ก็ยังไม่กล้าที่จะเขาใกล้รัศมีที่บิดาเธออยู่ แต่นทีกลับเข้ามาแม้จะรู้ว่าบิดาเธอดุุขนาดไหนแต่เขาก็็ยังมา

    เสีียงขิมของแแม่แววหวานไปกับแแคนของพ่่อมัันทำให้ใจของเธอนั่นลอยไปหาใครบางคน แม่กับพ่่อก็ต่างกันแต่เพราะรักให้คนได้้มารักแและอยู่ด้วยกัน พ่อเป็นลูกอีสานขนานแท้ส่วนแม่เป็นสาวชาวกรุง ดููๆแแล้วท่านทั้งสองไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยแต่คงมีหัวใจเท่านั้นมั้งที่ตรงกันเธอเผลอท่องกลอนออกมาเบาๆคลอเสียงดนตรีที่พ่อกับแม่เล่น

    O งามปีกผีเสื้อลาย..บินว่าย..วน

    ฤๅ- ต่างหัวใจคน..เฝ้าค้นหา-

    ความอ่อนหวานอ่อนไหว..แวว-นัยน์ตา

    เพื่อยกยอคุณค่าสู่อารมณ์



    O พลิ้วปีกบางโบกบินล้อมกลิ่นมาลย์

    เสพรสหวานเรณู..เข้าสู่สม

    วูบไหวพลิ้วแผ่วมา..แววตาคม-

    ราวรอล่มความคิดอีกจิตใจ



    O กี่รสหวานกลิ่นหอมแวดล้อมที่-

    ฤๅ- เท่าหอมหวานนี้..เขามีให้

    ปีกผีเสื้อบอบบางที่กลางไพร-

    ฤๅ-อาจโบกปีกไหว..เท่าใจคน



    เสียงแคนหยุุดตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ หวานละไมเองก็แทบไม่รู้ตัวเพราะกำลังอยู่ในห้วงความคิดอยู่จนกระทั่่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

    มานั่่งตากยุงเฮ็ดหยังลูก ไปไปนอนได้แล้ว ค่ำแล้วยุงมันหลาย วงศ์อินเอาผ้้าขาวม้าพัดไล่ยุงไปมา

    มันฮ้อนไมนอนบ่หลับเลย

    บ่ทันฮอดยามคือฮ้อนไวแท้ เป็นอีหยัังลูก หือ...ผู้เป็นพ่อถามหวานละไมช้อนตามองพ่อ

    เธอปิดความหมายในดวงตานั้นไม่มิดกับบิดา วงศ์อินเลือกที่จะไม่บอกเรื่องทั้งหมดที่คุยกับนที การที่เลือกมือซักคู่เพื่อวางหัวใจทั้งดวงของเขามันเป็นเรื่องยากสำหรับ ''พ่อคนหนึ่ง'' สิ่งที่เขาชอบในตัวนทีก็็คือ ความกล้าที่จะรัก มันทำให้บุตรสาวที่อยู่ตรงหน้าเขามีค่ามากมายพอที่ใครคนหนึ่งจะรักได้ รอยยิ้มจุดอยู่ที่มุมปาก

    บ่อยากไปเที่ยวล่ะม้างนี่ มานั่งขัดปานเด็กน้อย

    บ่แม่น ไมกำลังคิิดบาดอ้ายจ้อนขี่รถผ่านหน้าบ้านพ่อกะเคียดให้เลา แต่กับ....หญิงสาวหยุดอยู่เพียงครู่มือข้างหนึ่งลูบที่เส้นผมยาวเพียงแต่เบามือเหมือนครั้งที่เธอเป็นเด็กเล็กๆ

    ไม มื้อหนึ่งพ่อสิบอกลูกดอก เอ...สิบ่ไปแม่นบ่นี่ืหือ....

    จ้าไปๆ ไมไปดอกอีพ่อนี่แมะ หวานละไมยิ้มก่อนเดินไปในบ้านดวงหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอาย

    เธอสวนกับมารดาเพียงครู่ มณีมัยทำหน้้างงๆก่อนที่จะเอ่ยกับบสามีที่เพิ่งเดินตามหลังมา

    วงศ์คะ ลูกเป็นอะไรไม่สบายรึปล่าวหน้าแดงเชียว

    อ๋อ..ลูกเป็นโรครักษาไม่หายต้องใช้ยาใจรักษาแทนน่ะมณี วงศ์พูดพลางยิ้มก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป

    เป็็นอะไรอีกล่ะนี่สองคนพ่อลูก เฮ้อ ผู้เป็นแม่ถอนหายใจเบาๆ




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=SJExZvakGKM
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 05-08-2011 at 10:41.

  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    ติดตามค่ะ ติดตาม ....ก็ติดตามอ่านไงจ้า
    ม่วนดีมากกกกกกกกก จ้า

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •