หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 18

หัวข้อ: ตู้ยาข้างบ้าน - ชุดยาบำรุงธาตุ

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน - ชุดยาบำรุงธาตุ




    ตู้ยาข้างบ้าน - ชุดยาบำรุงธาตุ

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน พยอม


    (จะค่อยๆ นำเสนอไปเรื่อยๆ นะคะ
    เป็นแนวทางในการใช้สมุนไพรข้างบ้านให้เป็นประโยชน์นะคะ)





    ต้นพยอมที่ยามออกดอกส่งกลิ่นหอมอบอวลตลบไปทั่วไพร

    เราจำได้ว่า คนมีอายุมากหน่อยที่กินหมาก จะถากเปลีอกขยอมหรือพยอม
    ไปสีฟัน ตอนกินหมากเสร็จ


    ในพื้นที่นาข้าพเจ้า เนื่องจากติดกับป่า ต้นพยอมจะมีประมาณเกือบสิบต้น
    ส่งกลิ่นหอมตลบยามเข้าไปที่ป่าในน่า หอมชื่นใจ


    แม่บอกว่า ให้ถากเปลือกขยอมมาด้วย จำได้ว่าเราค่อยๆ นำมีดไปถากออกมาจากต้น แล้วแม่ก็นำมาตากแดด เก็บไว้ไปฝากญาติที่อยู่ต่างบ้าน


    แม่เราชอบแจกอยู่แล้ว อะไรที่แจกได้เป็นต้องแจกเลย

    โตขึ้นมาหน่อย เราก็ไม่ค่อยได้สนใจพยอมมากนัก

    จนวันหนึ่งได้แต่งกลอน ที่ขึ้นต้นด้วยหอมเอยหอมดอกพยอม


    ถึงได้รู้ว่าพยอมเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธ์


    ทำให้รู้ต่อไปอีกว่าคำขวัญประจำจังหวัดกาฬสินธุ์


    เมืองฟ้าแดดสูงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์ล้านปี




    คราวนี้เลี้ยวเข้าเรื่องนะคะ



    มารู้จัก พยอม ดอกไม้หอม




    ตู้ยาข้างบ้าน - ชุดยาบำรุงธาตุ



    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Shorea roxburghii G.Don.

    วงศ์ : Dipterocarpaceae

    ชื่อสามัญ White - Meranti

    ชื่ออื่น ขะยอม พะยอม พะยอมแดง แคน(ร้อยเอ็ด) พะยอมทอง(สุราษฎร์ธานี – ปราจีนบุรี) ยางหยวก (น่าน)




    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ของพยอม

    นิเวศวิทยา ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ตลอดจนป่าดิบแล้งทั่วไปแทบทุกภาค ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 60 - 1200 เมตร

    ไม้ต้นผลัดใบ แตกกิ่งจำนวนมาก เป็นใบเดี่ยวเรียงเรียบสลับ



    ดอก

    ดอกจะช่อใหญ่สีขาว มีกลิ่นหอม ออกตามกิ่งและที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบโคนเชื่อมติดกัน เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม.

    ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ในช่วงเดือน ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์



    ต้น

    สูง 15 – 30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม กลม เปลือกหนา สีน้ำตาลหรือเทา แตกเป็นร่องยาวตามลำต้น



    ใบ

    ใบ เดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้าง 3 – 4 เซนติเมตร ยาว 8 – 10 เซนติเมตร โคนมน ปลายมน หรือหยักเป็นติ่งสั้น ๆ ดอก สีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผล มีปีกยาว 3 ปีก ปีกสั้น 2 ปีก


    ผล

    ผล รูปกระสวยปลายแหลมมีปีกยาว 3 ปีก ปีกสั้น 2 ปีก



    ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด เด็ดปีกออกก่อนนำไปเพาะ





    มีสรรพคุณทางยา


    เปลือกต้น


    เปลือกต้น รสฝาด ต้มดื่มแก้ท้องร่วง แก้ลำไส้อักเสบ ฝนทาสมานบาดแผล ชำระแผลทุบใส่น้ำตาลสดกันบูด


    ดอก

    ดอก รสหอมสุขุม ปรุงเป็นยาแก้ลม บำรุงหัวใจ ลดไข้ โดยนำดอกที่แก่ไปตากแห้งก่อน แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม ขนาดที่ใช้คือ ดอกพยอมแห้ง 1 กรัม ต้มกับน้ำ 1 กา ใช้ดื่มเวลาที่อ่อนเพลีย บำรุงธาตุ และบำรุงหัวใจ






    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 08-09-2011 at 02:28.

  2. #2
    Banned

    วันที่สมัคร
    Oct 2010
    กระทู้
    798
    บล็อก
    4
    แม่พยอมลืมบ้านนาไปหลงเมืองฟ้าแล้วลืมถิ่น

    จำได้เมื่อสมัยตอนเป็นเด็ก
    ตัวเล็กเล็กวิ่งเล่นยังแก้ผ้า
    ก็ออกไปเล่นกันตามทุ่งนา อิอิตอนนี้ไม่แก้ผ้านะคะ
    เก็บไม้ป้าดอกไม้นามาดมดอม
    ดอกพยอมเป็นพวงย้อยห้อยระย้า
    ขาวงามตาเจิดจ้าพากลิ่นหอม...
    โอ่โอ..โอ้..เจ้าพวงพยอม
    ข้ายอมสิ้นกลิ่นหอมของเจ้า เอยยยย...

  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ หนึ่ง
    แม่พยอมลืมบ้านนาไปหลงเมืองฟ้าแล้วลืมถิ่น

    จำได้เมื่อสมัยตอนเป็นเด็ก
    ตัวเล็กเล็กวิ่งเล่นยังแก้ผ้า
    ก็ออกไปเล่นกันตามทุ่งนา อิอิตอนนี้ไม่แก้ผ้านะคะ
    เก็บไม้ป้าดอกไม้นามาดมดอม
    ดอกพยอมเป็นพวงย้อยห้อยระย้า
    ขาวงามตาเจิดจ้าพากลิ่นหอม...
    โอ่โอ..โอ้..เจ้าพวงพยอม
    ข้ายอมสิ้นกลิ่นหอมของเจ้า เอยยยย...

    ......................................


    อิอิ.....น่ารักจังเลยน้องหนึ่ง..........5555

  4. #4
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    ปล.แม่พยอมลืมบ้านนาไปหลงเมืองฟ้าแล้วลืมถิ่น

    จำได้เมื่อสมัยตอนเป็นเด็ก
    ตัวเล็กเล็กวิ่งเล่นยังแก้ผ้า
    ก็ออกไปเล่นกันตามทุ่งนา อิอิตอนนี้ไม่แก้ผ้านะคะ
    เก็บไม้ป้าดอกไม้นามาดมดอม
    ดอกพยอมเป็นพวงย้อยห้อยระย้า
    ขาวงามตาเจิดจ้าพากลิ่นหอม...
    โอ่โอ..โอ้..เจ้าพวงพยอม
    ข้ายอมสิ้นกลิ่นหอมของเจ้า เอยยยย...

    สอนลุงหน่อยอาหนึ่งลุงเ้วาบ่เป็น

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน จันลูกหอม


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน จันลูกหอม



    ตู้ยาข้างบ้าน  ตอน จันลูกหอม



    ชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros decandra Lour.

    วงศ์ EBENACEAE

    ชื่ออื่น จันลูกหอม จันขาว จัน อิน




    ลำต้น


    ไม้ต้น ขนาดเล็กถึง ขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ สูง 10 - 20 เมตร
    เรือนยอดทรงกลมหรือรูปกระสวย หนาทึบ ลำต้นตรง เนื้อไม้สีขาว


    เปลือก


    ปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลเข้มอมดำหรือเทา แตกเป็นสะเก็ด กิ่งก้านเหนียว


    ใบ


    ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 1 - 3 ซม. ยาว 3 - 10 ซม.ปลายใบสอบหรือแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบมน แผ่นใบบาง ใบอ่อนมีขนยาวสีแดง แผ่นใบเรียบเป็นมันลื่น สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 3-5 เซนติเมตร


    ดอก


    ดอกแยกเพศอยู่ต้นเดียวกัน ดอกสีขาวนวล กลีบดอกเชื่อมติดกันสั้นๆ เล็กออกเป็นช่อ สีขาวหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม


    ผล


    ผลจะมีลักษณะ กลมหรือแป้นเมื่อแก่มีกลิ่นหอม มีรสหวานและฝาดเล็กน้อย รับประทานได้ โดยที่


    ถ้าผลเป็น รูปกลมแป้นเรียกว่า ลูกจัน ไม่มีเมล็ด
    ผลกลม เรียกว่าอิน มีเมล็ด ผิวเรียบ
    ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอม รับประทานได้
    ที่ขั้วผลมีกลีบเลี้ยงติดทน


    นิเวศวิทยา พบขึ้นตามป่าดิบแล้ง ขึ้นในที่ชุ่มชื้นทั่วไป ทางภาคกลางนิยมปลูกตามวัด


    ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด




    สรรพคุณทางสมุนไพร


    เนื้อไม้


    เนื้อไม้ มีรสขมหวาน บำรุงธาตุ บำรุงประสาท บำรุงผิวพรรณ แก้ธาตุพิการ ปอด ตับ ดีพิการ ขับพยาธิ แก้ร้อนใน


    นำเนื้อไม้มาตากให้แห้ง แล้วนำไปต้มดื่ม วันละ 3 ครั้ง นอกจากจะทำให้สดชื่นแล้วยังเป็นยาบำรุงธาตุ และบำรุงหัวใจ




    .............................................








  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน มะตูม-Bae


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน มะตูม-Bael




    ตู้ยาข้างบ้าน  ตอน มะตูม-Bae



    มะตูม





    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aegle marmelos (L.) Corr. Serr.

    วงศ์ : Rutaceae


    ชื่ออื่น : มะปิน (ภาคเหนือ) กระทันตาเถร ตุ่มเต้ง ตูม (ปัตตานี) มะปีส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)




    ต้นมะตูมเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดชัยนาท




    มะตูม


    เป็นไม้ผลยืนต้นพื้นเมืองในพื้นที่ป่าดิบ แล้วบนเนินเขาและที่ราบในอินเดียตอนกลางและตอนใต้ พม่า ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล เวียดนาม ลาว และกัมพูชา

    โดยที่มีการนำไปเพาะปลูกทั่วไปในอินเดีย รวมทั้งในศรีลังกา แหลมมลายูตอนเหนือ เกาะชวา และฟิลิปปินส์

    จัดเป็นพืชเพียงสปีชีส์เดียวที่อยู่ในจีนัส Aegle


    ลำต้น


    เป็นไม้ต้น มีหนามแหลมอยู่ทั่วไป สูง 10 - 18 เมตร เปลือกต้นสีเทา แตกเป็นร่องตามยา



    ใบ


    ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยใบปลาย รูปไข่ กว้าง 2-6 ซม. ยาว 5-14 ซม. ปลายใบแหลม แผ่นใบบางเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ก้านใบย่อยใบปลายจะยาวกว่าใบที่คู่กัน


    ดอก


    ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกมี 4 กลีบ โคนติดกัน ปลายแยกเป็น 4 แฉก รูปไข่กลับยาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีขาวนวล มีน้ำเมือก มีกลิ่นหอม


    ผล


    ผล รูปรีกลมหรือยาว ผิวเรียบเกลี้ยง ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกเป็นสีเขียวอมเหลือง เนื้อในสีส้มปนเหลือง นิ่ม เปลือกหนาแข็ง เรียบและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-15 เซนติเมตร บางผลมีเปลือกแข็งมากจนต้องกระเทาะเปลือกออกโดยใช้ค้อนทุบ เนื้อผลเหนียวข้น มีกลิ่นหอม และมีเมล็ดจำนวนมาก


    เมล็ด


    เมล็ด จะมีขนหนาปกคลุม



    สรรพคุณทางยา


    ส่วนที่ใช้ : ผลโตเต็มที่ ผลแก่จัด ผลสุก ผลอ่อน ใบ ราก




    ผลโตเต็มที่ - ฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงรับประทาน แก้ท้องเดิน ท้องเสีย ท้องร่วง โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก


    ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก - น้ำมาเชื่อมรับประทานต่างขนมหวาน จะมีกลิ่นหอม และรสชวนรับประทาน บำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม


    ผลสุก - รับประทานต่างผลไม้ เป็นยาระบายท้อง และยาประจำธาตุของผู้สูงอายุ ที่ท้องผูกเป็นประจำ


    ใบ - ใส่แกงบวช เพื่อแต่งกลิ่น


    ราก - แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข้ ขับลม แก้มุตกิต



    วิธีและปริมาณที่ใช้



    ใช้ผลโตเต็มที่ ฝานตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม ใช้ 2-3 ชิ้น ชงน้ำเดือดความแรง 1 ใน 10 ดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด 2 ถ้วยแก้ว ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว




    สารเคมี



    ผลมะตูม ประกอบด้วยสารที่มีลักษณะเป็นเมือกๆ คือ mucilage, pectin, tannin, volatile oil และสารที่มีรสขม

    เปลือกผลสด เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมัน ร้อยละ 0.02



    ใบ มี aegeline (steroidal alkaloid) aeglenine, coumarin

    ใบสด เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.5







    .............................................








  7. #7
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน มะพร้าว









    มะพร้าว (Coconut = โคโคนัท)





    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cocos nucifera L.

    วงศ์ : Arecaceae

    ชื่อสามัญ : Coconut


    ชื่อท้องถิ่น:

    จันทบุรี เรียก ดุง กาญจนบุรี เรียก โพล แม่ฮ่องสอน เรียก คอส่า ทั่วไป เรียก หมากอุ๋น หมากอูน จีน เรียก เอี่ยจี้








    มะพร้าว


    มะพร้าว เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งของประเทศไทย

    เนื่องจากคนไทยรู้จักใช้เนื้อมะพร้าวในการบริโภคเป็นอาหารทั้งคาวและหวานในชีวิตประจำวัน


    ซึ่งจากสำนักงานสถิติแห่งชาติได้เคยสำรวจพบว่า ประชากรไทย 1 คน จะบริโภคเนื้อมะพร้าวประมาณปีละ 8,273.2 กรัม หรือประมาณ 18 ผล/คน/ปี


    ปัจจุบันประเทศไทยมีพลเมืองประมาณ 55 ล้านคน จะใช้ผลมะพร้าวประมาณ 990 ล้านผล หรือประมาณ 65% ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนที่เหลือประมาณ 35% ของผลผลิตทั้งหมด หรือ 489 ล้านผล

    ในรูปอุตสาหกรรมหรือส่งออกต่อไป


    ซึ่งสามารถแบ่งกล่มอุตสาหกรรมมะพร้าวใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ


    1. ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อการบริโภค เช่น อุตสาหกรรมมะพร้าวแห้งอุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าว อุตสาหกรรมกะทิเข้มข้น อุตสาหกรรมมะพร้าวขูดแห้ง อุตสาหกรรมน้ำตาลมะพร้าว


    2. ผลิตภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภค เช่น อุตสาหกรรมเส้นใยมะพร้าว อุตสาหกรรมแท่งเพาะชำ อุตสาหกรรมเผาถ่านจากกะลามะพร้าว อุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าว

    ผลผลิตมะพร้าวแต่ละปีจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 2,700 ล้านบาท คิดแล้วมูลค่ามหาศาล ซึ่งเราไม่ควรที่จะละเลยและ ควรเร่งหาทางในการส่งเสริมและพัฒนามะพร้าวอีกต่อไป





    ลักษณะโดยทั่วไป



    มะพร้าว เป็นพืชยืนต้น ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ผลประกอบด้วยเอพิคาร์ป (epicarp) คือเปลือกนอก ถัดไปข้างในจะเป็นมีโซคาร์ป (mesocarp) หรือใยมะพร้าว ถัดไปข้างในเป็นส่วนเอนโดคาร์ป (endocarp) หรือกะลามะพร้าว ซึ่งจะมีรูสีคล้ำอยู่ 3 รู สำหรับงอก ถัดจากส่วนเอนโดคาร์ปเข้าไปจะเป็นส่วนเอนโดสเปิร์ม หรือที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าว ภายในมะพร้าวจะมีน้ำมะพร้าว ซึ่งเมื่อมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มก็จะดูดเอาน้ำมะพร้าวไปหมด

    ขณะที่มะพร้าวยังอ่อน ชั้นเอนโดสเปิร์ม (เนื้อมะพร้าว) ภายในผลมีลักษณะบางและอ่อนนุ่ม ภายในมีน้ำมะพร้าว ซึ่งในระยะนี้เรามักสอยเอามะพร้าวลงมารับประทานน้ำและเนื้อ เมื่อมะพร้าวแก่ ซึ่งสังเกตได้จากการที่เปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ชั้นเอนโดสเปิร์มก็จะหนาและแข็งขึ้น จนในที่สุดมะพร้าวก็หล่นลงจากต้น


    มะพร้าวสามารถขึ้นได้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่ขึ้นได้ดีในดินที่มีสภาพเป็นกลางหรือเป็นกรดเล็กน้อยคือ (pH ระหว่าง 6-7 ) ลักษณะดินร่วน หรือร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี มีฝนตกกระจายสม่ำเสมอแทบทุกเดือน อากาศอบอุ่น หรือค่อนข้างร้อน และมีแสงแดดมาก



    ประโยชน์ของมะพร้าว และสรรพคุณทางยา


    ผลมะพร้าวอ่อน จะมีน้ำอยู่ภายใน เรียกว่าน้ำมะพร้าว ใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม นอกจากนี้น้ำมะพร้าวยังมีคุณสมบัติปลอดเชื้อโรค และเป็นสารละลายไอโซโทนิก ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำน้ำมะพร้าวไปใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดเวน ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำหรือปริมาณเลือดลดผิดปกติได้


    น้ำมะพร้าว สามารถนำไปทำวุ้นมะพร้าวได้ โดยการเจือกรดอ่อนเล็กน้อยลงในน้ำมะพร้าว
    เนื้อในของมะพร้าวแก่ นำไปทำกะทิได้ โดยการขูดเนื้อในเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วบีบเอาน้ำกะทิออก กากที่เหลือจากการคั้นกะทิ ยังสามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้


    ยอดอ่อนของมะพร้าว หรือเรียกอีกชื่อว่า หัวใจมะพร้าว (coconut’s heart) สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้ ซึ่งยอดอ่อนมีราคาแพงมาก เพราะการเก็บยอดอ่อนทำให้ต้นมะพร้าวตาย ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกยำยอดอ่อนมะพร้าวว่า 'สลัดเจ้าสัว' (millionaire's salad)


    ใยมะพร้าว นำไปใช้ยัดฟูก ทำเสื่อ หรือนำไปใช้ในการเกษตร


    น้ำมันมะพร้าว ได้จากการบีบหรือต้มกากมะพร้าวบด นำไปใช้ในการปรุงอาหารหรือนำไปทำเครื่องสำอางก็ได้ และในปัจจุบันยังมีการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย


    กะลามะพร้าว นำไปใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ กระดุม ซออู้ ฯลฯ


    ก้านใบ หรือทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาดทางมะพร้าว


    จั่นมะพร้าว (ช่อดอกมะพร้าว) ให้น้ำตาล


    จาวมะพร้าว ใช้นำมาเป็นอาหารได้ ในจาวมะพร้าวมีฮอร์โมนออกซิน และฮอร์โมนอื่นๆแต่ มี ฮอร์โมนออกซินปริมาณมากที่สุด ซึ่งเมื่อนำไปคั้น และนำน้ำที่ได้จากจาวมะพร้าว ไปรดต้นพืช จะช่ยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชได้


    น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวใช้ถ่ายพยาธิได้


    เปลือกหุ้ม รากมะพร้าว ใช้รักษาโรคคอตีบได้


    น้ำมันจากกะลามะพร้าว ใช้รักษาโรคผิวหนังได้



    ความเชื่อ





    ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ได้กำหนดให้ปลูกมะพร้าวบริเวณทิศตะวันออกของบ้านเพื่อให้เป็นสิริมงคล


    คนที่เกิดปีชวด ปีเถาะ ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ก็จัดให้มะพร้าวเป็นมิ่งขวัญของคนที่เกิดในปีดังกล่าว นอกจากนี้ การล้างหน้าศพด้วยน้ำมะพร้าว ก็เพรามีความเชื่อว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำบริสุทธิ์


    ในพิธีกรรมทั้งทางพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ จะจัดให้มีมะพร้าวอ่อนเป็นเครื่องสังเวย เพราะมีความเชื่อว่ามะพร้าวเป็นตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์ และน้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การชำระล้างและการดื่มเพื่อเป็นสิริมงคล








    .............................................







    [/QUOTE]

  8. #8
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน โด่ไม่รู้ล้ม


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน โด่ไม่รู้ล้ม




    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน โด่ไม่รู้ล้ม



    โด่ไม่รู้ล้ม





    ชื่อพื้นเมือง โด่ไม่รู้ล้ม

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Elephantopus scab L..

    วงศ์ : COMPOSITAE

    ชื่อสามัญ : หนาดมีแคลน, หนาดผา, ตะชีโกวะ, หญ้าไก่นกคุ่ม, หนาดผา,ขี้ไฟนกคุ่ม





    ลักษณะทั่วไป



    ด้นโด่ไม่รู้ล้ม เป็นวัชพืชขึ้นปะปนกับหญ้า


    ลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อน ต้นแข็ง ตั้งตรง


    ใบ เดี่ยว เรียงเวียนสลับที่โคนใกล้ผิวดิน ขอบใบหยัก มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน


    ดอกช่อ แบบช่อกระจุกแน่น ก้านช่อดอกยาว ดอกสีม่วงหรือขาว

    การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด



    สรรพคุณ


    ใช้ทำยาแก้ไอ วัณโรค แก้ไข้เหน็บชา บำรุงหัวใจ บำรุงกำหนัด ห้ามเลือดกำเดา ขับน้ำเหลืองเสีย แก้ปัสสาวะพิการ


    ลำต้นและใบ เป็นยาบำรุงเลือด ทำให้อยากอาหาร เหมาะสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    รากและใบต้ม เป็นยารักษาโรคบิด ท้องร่วง ช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการเจ็บหน้าอก กินแก้กามโรค ส่วนราก หากนำมาตำผสมกับพริกไทยจะแก้อาการปวดฟันได้ หรือนำมาต้มทานหลังคลอด แก้อาเจียนได้



    วิธีใช้


    ใช้ - ต้มดื่มต่างน้ำ

    ข้อแนะนำ ไม่ควรต้มแบบเข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้มวนท้องได้



    สารสกัดด้านเคมี


    มีรายงานว่าสารสกัดของโด่ไม่รู้ล้มมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งไวรัส ต้านความเป็นพิษต่อตับ ลดความดันโลหิต ต้านการอักเสบ แก้ปวด แก้ไข้(แต่ไม่ดีนัก) ต้านการเกิดเนื้องอก ระงับการเกิดพิษที่ตับ ป้องกันไม่ให้ตับอักเสบจากสารพิษ


    นอกจากนี้


    โด่ไม่รู้ล้ม บางคนปลูกไว้เพื่อป้องกันเสนียดจัญไร มักปลูกไว้ริมรั้ว






    .............................................








  9. #9
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน บอระเพ็ด


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน บอระเพ็ด




    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน บอระเพ็ด




    บอระเพ็ด





    ชื่อพื้นเมือง บอระเพ็ด

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa Miers ex Hook F. & Thomas

    วงศ์ : Menispermaceae

    ชื่อสามัญ : ทางเหนือ เรียก เครือเขาฮ้อ จุ่งจิว, หนองคายเรียก เจตมูลหนาม, สระบุรี ตัวเจตมูลย่าน เถาหัวด้วน, อุบลราชธานี หางหนู, จันทบุรี จุกโรหินณี





    ลักษณะทั่วไป



    ไม้เถา เถากลอมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 1.5 เซ็นติเมตร พาดพันเลื้อยไป เถามีตุ่มปมทั่วไป ปลายเถาปุ่มปมจะน้อย มีรสขมมาก


    เปลือกเถาสีเทาอมเขียว เถาแก่เปลือกนี้จะร่อนหลุด มีรากอากาศดูคล้ายเส้นเชือกเล็ก ๆ สีน้ำตาล เส้นขอบใบเรียบ


    ใบ เป็นรูปหัวใจ


    ดอก ช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลือง ยอดตรงปมของลำต้นเป็นกระจุก


    ผล กลมรี ทุกส่วนมีรสขม โดยเฉพาะเถา



    สรรพคุณทางสมุนไพร


    ราก ใช้ถอนพิษไข้

    ต้น บำรุงกำลัง บำรุงธาติ เป็นยาอายุวัฒนะ เจริญอาหาร ปรับสมดุลในร่างกาย



    วิธีปรุงเป็นยาอายุวัฒนะ



    1 ใช้เถาบอระเพ็ดหั่นตากแห้ง บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานก่อนนอน 3 - 5 เม็ด


    2 ใช้เถอสดดองเหล้า ใช้บอระเพ็ดสดประมาณ 2 ขีด หั่นเป็นข้อๆ ใส่เหล้าดื่มวันละ 1 ถ้วยชา ก่อนอาหารเย็น

    3 นำบอระเพ็ดตากแห้ง แล้วบดใส่แคปซูลรับประทานวันละ 3 แคปซูล ก่อนอาหาร เช้า - เย็น



    วิธีใช้บอระเพ็ดแก้ไข้


    นำเถาสด ยาว 2 คืบ น้ำหนักประมาณ 30 - 40 กรัม

    ตำคั้นกับน้ำ ดื่มแต่น้ำ หรือใช้สับต้มกับน้ำดื่มครั้งเดียว

    วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า - เย็น หรือเมื่อมีอาการ



    สารเคมี


    มี bitter principle ชื่อ columbin, picroretin มีอัลคาลอยด์ tinosporine และอื่น ๆ



    ...........................................................




    เพิ่มเติม วิธีใช้บอระเพ็ดป้องกันหนูและนกพิราบกินเมล็ดข้าวหลังหว่าน


    เกษตรกรที่ทำนาแบบหว่าน มักจะประสบปัญหากับศัตรูทางธรรมชาติ ที่เข้ามาทำลายข้าวในระยะเวลาของการหว่าน กินเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวนมาก และศัตรูตัวหลักคือ หนูนา รวมถึงนกพิราบ


    ส่วนผสม


    1. บอระเพ็ดเถาแก่อายุ 1ปี 10 กิโลกรัม

    2. น้ำ 80 ลิตร

    3. เมล็ดพันธุ์ข้าว 3-4 ถัง

    4. รองสำหรับแช่เมล็ดพันธุ์



    วิธีทำ


    1. นำบอระเพ็ดไปสับเป็นท่อนเล็กๆ และทุบให้แหลก

    2. แช่บอระเพ็ดกับน้ำในรอง นาน 12 ชั่วโมง

    3. หลังจากนั้น นำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปแช่ในน้ำบอระเพ็ดนาน 12 โมง

    4. พอครบเวลาในการแช่ 12 ชั่วโมง ให้นำข้าวไปใส่กระสอบป่านหรือกระสอบปุ๋ย บ่มนาน 12 ชั่วโมง แล้วนำน้ำบอระเพ็ดหลังจากการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าว พรมลงไปบนข้าวก่อนนำไปหว่านในนา

    5 หรือจะใช้น้ำบอระเพ็ด คลุกเคล้ากับข้าวเปลือกก่อนไปหว่านก็ได้ค่ะ



    การใช้


    นำข้าวไปหว่าน โดยหว่าน 15 กิโลกรัม ต่อไร่เท่านั้น

    เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการแช่ด้วยบอระเพ็ด จะไม่มีหนูนา หรือ นกมารบกวนจิกกิน

    เนื่องจากความขมของบอระเพ็ด


    เทคนิคนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้เมล็ดพันธุ์โดนกิน และยังสามารถลดต้นทุนให้กับชาวนาได้อีกด้วยค่ะ






    .............................................








  10. #10
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน กุหลาบมอญ


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน กุหลาบมอญ




    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน กุหลาบมอญ




    กุหลาบมอญ





    ชื่อพื้นเมือง กุหลาบมอญ

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa × damascena Mill.

    วงศ์ : Rosaceae

    ชื่อสามัญ :






    ลักษณะทั่วไป



    ไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร


    ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ขนาดของหนามไม่สม่ำเสมอ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง


    ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่ ขอบใบหยักฟันเลื่อย

    ดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นดอกช่อ มีกลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ ปลายงุ้ม

    กลีบดอกสีชมพู ขาว กลิ่นหอม


    ผลเป็นผลกลุ่ม ใช้แต่งกลิ่นขนม




    กุหลาบมอญ เป็นดอกกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกง่าย และทนทานต่อโรต

    ส่วนใหญ่มักจะนำไปเป็นต้นตอ เพื่อเพาะพันธุ์กุหลาบพันธ์อื่นๆ


    นอกจากนี้ กุหลาบมอญยังทรงคุณค่าทางสมุนไพรด้วย ซึ่งปัจจุบันกุหลาบมอญเริ่มหายากมากขึ้น คนส่วนใหญ่หันมาปลูกกุหลาบพันธุ์ ซึ่งมักจะมีปัญหาเรืืองของหนอนและแมลงรบกวน




    ความเป้นมาของกุหลาบมอญ



    ชาวมอญนำมาปลูกสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    โดยได้มีการนำกุหลาบมอญเข้ามาปลูก ราวปี 2112 - 2133 ในกรุงศรีอยุธยา กุหลาบมอญเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม จึงสามารถนำมาสกัดเป็นหัวน้ำหอมได้




    สรรพคุณ


    ดอกสด กลั่นให้ได้น้ำมัน ใช้เข้าเครื่องยาแต่งกลิ่น


    กลีบดอกตากแห้ง

    เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงธาตู แก้ลม แก้อ่อนเพลีย

    จะทำให้รู้สึกสดชื่น หายอ่อนเพลีย


    .............................................








Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •