กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ตู้ยาข้างบ้าน ตอน สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด



    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน คำฝอย




    ตู้ยาข้างบ้านชุดนี้ เป็น สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด นะคะ


    สมันไพรชุดนี้ มี 3 ชนิดคือ


    1 คำฝอย
    2 กระเจี๊ยบ
    3 เสาวรส



    เรามาเริ่มที่ ดอกคำฝอยก่อนนะคะ





    คำฝอย




    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด





    ชื่อวิทยาศาสตร์ Carthamus tinctorius L.


    ชื่อวงศ์ Compositae


    ชื่อสามัญ Safflower, False Saffron, Saffron Thistle



    ชื่ออื่น : คำ คำฝอย ดอกคำ (เหนือ) คำยอง (ลำปาง)





    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :



    ไม้ล้มลุก สูง 40 - 130 ซม. ลำต้นเป็นสัน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรี รูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-5 ซม. ยาว 3-12 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ปลายเป็นหนามแหลม ดกช่อ ออกที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อบานใหม่ๆ กลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง ใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม สีขาว ขนาดเล็ก




    สรรพคุณ




    ดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล


    - รสหวาน บำรุงโลหิตระดู แก้น้ำเหลืองเสีย แก้แสบร้อนตามผิวหนัง
    - บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ขับระดู แก้ดีพิการ
    - โรคผิวหนัง ฟอกโลหิต
    - ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน



    เกสร

    - บำรุงโลหิต ประจำเดือนของสตรี
    เมล็ด
    - เป็นยาขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง ทาแก้บวม
    - ขับโลหิตประจำเดือน
    - ตำพอกหัวเหน่า แก้ปวดมดลูกหลังจากการคลอดบุตร



    น้ำมันจากเมล็ด

    - ทาแก้อัมพาต และขัดตามข้อต่างๆ



    ดอกแก่

    - ใช้แต่งสีอาหารที่ต้องการให้เป็นสีเหลือง



    วิธีและปริมาณที่ใช้


    ชาดอกคำฝอย ช่วยเสริมสุขภาพ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด โดยใช้ดอกแห้ง 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) ชงน้ำร้อนครึ่งแก้ว ดื่มเป็นเครื่องดื่มได้



    สารเคมี


    ดอก พบ Carthamin, sapogenin, Carthamone, safflomin A, sfflor yellow, safrole yellow


    เมล็ด จะมีน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว
    คุณค่าด้านอาหารในเมล็ดคำฝอย มีน้ำมันมาก สารในดอกคำฝอย พบว่าแก้อาการอักเสบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบางตัวได้



    หมายเหตุ


    ในประเทศจีน ดอกคำฝอย เป็นยาเกี่ยวกับสตรี ตำรับยาที่ใช้รักษาสตรีที่ประจำเดือนคั่งค้างไม่เป็นปกติ หรืออาการปวดบวม ฟกช้ำดำเขียว มักจะใช้ดอกคำฝอยด้วยเสมอ โดยต้มน้ำแช่เหล้า หรือใช้วิธีตำพอก แต่มีข้อควรระวังคือ หญิงมีครรภ์ ห้ามรับประทาน

    ใช้ดอกคำฝอยแก่ มาชงน้ำร้อน กรอง จะได้น้ำสีเหลืองส้ม (สาร safflower yellow) ใช้





    ………………………………………….






    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 13-09-2011 at 02:59.

  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ kung สาวขอนแก่น
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    บ้านหนองกุง ขอนแก่น
    กระทู้
    749
    ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ คะ พี่เล็ก

  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน กระเจี๊ยบแดง











    กระเจี๊ยบแดง





    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.

    วงศ์ : Malvaceae

    ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle

    ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ย ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง







    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :






    ไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง


    ใบ

    เป็น ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม.


    ดอก

    ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด เวลาใช้ จะนำดอกมาตากแห้ง

    ผล

    ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้


    การขยายพันธุ์

    ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดปลูก ควรปลูกในหน้าฝน พรวนดินก่อนปลูก ขุดหลุมปลูกหลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะห่างของหลุมประมาณ ½-1 เมตร พอต้นอ่อนงอกออกมาแล้ว ให้ถอนต้นที่อ่อนแอกว่าออกไปเอาต้นที่แข็งแรงไว้ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน กำจัดวัชพืชออกให้หมด






    สรรพคุณ



    ส่วนที่ใช้ คือ ดอก ราก ใบ ผล เมล็ด


    แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมอหะ แก้ไอ ขับเมืองมันในลำไส้ ลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงโลหิต ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน


    นอกจากนี้ยังใช้ผสมกับยาตัวอื่นๆ ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด ได้อีกด้วยค่ะ




    รายละเอียดดังนี้


    กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

    1.เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย
    2.ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด
    3.น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง
    4.ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี
    5.น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง
    6.ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ
    7.เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ
    8.เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย



    ใบ

    แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก


    ดอก

    แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก



    ผล

    ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ



    เมล็ด

    บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด



    วิธีและปริมาณที่ใช้


    1 ต้มน้ำใส่กระเจี๊ยบแห้งประมาณ 1 ถ้วย ต่อ น้ำ 3 ถ้วย ใส่เกลือป่นนิดหน่อย เติมน้ำตาลลงไป เพราะกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยว ดื่มเป็นประจำ


    2 นำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง



    สารเคมี


    ดอก พบ Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin


    คุณค่าด้านอาหาร


    น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

    น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ







    ………………………………………….







  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน เสาวรส


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน เสาวรส


    ตู้ยาข้างบ้าน ตอน เสาวรส








    เสาวรส





    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora laurifolia L.


    ชื่อสามัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit, Yellow granadilla


    วงศ์ : Passifloraceae


    ชื่ออื่น :

    สุคนธรส (ภาคกลาง), กะทกรก (ภาคเหนือ) กระทกรกฝรั่ง กะทกรกยักษ์ แพสเสี้ยนฟรุท







    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :






    เสาวรส เป็นผลไม้เขตร้อน ให้คุณประโยชน์ทางโภชนาการสูง

    มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาปรับสมดุลในร่างกายให้สดชื่นนอกจากนี้ยังช่วยสมานผิว

    ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย


    มี 2 ชนิดคือชนิด ผลสีม่วง และผลสีเหลือง มีน้ำมาก รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมแต่ก็สามารถรับประทานผลสดได้ โดยเฉพาะบางพันธุ์ที่ผลมีรสชาติค่อนข้างหวาน



    ลำต้น


    เป็นไม้เถา เถามีลักษณะกลม ลำต้นค่อนข้างใหญ่ เกาะเกี่ยวเลื้อยพันโดยใช้มือจับ



    ใบ

    เป็นใบเดี่ยว ขอบใบหยักลึก ที่ก้านใบมีต่อมใบ ดกหนา เป็นมันสีเขียวแก่


    ดอก

    ออกดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ห้อยคว่ำคล้ายกับดวงไฟโคม กาบดอกหุ้มสีเขียว กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ด้านในมีสีม่วงอ่อนประกอบด้วยจุดแดง ๆ กลีบชั้นในลักษณะคล้ายกับตัวแฉกของกลีบชั้นนอก สีม่วงอ่อนหรือชมพูอ่อนมีประสีแดงแซม กลีบย่อยกลางมีเป็นชั้น ๆ สองชั้นแต่ละกลีบค่อนข้างกลม สีม่วงแก่ พาดด้วยปลายสีขาวสลับแดง มีเกสรอยู่ตรงกลางสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก



    ผล

    เป็นรูปไข่หรือไข่ยาว มีหลายพันธุ์ บางพันธุ์ ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล เปลือกผล เรียบ เนื้อรับประทานได้ มีเมล็ดจำนวนมาก อยู่ตรงกลาง




    สรรพคุณ



    มีคุณค่าทั้งวิตามินเอ และวินตามินซี
    เสาวรสที่นำมาทำเป็นน้ำเสาวรสมีทั้งวิตามินเอ

    บำรุงสายตาช่วยรักษาสภาพเยื่อบุผิว มีวิตามินซี
    ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค


    นำไปปรุงแต่งกินประกอบอาหาร ขนมต่างๆ
    ช่วยบำรุงผิวพรรณ

    ใช้ทาหน้าก่อนนอน ลดรอยเหี่ยวย่น
    ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับร่างกาย


    ลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้
    บรรเทาอาการจากโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ


    ฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอ


    กำจัดสารพิษในเลือด ลดไขมันในเลือด



    ประโยชน์




    ยอด รับประทานเป็นผักสด จิ้มน้ำพริกมีรสขมเล็กน้อย หรือจะนำไปแกงก็ได้


    ผล ใช้รับประทานเมล็ด หรือ เยื่อหุ้มเมล็ด


    เนื้อไม้ เป็นยาควบคุมธาตู ถอนพิษเบื่อเมาทักชนิด ใช้รักษาบาดแผล


    ราก ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ กามโรค ลดผื่นคัน


    ใบ ให้ตำให้ละเอียด แล้วคั้นน้ำดื่มเป็นยาขับพยาธิ


    ดอก ขับเสมหะ แก้ไอ


    ผล แก้ปวด บำรุงข้อ แก้ภูมิแพ้ บำรุงธาตุ นำไปคั้นน้ำดื่มประจำทุกวัน จะทำให้มีสุขภาพดี บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา(ในเสาวรสมีวิตามินเอ และวิตามินซี สูง) รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้สดชื่น

    รสเปรี้ยวของเสาวรส ช่วยลดอาการเจ้บคอ กำจัดสารพิษในเลือด บำรุงไต ลดไขมันในเส้นเลือด



    ข้อควรระวัง

    ไม่ควรรับประทานสดทั้งต้น เพรามีสารพิษ ทำให้เกิดอันตรายได้




    วิธีและปริมาณที่ใช้ :


    ใช้ผลที่แก่จัด ไม่จำกัดจำนวน ล้างสะอาด ผ่าครึ่ง คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ให้รสกลมกล่อมตามชอบ ใช้ดื่มเป็นน้ำผลไม้ ลดไขมันในเส้นเลือด
    เพิ่มเติม



    การทำน้ำเสาวรสปั่น


    ส่วนประกอบในการทำน้ำเสาวรสปั่น

    1. เสาวรสสุก 2-3 ผล
    2. น้ำเชื่อม 1/2 ถ้วย
    3. เกลือป่น 1/2 ถ้วย
    4. น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 ถ้วย



    ขั้นตอนการทำ


    เสาวรสผลที่ดีต้องไม่เหี่ยว ผิวเต็งตรึง นำมาล้างให้สะอาดทั้งเปลือก ผ่าครึ่งผลตามขวาง ใช้ช้อนตักเมล็ด เนื้อ และ น้ำออกให้หมด นำมาปั่นกับน้ำต้มสุกให้เข้ากันจนละเอียดกรองด้วยกระชอนกับผ้าขาวบาง เพื่อแยกกากและเมล็ดออก พักไว้

    เตรียมเครื่องปั่นใส่น้ำเสาวรสที่กรองเรียบร้อยแล้วลงในโถปั่น ใส่น้ำเชื่อม เกลือป่น และน้ำแข็งลงปั่น จนเป็นเกล็ดน่าทาน เสร็จแล้วจ้า น้ำปั่นเสาวรส ลองทำดูไม่ยาก และมีคุณค่าต่อร่างกาย






    ………………………………………….







  5. #5
    ขอบคุณครับ ที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ครับ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •