กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ลมหายใจแห่งเสียงเพลง

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ลมหายใจแห่งเสียงเพลง



    ลมหายใจแห่งเสียงเพลง




    เรื่องสั้นเยาวชนสีขาว ตอน ลมหายใจแห่งเสียงเพลง




    "ลมหายใจแห่งเสียงเพลงที่ไม่มีวันแพ้"





    ระรินเด็กสาวที่ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เสียงเพลงที่ขับร้องดนตรีจากทุกบทเพลง เข้ามาอยู่ในสายเลือดและวิญญาณของเธอ ...เสียงเพลงที่ได้ขับร้องออกมามันเป็นชีวิตที่ถูกขับขานคล้ายบทแห่งชีวิตของเธอ ที่มีทั้งทุกข์ และ สุข คลอเคล้ากันไป


    จากบ้านสีลูกกวาดในซอยแห่งหนึ่งชานกรุงเทพฯ ที่อยู่ของระริน ทำไมถึงเรียกว่าบ้านสีลูกกวาด...ก็เพราะว่า พ่อของระรินเป็นช่างก่อสร้างและทาสีบ้าน เมื่อไปรับทำงานเสร็จงานตามแผนงานแล้ว เจ้าของงานมักจะให้สิ่งที่เหลือจากการก่อสร้างแก่พ่อของระริน ดังนี้นบ้านน้อยหลังที่ระรินอยู่นั้น จึงถูกต่อเติมขึ้นมา และทาสีด้วยสีชั้นดีแต่มันหลากสีมากไปหน่อยเท่านั้น


    ระรินเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในชั้นปีที่สี่ อยู่ชมนุมดนตรีของมหาวิทยา ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ โดยที่พ่อ แม่ พี่สาว และน้องชาย สนับสนุน เวลาซ้อมกับมาค่ำมืดพ่อจะนำมอเตอร์ไซด์ออกไปรับที่ปากซอย บางวันนายเอก น้องชายของระรินก็ออกไปรับเมื่อพ่อไม่ว่าง



    วิวรรณพี่สาวเมื่อก่อนอาชีพเสริมสวยที่ตลาดใกล้กันนั้น ได้แต่งงานกับชาญ มีโรงงานเล็กๆ สำหรับหล่อทองเหลืองจำพวกก๊อกน้ำ กลอนประตู กลอนหน้าต่าง เป็นการเหมาช่วงมาจากเถ้าแก่เจ้าของโรงงานเดิมที่ชาญทำอยู่


    วิวรรณต้องยุติงานเสริมสวยที่ตัวเองถนัด มาแพ็คอุปกรณ์ต่างๆ ห่อพลาสติกและใส่กล่อง เพื่อนำไปส่งโรงงาน โดยมีลูกน้องจำนวนห้าคนช่วยกันผลิตและแพคของลงกล่อง ทั้งทำบัญชีไปด้วย วิวรรณออกจะปลื้ม ระรินมาก สำหรับน้องสาววัยสดใส สวยงาม เสียงดี สนับสนุนให้น้องได้มีโอกาสเรียนการขับร้องเพลง กับโรงเรียนชื่อดัง และพร้อมกันนี้ ก็ได้ส่งให้ระริน และ เอก เรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วย โดยระรินเรียนพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ส่วนเอกเรียนปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาสัตวแพทย์


    วันเสาร์และวันอาทิตย์ ทั้งระริน และ เอก มาช่วยแพกสินค้าใส่กล่อง และทำบัญชีช่วยพี่สาวที่ไม่ถนัดมากนัก เพราะเรียนมาน้อยอาศัยประสบการณ์ในการทำบัญชีบ่อยๆ เท่านั้น ถ้าเสาร์อาทิตย์ไหนที่ระริน ต้องซ้อมดนตรี ก็จะมีเอกไปรับและส่งด้วยมอเตอร์ไซด์อีกทีหนึ่ง


    ชีวิตคงราบเรียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น และอยู่อย่างปกติสุข แต่...


    วันหนึ่ง มีตำรวจโทรศัพท์มาบอกว่า รถของชาญชนกับรถหกล้อขนกล้วยมาจากต่างจังหวัด ทุกคนตกใจกันหมด วิวรรณที่ท้องได้แปดเดือนตกใจจนเป็นลม... ไม่สามารถควบคุมสติได้


    ระริน ได้จัดทำธุระแทนพี่สาว นำพี่สาวมาที่โรงพยาบาล จัดการธุระให้เสร็จสรรพ ยังไม่ทันไร ได้ข่าวอีกว่า พี่สาวคลอดหลานตัวน้อยออกมาเป็นฝาแฝด หญิงกับชาย ระรินงงไปหมด



    สิ่งที่ระรินตัดสินใจคือ ให้เหตุผลกับทางมหาวิทยาลัยขอด็อปการเรียนของตัวเองไว้ ผมที่เคยยาวสลวยถูกตัดสั้นลง ทำหน้าที่ขับรถกะบะมาเอาของมาส่งบริษัทแม่ แทนพี่เขย ทำหน้าที่ควบคุมการผลิตของโรงงานเอง หลังจากที่พี่เขยต้องพักรักษาตัวอีกหลายเดือนกว่าจะเดินได้ตามปกติ และจนกว่าวิวรรณจะทำงานได้บ้างหลังจากคลอดลูกเสร็จ


    หน้าที่นวลละไม เริ่มมีสิวขึ้น คำพูดที่แสนจะไพเราะกับมีคำด่าอยู่ในใจให้กับผู้คนที่ไม่มีมารยาทบนท้องถนน




    "บุญคุณต้องทดแทน"



    เมื่อมาส่งของ เถ้าแก่ถามว่า


    "อาริน ลื้อไม่เรียนหรือ"

    "เรียนค่ะเถ้าแก่ แต่ต้องให้พี่ชาญกับพี่วิพึ่งตัวเองได้ก่อน"

    "แล้วลื้อไม่เสียการเรียนหรือ"

    เถ้าแก่ถามต่อไปอีก

    "ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เองรินด็อปไว้ค่ะ เทอมหน้าหรืออะไรที่ยุ่งๆผ่านไปแล้ว รินก็จะไปเรียนอีกครั้งค่ะ"

    "กิจการก็ไม่ใช่ของลื้อ แล้วทำไมลื้อต้องห่วงด้วย"

    เถ้าแก่ทดลองถาม



    "พี่วิกับพี่ชาญ มีบุญคุณท่วมหัวรินค่ะ ไม่ได้พี่ทั้งสองรินคงไม่ได้เรียน และคงไม่ได้ร้องเพลงที่รินรักด้วย แล้วทำไมรินจะทำให้พี่ทั้งสองไม่ได้ อีกอย่างหนึ่งหลานฝาแฝดนั่นหลานรินนะคะ"


    ระรินอธิบายให้เถ้าแก่รับทราบความตั้งใจของตัวเอง


    "ดีแล้วละอารินเอ้ย ความกตัญญูเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด บุญคุณต้องทดแทน"



    เถ้าแก่บอก พร้อมนำเงินค่าสินค้ามาให้


    "เถ้าแกคะ เงินทำไมมันมากกว่าราคาสินค้าอีกคะนี่" รินนับเงินที่มากกว่าปริมาณที่ควรจะได้รับอีกสามเท่าตัว


    "อั้วว่าพวกลื้อคงต้องมีเงินบ้าง เพราะตอนนี้อั้วรู้ว่าพวกลื้อเดือดร้อนมาก อะหลั่ยก็แพงขึ้น อย่าลืมว่า พวกลื้อทำงานส่งโรงงานอั้วนะ แล้วอั้วจะทิ้งกันได้ไง ใช่ไหมอาริน"


    ขณะนั้น อาตี๋เล็กเดินเข้ามาพอดี เถ้าแก่เลยแนะนะริรินให้รู้จัก

    "อาริน นี่อาตี๋เล็กน้องชายคนสุดท้องของอั้ว มีบริษัทรับเหมาตกแต่งบ้านของตัวเอง รู้จักกันไว้ นี่อาริน น้องสาวของช่างชาญ จำช่างชาญได้ไหม ตอนนี้อีต้องรักษาตัวอีกหลายเดือน"


    อาตี๋เล็กของเถ้าแก่ หนุ่มเจ้าสำอางที่การแต่งตัวบอกถึงความเนี้ยมที่สุด หน้าตาและทรงผมทันสมัย ค่อนข้างหน้าตาดีมาก หันมารับไหว้ระริน และยิ้มให้เมื่อรู้ว่าระรินเป็นน้องสะใภ้ช่างชาญ และเป็นสาวหน้าตาที่ดีมากคนหนึ่ง


    "สวัสดีครับ พี่พอจะทราบภาระน้อง เอางี้นะครับถ้าน้องรินเรียนจบแล้วไปทำงานบริษัทพี่ก็แล้วกันนะครับ แล้วพี่คงมีตำแหน่งว่างให้น้องรินนะครับ"


    เมื่อระรินกลับถึงบ้าน ตะวันโทรมาตามตัวให้ไปร้องเพลงให้ชมรมดนตรีเหมือนเดิม


    "ริน ไปมุดที่ไหนมา ดูสิหน้าสิวเห่อไปหมดเลย ดำปี๋เลย แล้วเสียงเป็นไงบ้างไม่รู้นะตอนนี้ไม่ได้ซ้อมมาเป็นเดือนแล้ว"

    ทนที่ที่พบหน้าตะวันต่อว่าระรินทันที

    "เพิ่งรู้นะว่าน้องรินด็อปเรียนไว้ ทำไมถึงทำอะไรไม่ปรึกษาพี่เลย"


    "รินมีความจำเป็นจริงๆนะคะพี่ตะวัน"


    รินเข้าร่วมวงอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ปลีกตัวมาได้บ้างเนื่องจากวิวรรณออกจากโรงพยาบาลและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ส่วนชาญก็พอเดินได้ด้วยไม้เท้าแล้ว


    รินกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เวลาผ่านไปหนึ่งภาคเรียน ....




    "จากหยาดเหงื่อ จากแรงงาน ไปสู่ความฝันที่ปรารถนา ด้วยความอดทน จริงใจ"




    วันนี้แล้วสินะ วันแข่งขันชิงแชมป์รางวัลขับร้องเพลงยอดเยี่ยมระดับประเทศ


    ระรินตื่นเต้น ก่อนหนึ่งอาทิตย์ที่มีการแข่งขัน ระรินได้ซื้อผ้าราคาไม่แพงมากนักมาตัดเย็บเอง ใช้ผ้าลูกไม้ประดับผ้าราคาถูกจึงกลายเป็นชุดราตรีที่สุดหรู


    คืนนี้เวทีของการขับร้องที่ตระการตาด้วยความอลังการของการตกแต่งเวที เสียงดนตรี เสียงผู้ร้องเริ่มขึ้น ผู้คนในหอประชุมขนาดใหญ่มากจนล้นออกมาจากบริเวณที่จัดงาน


    ระรินมีเพื่อนๆ ของชมรมดนตรีไปให้กำลังใจ มีเอกน้องชายไปให้กำลังใจ มีพี่วิวรรณและพี่ชาญ ตลอดจนหลานน้อยสองคนไปให้กำลังใจ พ่อกับแม่รอฟังผลอยู่ที่บ้าน


    รอยยิ้มเต็มอิ่ม ไม่ได้หวังชนะ แต่หวังที่จะมอบความสุขนี้ให้กลับทุกคน นักร้องคนแล้วคนเล่าต่างก็แสดงความสามารถที่หลากหลาย


    ระรินกำลังก้าวขึ้นเวที อาตี๋เล็ก หอบดอกไม้ช่อโต มามอบให้กำลังใจ แค่นี้ระรินใจพองโต รอยยิ้มอิ่มเอิบเต็มใบหน้า


    "สู้ ๆ นะจ๊ะ สาวน้อย ผมหอบเอากำลังใจมาฝากเต็มหอบเลย รู้ไหม"


    เสียงของระรินก้องบนเวที อารมณ์เพลงได้ถูกแสดงได้ผสมผสานกับงานเพลง สมกับความตระการตาของเวที เสียงที่เปล่งออกมา มันผ่านกำบังลม ปอด ลำคอ ริมฝีปาก จนประทับใจผู้ชมทั้งเวที


    เสียงปรบมือดังกึกก้องเป็นระยะๆ ทันทีที่เพลงจบผู้คนที่อยู่ข้างล่างเวทีพร้อมกันยืนขึ้นปรบมือให้ชนิดถล่มทะลาย ...


    บทเพลงแห่งชีวิต ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่นำความยิ่งใหญ่มาสู่เธอ ระริน

    หญิงสาววัยใสที่แสนแกร่งคนนี้ ....พร้อมกับรางวัลชนะเลิศแห่งประเทศไทย



    "มันเป็นลมหายใจแห่งเสียงเพลง" อย่างแท้จริง




    ".....สู้แล้วท้อไม่ได้...."




    ปัจจุบัน ระรินได้แต่งงานกับ อาตี๋เล็กของเธอ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับด้วย


    ทำไมมาแต่งงานกับระรินคะเฮีย


    "ไม่แต่งได้ไง กลัวคนอื่นแย่งไปอะติ อยู่กับความจริงที่สัมผัสได้ดีกว่าอยู่อย่างเหงาๆ จริงไหม...ที่สำคัญ ผมรักเธอครับ ระริน ผู้หญิงเก่งหัวใจแกร่งคนนี้ เพราะต่อให้ผมล้มอย่างไร ก็ยังมีคนพร้อมที่จะเคียงข้างไปกับผม...นี่ผมไม่ได้โม้นะ..."








    ..................................................
















    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 21-09-2011 at 01:31.

  2. #2
    ช่วงนี้พี่เล๊กคงไม่ยุ่งมาก ทำให้มีงานเขียนดีๆมาให้อ่านกัน ยังติดตามผลงานนะคะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •