กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: จากดิน...สู่ฝัน

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    จากดิน...สู่ฝัน



    จากดิน...สู่ฝัน




    เรื่องสั้นเยาวชนสีขาว ตอน จากดินสู่ฝัน




    ผม ตั้ม เองครับ วันนี้ผมมาถึงที่ทำงานแล้วครับ ที่ทำงานที่เป็นป่า มีสำนักงานเล็กๆ ข้าราชการประจำสามคน คือหัวหน้าผม ตัวผม และน้องที่ทำหน้าที่ธุรการประจำสำนักงานอีกหนึ่งคน นอกนั้นก็เป็นคนงานที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ในสำนักงานแห่งนี้ สำนักงานพิทักษ์สัตว์ป่า .... แห่งหนึ่งในเขตจังหวัดชัยภูมิ ภาคอีสานของผมนี่เอง



    ก่อนจะมายืนอยู่ตรงนี้หรือครับ เรื่องราวของครอบครัวผมที่ผ่านมาเกือบทำให้ผมไม่มาถึงที่ตรงนี้ได้เลย ผมยังจำภาพได้ตลอดนะครับ ตามผมมาครับ...ผมจะเล่าเรื่องราวที่เป็นเรื่องเศร้า เรื่องของความอดทนและทนอด เรื่องของความเสียสละ เรื่องสารพัดเรื่องที่ประดังเข้ามาในชีวิตของผมที่มีวัยเพียงแค่ยี่สิบสี่ปีเท่านั้นเอง มันผ่านมาเหมือนหลับตาฝันทีเดียว


    ผมจำได้เวลานั้นผมกำลังเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอ พี่ตุ๊กเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก มีน้องสาวอีกคนหนึ่งเป็ดน้อยเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม ส่วนเจ้าตัวเล็กเรียนอยู่ประถมศึกษาปีที่สอง พ่อผมหรือครับมีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ครับ แม่เป็นแม่บ้านหน้าที่บริการลูกๆและพ่อก็คงเหนื่อยเต็มทีแล้วสำหรับผู้หญิงที่ร่างบอบบางคนนี้




    เรื่องคงไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าไม่มีสิ่งที่ทำให้ครอบครัวของพวกเราล้มไม่เป็นท่าอย่างนี้ เริ่มจากพ่อเริ่มไปทำอาชีพอื่นคือขับรถบรรทุกดินที่ต่างอำเภอ ทีแรกพ่อกลับบ้านทุกอาทิตย์ ต่อมาก็ห่างออกไปเงินที่เคยให้พวกผมได้เรียนเริ่มได้บ้างไม่ได้บ้าง ดีว่าบ้านผมทำนาเลยไม่รู้สึกขาดแคลนอาหารมากนัก วันหนึ่งมีคนมาส่งข่าวว่าพ่อไปมีเมียใหม่แล้ว และมีลูกกับเมียใหม่แล้ว มันทำให้พวกผมทั้งครอบครัวเศร้าไปหมด



    แม่ผู้หญิงแกร่งเท่าที่ผมเห็น ก็ผู้หญิงชาวบ้านธรรมดานี่เอง ตาของแม่แห้งผากมองดูหน้าลูกๆ แม่คงแอบน้ำตาไหลบ้างละเพราะลูกกำลังเรียนต้องใช้เงิน แต่แม่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีอาชีพไม่มีรายได้อะไรเลย แต่ลูกต้องกินต้องใช้ทุกวัน



    แม่มองหน้าพวกผม แล้วไม่พูดอะไรหันหน้าไปคว้ามีดอีโต้รถเข็นเข้าป่า ไปหาตัดฟืนมาทำถ่าน เมื่อทำเสร็จก็ใส่ถุงปุ๋ยนำใส่รถเข็นประจำกายนั่นแหละเอาถ่านไปขายที่อำเภอเพื่อหาเงินยาไส้และค่าขนมลูกไปโรงเรียน ลูกๆ ต้องห่อข้าวไปกินโรงเรียนไม่ห่อไม่ได้เพราะแม่ไม่มีเงินจ่ายให้ ค่ารถบัสไม่ต้องให้เดินตัดป่าไปโรงเรียนเองประมาณห้ากิโลเมตร พวกเราอยากเรียนต้องทำตาม เราสามคนพี่น้องต้องเดินตัดป่าไปโรงเรียน กล่องข้าวพร้อมอยู่ในกระเป๋า อาหารหลักไข่ต้มกับพริกตำใส่เกลือ ลดค่าอาหารทุกอย่างลงไป พวกเรารู้ว่าแม่ประสบปัญหาอะไรพวกเราไม่ต่อต้านแม่อีกเลย


    แม่คือคนที่ไม่ยอมแพ้ ตาของแม่ทระนง ผมจำสายตาแม่ได้เสมอ น้ำตาแม่ไม่เคยมีให้ลูกเห็น ทุกวันที่ต้องทำงาน ทั้งทำถ่านขาย ปลูกผัก หน้านาก็ต้องทำนานำเจ้าทุยไปไถนา ตกกล้า ดำนา เกือบจะคนเดียวยกเว้นเสาร์และอาทิตย์หรือวันหยุดที่พวกลูกๆ ของแม่พร้อมใจลงไปอยู่ที่นา


    หนึ่งปีผ่านไป ไม่ทราบพวกเราผ่านวิกฤตมาได้อย่างไร แต่วิกฤตข้างหน้าใหญ่หลวงนักเมื่อข้าพเจ้าเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว และสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวนศาสตร์ได้ ความจริงอยากเรียนด้านฟิสิกส์แต่เมื่อมีบ้านติดป่า แถมแอบทำลายป่าเล็กๆ ด้วยทำให้อยากเรียนด้านนี้ และอยากทดแทนแผ่นดินด้านนี้


    เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปลาย พี่ตุ๊กขอร้องให้แม่เลิกงานเผาถ่านเพราะเห็นว่าข้าพเจ้าเรียนด้านวนศาสตร์


    “แม่เลิกเผาถ่านนะครับ ไม่อยากให้แม่ลำบากอีกแล้ว รอยแผลที่มือบ้างที่ขาบ้าง มันทำให้ผมสงสารแม่มากเลย”

    พี่ตุ๊กของผมขอร้องแม่แบบนี้


    “เดี๋ยวตั้มผมจะพยายามทำงานส่งเรียนเองครับ เพราะผมก็ไม่ได้เรียนหนังสือต่ออยู่แล้ว”


    จากนั้นพี่ตุ๊กไปสมัครงานใหม่ งานขับรถไถให้เถ้าแก่ในเมือง หลังจากที่ออกโรงเรียนมาปีหนึ่งและไปฝึกหัดขับรถไถกับญาติ มาหลายที่แล้ว


    เงินพี่ตุ๊กได้มาไม่มาเลย เงินเดือนพอช่วยทางบ้านเท่านั้น พี่ตุ๊กเองลำบากมาก ไม่ยอมซื้ออะไรเลย ขับรถไถจนหลังเป็นแผลเปื่อย กลับบ้านวันหยุดต้องนอนให้แม่ทายาที่หลังให้


    ผมกลับมาบ้านวันที่แม่ทายาให้พี่ตุ๊ก น้ำตาแม่ที่ไม่เคยไหลกลับไหลพรากออกมา ผมน้ำตาซึมไปหมด พูดไม่ออกเลย แม่ค่อยๆ บรรจงทายาให้พี่ชาย น้ำตาไหล เป็ดน้อยน้องสาวน้อยมานั่งน้ำตาซึมด้วย ส่วนตัวเล็กไม่รับรู้เรื่องอะไรเพราะยังเล็กมากอยู่

    ผมตัดสินใจว่าจะไม่เรียนต่อ เพราะสงสารพี่ตุ๊กมาก พี่ตุ๊กบอกว่าไม่เรียนไม่ได้ เพราะถ้าผมไม่เรียน ชาวบ้านจะนินทาว่าขาดพ่อแล้วทำอะไรไม่สำเร็จ


    “สงสารพี่ตุ๊กมาก ไม่อยากเรียนเลย พี่ทำงานต้องนั่งรถตลอดจนหลังเปื่อยไปหมด ผมว่าผมไม่เรียนให้เป็นภาระดีกว่า”


    “พี่ว่าเรื่องอะไรทั้งหลายนี่พี่รับภาระเอง ในฐานะเหมือนพี่เป็นหัวหน้าครอบครัว”


    ในคืนนั้นเอง เป็ดน้อยแอบเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมกับญาติข้างบ้าน เขียนจดหมายว่า



    “เป็ดจะไปทำงานหาเงินมาให้พี่ตั้มเรียนด้วย รับรองว่าพี่ตั้มต้องเรียนจนจบ”


    หลังจากนั้นก็ทราบว่าเป็ดน้อยไปทำงานเย็บจักรให้โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ


    ผมกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง และทุกครั้งที่จะให้เงินผมจะเห็นหน้าน้องเป็ดน้อย และพี่ตั้มของผม เวลาต้องการเงินเพื่อทำกิจกรรมน้องเป็ดน้อยจะแอบส่งเงินมาฝากเพื่อนผมไว้ เพราะรู้ว่าผมเกรงใจ


    จนผมสำเร็จการศึกษา ได้ปริญญาตรีทาง วนศาสตร์ สมความต้องการ ผมกลับมาบ้าน ต้องรับหน้าที่รับใช้ชาติอยู่สองปี


    แต่เราทั้งครอบครัวผ่านวิกฤตมาได้ เราไม่หวั่น วันที่บายศรีสู่ขวัญตอนเข้ารับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ผลัดสอง แม่ยิ้มแย้ม พี่ตุ๊กผอมไปบ้างแต่ใบหน้าสดใสขึ้น เป็ดน้อยทำงานจนเกือบจะไม่ได้ทานข้าวยิ้มแย้ม เจ้าตัวเล็กของแม่ยังคงสนุกสนาน แม่ภาคภูมิใจที่แม่ทำได้


    เมื่อผมผ่านการรับใช้ชาติและสอบบรรจุเข้ารับราชการของกรมป่าไม้ วันนี้แม่ผมหรือครับ มีรอยยิ้มหลังจากที่มีดวงตาที่แข็งกร้าวชนิดท้าชนอุปสรรคชีวิต วันนี้เป็นวันสำหรับแม่จริงๆ แม่เพาะกล้าไม้นำไปปลูกในป่าเป็นการทดแทนที่พวกเราทำลายป่า ทั้งที่ไม่ตั้งใจแต่เพราะการอยู่รอด ต้นแล้วต้นเล่าที่แม่ปลูกทดแทน พี่ตุ๊กคนเก่งของผมแต่งงานมีครอบครัวแล้วและเปิดอู่ซ่อมรถที่บ้านแฟนพี่ตุ๊ก เป็ดน้อยมีแฟนแล้วเป็นช่างซ่อมจักรอุตสาหกรรมของบริษัทที่ทำงาน ตัวเล็กหรือครับก็เรียนอยู่ชั้นมัธยมแล้ว และยังซนเหมือนเดิม


    ผมนายตั้ม ขอบอกว่าผมจะยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะรักษาป่า รักษาพันธ์สัตว์ป่า เป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดชีวิตของผม เรื่องราวของผมคงเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ของคนที่




    แพ้ได้ ล้มได้ แต่ท้อไม่ได้ ....นะครับ







    .......................................................













    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 23-09-2011 at 23:25.

  2. #2
    ขอบคุณค่ะส่ำหรับสาระดีๆๆ อ่านแล้วน้ำตาไหล ช่างคล้ายกันกับชีวิตฉันเหลือเกิน
    แม่เป็นพนักงานปลูกป่า หาบน้ำรดต้นไม้จนฉันเรียนจบ ม.6
    ขอขอบคุณอู่ข้าวอู่น้ำแห่งนี้ฉันไม่เคยลืม ตอนนี้ฉันมีชีวิตในเมืองนอก
    แต่ฉันก็มิเคยลืมความลำบากนั้นเลยที่เคยหาบน้ำและ กรอกดินใส่ถุงเพาะต้นไม้ช่วยแม่เป็นหมื่นๆต้น
    สองมือของแม่ทีทำงานส่งเรียนเพื่อให้ฉันกล้าแกร่ง พอที่จะสู้กับลมและฝนต่อไป


    จากลูกสวนป่าโดยแท้จริง
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ข้าวต้มมัด; 23-09-2011 at 19:28.

  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    อ่านแล้ว เจ้าของเขียนเอง ร้องไห้เอง เพราะจับเอาชีวิตจริงของน้องในหมู่บ้านนี้แหละค่ะ
    ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของจังหวัดชัยภูมิแล้ว และเป็นบุคคลที่ดีมาก อ่อนน้อม น่ารัก ใครให้ให้ทำอะไรให้ก็ยินดีช่วยเหลือเลยค่ะ

    ส่วนบ่าวตุ๊ก ตอนนี้อยู่บ้านริมฝั่งมูล มีลูกหนึ่งคน บ่าวตุ๊กกลายเป็นคนใช้เงินไม่เป็นไปเลย ไม่เคยข้องเกี่ยวกับอบายมุข เปิดอู่ซ่อมรถ และมีรถไถนา เป็นของตนเองหนึ่งคน ลูกบ่าวตุ๊กน่ารักมากอ้วนกลมเลย แฟนบ่าวตุ๊กก็น่ารักมาก ทำหน้าทีภรรยาที่ดี เรียกว่าครอบครัวมีความสุข

    เป็ดน้อยแต่งงานแล้วและอยู่ทางกรุงเทพ ทำงานไปด้วยเรียนมหาวิทยาลัยเปิดไปด้วยหลังจากได้วุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว จาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ตอนนี้ทั้งเป็ดน้อยทั้งแฟนของเป็ดน้อยมีความสุขดีมาก


    ส่วนเจ้าตัวเล็ก เข้ามหาวิทยาลัยราชมงคลจังหวัดสุรินทร์ กำลังเรียนด้านการประมงค่ะ



    ..............................


Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •