กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง



    ***************************
    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง

    ***************************





    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง





    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง




    ถอดความจากหนังสือชนชาติไทย
    เรียบเรียงโดยหลวงนิติเพทย์นิติสรรค์
    จากต้นฉบับของ ด๊อกเตอรวิลเลียม คลิฟตันด๊อค





    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง




    เนื่องจากได้นำบทที่ 1 ซึ่งเป็นการอธิบายภาพรวม ก่อนเข้าสู่สาระของการเดินทางท่องค้นหาชนชาติไทย ในประเทศจีนตอนใต้


    ข้าพเจ้าได้ถอดความมาจากหนังสือ ชนชาติไทยเล่มนี้ เพื่อทำให้มองเห็นว่าชนชาติไทยมีอยู่กระจายทั่วไปเกือบทั่วเอเชีย

    บทที่สองคือการเดินทางสู่แคว้น “เก็งตุง” หรือ “เชียงตุง” ที่มีเชื้อสายและขนบประเพณี เช่นเดียวกับทางเหนือของประเทศไทยนะคะ

    เนื่องจากบทที่สอง มีความยาวพอสมควร ข้าพเจ้าจัดการแบ่งเป็นตอนๆ เพื่อสะดวกในการอ่านและติดตามนะคะ





    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง



    บทที่ 2 (1) ชนชาติไทย – ในแคว้นเชียงตุง





    บทที่ 2 (1)

    ในแคว้นเชียงตุง





    การประชุมใจกิจศาสนาคริสต์ เมื่อต้น ค.ศ. 1910(พ.ศ. 2452) หมอบริดส์ (Dr.W.A. Briggs) ผู้เป็นเพื่อนสนิทของข้าพเจ้า (หมอด๊อค) ได้เร้าข้าพเจ้าให้เดินทางเข้าไปในประเทศจีนตอนใต้ เพื่อไปสืบค้นชนชาติไทยที่มีอยู่เหนือขึ้นไปอีก ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นและยินดีมาก เพราะหน้าที่ของข้าพเจ้าสำหรับสอนประจำชนชาติไทย และอีกประการหนึ่งกิจการทางมิสชันรี ของเรา (พวกมิสชันรี) ยังไกลจากความสำเร็จอันควรพอใจอยู่มาก เรารู้จักแต่ชนชาติไทยตอนเหนือในสยาม และทางตะวันออกของพะม่าเท่านั้น เพื่อประโยชน์แก่กินการนี้ เรามีโรงพิมพ์สำหรับพิมพ์คำสอนในศาสนาคริสต์โดยใช้ภาษาและหนังสือไทย (ลาว) สำหรับสั่งสอนชนชาติไทย


    ฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดก็ใช้ได้ถึงแคว้นลาวของฝรั่งเศสและทางตะวันออก ตลอดจนดินแดนตอนใต้ของประเทศจีน แต่อย่างไรก็ดี ถ้าข้าพเจ้าไม่กล้าพอที่จะฝ่าอันตราย ข้าพเจ้าก็ยังไม่มีความชอบในศาสนาและไม่สมกับหน้าที่ที่เป็นมิสชันรี อีกประการหนึ่งเรารู้ไม่ได้ว่าพลเมืองที่เป็นชนชาติไทยในประเทศจีนนั้น แผ่ภูมิลำเนาไปกว้างขวางเพียงใด ได้อพยพไปหรือคงอยู่ในถิ่นเดิมอย่างไร ที่อพยพมาตั้งภูมิลำเนาทางตะวันออก เช่นในประเทศญวน จะกลายเป็นชาติอานัมโดยทางแต่งงาน และลุกหลานจะกลายเป็นอานัมไปอย่างไร ถ้ายังคงเป็นไทย อยู่ในจีนและในอานัมจะแผ่ภูมิลำเนาไปกว้างขวางคล้ายกับไทยทางฝ่ายใต้หรือไม่


    และมีความสัมพันธ์ติดต่อกันอย่างไร ทั้งนี้เรารู้ไม่ได้แทบทั้งนั้นแม้พวกมิสชันรีในประเทศจีนที่วางแผนการสอนสำหรับชนชาติไทยในแดนจีน ก็ยังรู้เรื่องนี้น้ำอยู่เต็มที น่าประหลาดมากที่พวกมิสชันรีได้ทำการสอนมาเป็นเวลานานถึง 43 ปี ยังมีผลไปไม่ไกลท่าไรนัก แผ่นดินของชนชาติไทยนั้นตั้งอยู่ในแผนที่อันเดียวกันกับแผนที่ของมิสชันรีสำหรับชนชาติจีนตอนใต้ก็ว่าได้ แม้ในหนังสือทางราชการของพะม่าฝ่ายเหนือและแคว้นเงี้ยว และสถิติพยากรณ์ และรายงานการเดินทางของข้าราชการอังกฤษหลายคน ก็ยังกล่าวถึงชนชาติไทย และถิ่นที่เป็นภูมิลำเนาของชนชาติไทย ในดินแดนที่อยู่เหนือสยามขึ้นไปแต่เล็กน้อย


    เว้นแต่พวกมิสชันรีที่ไปศึกษาด้วยตนเองและเขียนเป็นรายงานไว้เท่านั้น เพราะฉะนั้นถิ่นนี้จึงนับยังซ่อนเร้นอยู่ แต่ว่ามีทรัพย์โดยธรรมชาติเป็นอันมาก เช่น แร่ทอง, เงิน, เหล็ก, ดีบุก, ถ่านหิน, เพชร์พลอย, แอ๊สฟาลต์, เกลือ, น้ำมันปิโตรเลียม และแร่อื่นๆ อีก กับมีพืชของป่า เช่น ไม้สัก, ไม้มะฮอกกานี, ไม้แดง และไม้ที่มีราคาต่างๆ


    นอกจากนี้พื้นดินก็อุดมโดยธรรมชาติ เช่น เป็นป่าไม้, เป็นทุ่ง, เป็นที่เลี้ยงสัตว์, เป็นไร่นาเหมาะที่พืชพรรณจะขึ้นได้อย่างงอกงาม แต่พื้นที่และทรัพย์โดยธรรมชาติเหล่านี้ ส่วนมากยังหามีใครทำให้เจริญเป็นผลขึ้นตามสมควรไม่ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมดา จึงได้เจริญขึ้นอย่างช้าๆ ทั้งในดินแดนเหล่านี้ก็มีแม่น้ำใหญ่ๆ หลายสาย และสาขาของแม่น้ำเหล่านี้ก็มีเป็นอันมาก แต่หามีการเดินเรือไม่ ถึงจะมีบ้างก็ยังน้อยเต็มที


    การขออนุญาตและหนังสือเดินทางสำหรับเข้าในประเทศจีนตอนใต้ จะต้องมีหรือ? ถ้ามีต้องเลือกเดินทางที่สะดวกที่สุด ทางที่จะสะดวกจะมีหรือไม่? และทางที่จะผ่านไปนั้นจะปลอดภัยสำหรับชาวต่างประเทศหรือไม่? มักเคยได้ยินบ่อยๆ ว่าชาวต่างประเทศที่เดินผ่านจังหวัดของประเทศจีนมักถูกฆ่าตาย และบางทีก็ถูกผู้รายแย่งชิงตามทาง เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ของจีนคงไม่ได้จัดการป้องกันพอเพียง หรือมิฉะนั้นหนังสือเดินทางก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์พอที่จะคุ้มครองชาวต่างประเทศ


    ข้อลำบากของข้าพเจ้าโดยตรง ก็คือข้าพเจ้าเองไม่รู้จักภาษาจีน รู้แต่ภาษาธรรมดาสำหรับพูดกับคนจีนชั้นต่ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เว้นแต่ภาษาไทย (ลาว) ควรต้องหาล่ามจีนหรือคนที่รู้ภาษาจีนไปด้วยหรือไม่? แน่นอน เราต้องมีคนทำกับข้าว, คนขับเกวียน และคนใช้ไปด้วย


    การเดินทางฝ่าอันตราย ไปกระทำกิจเดื่อความชอบในศาสนาครั้งนี้เป็นเวลานาน และเป็นการเสี่ยงโชคมากอยู่ เพราะจะต้องบุกป่าฝ่ารก และเดินทางที่ไม่เรียบร้อย ประกอบด้วยภัยในฤดูฝน หรือมิฉะนั้นฝนจะตกหนักเสียก่อนที่จะเดินทางไปตลอดก็ได้ ชาวคริสเตียนน้อยคนนักที่จะกล้าถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ในประเทศจีนฝ่ายใต้ก็ไม่มีธนาคาร ไม่มีกระดาษธนบัตรใช้แทนเงิน ห้างร้านของชาวต่างประเทศหรือคลังของจังหวัดจีนจะออกตั๋วใช้แทนเงิน เพื่อไปขึ้นเอาเงินที่ใดที่หนึ่งก่อนถึงมณฑลกวางตุ้ง จะมีหรือไม่? หรือว่าจะต้องมีเงินตราติดตัวไปใช้ตามทางตลอดการเดินทาง?


    อุปสรรคเหล่านี้เป้นความหนักใจมิใช่น้อย แต่อย่างไรก็ดี เราไม่ควรปล่อยโอกาสนี้ให้พ้นไปเสีย ควรเริ่มต้นเตรียมตัวเดินทางทีเดียว สิ่งที่จะเตรียมไปก็คือสิ่งของต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่ศาสนา เช่น หนังสือคำสอน, เสบียงอาหาร, ของใช้ในระหว่างทาง, คนครัว, คนใช้, ม้า, เกวียน,กับเครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ต้องตระเรียมเป็นการใหญ่อยู่นาน


    นอกจากนี้ในการไปครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีคนใช้อย่างสนิทชิดเชื้อซึ่งเป็นคนไทยชาวเชียงรายไปด้วยอีกคนหนึ่ง ชื่ออ้ายฟู







    ขอบคุณ
    หนังสือชนชาติไทย
    เรียบเรียงโดย หลวงนิติเพทย์นิติสรรค์
    และภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตนะคะ





    ติดตาม บทที่ 2 (2) ในแคว้นเชียงตุง ต่อไปค่ะ






    +++++++++++++++++++++++++









  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    อืมมสุดท้ายฝรั่งก็มีประโยชน์ต่อเมืองไทยไม่น้อยเลยที่เดียวครับชาวไทย

  3. #3

    เกาทัณฑ์



    เจ้ากองไต

    เจ้าฟ้าก้อนแก้วสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2478 รวมอายุได้ 60 ปี ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ. 2418 และขึ้นครองราชเมื่อพ.ศ. 2439 จนสิ้นชีพเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมการปกครองของท่านได้ 39 ปี
    เจ้ากองไต ได้ขึ้นครองเป็นเจ้าฟ้า ทั้งที่เกิดจาก เจ้านางจามฟอง ซึ่งเป็นคนสามัญธรรมดา ได้อภิเษกเป็น เจ้าฟ้าเมื่อ วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2480 โดยขณะนั้นได้แต่งงานกับ Soa Kya Nyunt มีบุตรแล้ว หนึ่งคน คือ เจ้าจายหลวง


    เจ้าจายหลวงผู้ครองเชียงตุงสืบต่อเจ้ากองไต

  4. #4
    ติดตามอ่านอยู่เด้อครับขอบคุณที่แบ่งปัน

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •