กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: กำนันจ้อนแห่งหนองส่องแมว ตอน รอยยิ้มของดวงดาว

  1. #1

    รอบยิ้มพิมใจ กำนันจ้อนแห่งหนองส่องแมว ตอน รอยยิ้มของดวงดาว


    กำนันจ้อนแห่งหนองส่องแมว ตอน รอยยิ้มของดวงดาว

    จ้อนขับรถออกมาจากกรุงเทพ ได้เกือบชั่วโมงกว่า
    วาริสาที่นั่งเงียบทำให้หัวใจจ้อนปวดร้าว ดวงตาสีเขียวมรกตมีแววหม่นเศร้้า
    รอยยิ้มที่เขาเคยได้มันได้หายไปกับชายหนุ่มแปลกหน้า
    ความอึดอัดทำให้จ้อนขับรถต่อไปไม่ไหวจึงเลี้ยวรถไปจอดที่ข้างทาง
    วาริสายังคงนั่งเงียบดังเดิม มือสองข้างของเธอประสานกันไว้บนตัก
    เวลานี้เธอดูเหมือนรูปปั้นที่ไร้หัวใจจริงๆ จ้อนมองมาที่เธอมีแววโกรธปนผิดหวังอีกทั้ง
    ความกลัวแล่นเข้าสู่หัวใจ กลัวถ้าหากผู้ชายคนนั้้นเป็นคนรักของวาริสาจริงๆแล้วหัวใจเขาล่ะมันป่นปี้ขนาดไหน
    เหมือนกับว่าเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ จู่ๆเขาก็ตกหุบเหวที่มีแต่กองขี้ควาย
    จ้อนมองเธอพลางถอนหายใจไล่ความไม่สบายใจออกมาปากถามเธอออกไป

    ริสา บอกอ้ายดู๊ บักหัวแหลมนั่นมันเป็นไผ จ้อนถามหัวใจก็เผื่อที่ไว้กับคำตอบ ดวงตาคู่นั้นทอดมองมาที่่เขามันดูไม่่มีความสุขเอาเสียเลย

    มันเย็นชา แห้งแล้ง ริมฝีบางนั้นเผยยิ้มแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

    ถ้าริสาเล่า พี่จะโกรธริสามั้ย เธอหันมามองเขาดวงตาฉายแววหม่นเศร้า จ้อนดึงมือของเธอมาจับไว้แน่น มือของเธอสั่นน้อยๆจนเขาสัมผัสได้

    เว้ามาโลด อ้ายบ่่ว่าดอก จ้อนพูดหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้จ้อนฟัง

    ผู้ชายคนนั้นชื่อดนัย เป็นนักเรียนไทยที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่นั่น พี่ดนัยเป็นเพื่อนสนิทของนที ในวันหยุดเขามักจะเที่ยวที่ฟารม์ของริสาเสมอ

    แรกๆริสาก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ดนัยก็มาแสดงออกว่ารักทุ่มเททุกอย่าง พยายามเปิดใจ ทำราวกับว่าริสาเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
    จนวันหนึ่งวันที่หัวใจเปิดแก่เขา วัันที่ริสารักเขาจนหมดใจคือวันที่พี่ดนัยหมดรักจากริสา
    แถมยังหันไปคบกับเพื่อนของริสา วัันนั้นริสาตัดสินใจเลิกคบกับเขาแต่่เขาก็ยังตามไม่เลิก จนกระทั่งพ่อเสียและย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย วาริสาเล่าเสียงเครือๆ
    เธอช้อนดวงตาไร้ความรู้สึกมองมาที่ชายหนุ่มที่กำลังจับมือเธออยู่

    ถ้่าริสารู้ ริสาจะไม่พาพี่ไปที่นั่น
    จ้อนนิ่งเงียบเขากำลังครุ่นคิิดอะไรบางอย่าง เธอก็ไม่เอ่ยอะไรต่อ ตาก็มองหน้าผู้ชายที่เดินเข้ามาในหัวใจของเธอทุกวัน
    แม้ว่ามันจะมีกำแพงที่เธอสร้างวางไว้ แต่ไม่เคยเลยที่เขาจะหยุดเดิน จนวันนี้วันที่หัวใจรับเขาเอาไว้จนเต็มดวง
    หากเป็นเพราะเรื่องในอดีต เขาอาจจะหันหลังเดินจากเธอตลอดชีวิตเลยก็ได้

    จ้อนผ่อนลมหายใจน้อยๆ มองหน้าคนอยู่ข้างหน้าเ่ช่่นกัน เธอไม่ได้ร้องไห้แต่ดวงตานั้นดูเศร้าสร้อย จ้อนเองก็ไม่ได้ยินดีกับสีหน้าดังกล่าว เสียงของเขาสั่นเครือ หัวใจทั้งปวดร้าวและสับสน ความโกรธจางหายไป เพราะใครๆก็อาจมีความหลังอดีตทั้งนั้น แม้แต่เขาที่ครั้งหนึ่งหลงรักหวานละไมหมดหัวใจ อดีตก็คืออดีตไม่มีวันที่จะย้อนกลับมาได้ ปัจจุบันต่างหากที่ต้องอยู่กับมัน ความสงสัยผลักดันให้ปากก็ถามในสิ่งที่ใจอยากรู้

    ยังฮักเขาอยู่บ่ บอกอ้ายมา ชายหนุ่มถามเสียงเขียวแกล้งทำสีหน้าเย็นชา

    ไม่รักแล้ว... มันเจ็บ...มากกว่าจะรักได้อีก พี่รู้มั้ยริสาไม่อยากรักใครเป็นด้วยซ้ำเพราะมันเจ็บมากกว่าสุข

    ครึ่งหนึ่งของสุขยังเทียบไม่ได้กับความทุกข์ที่สูญเสีย แม้แต่พี่เองริสาก็ .... เธอหยุดพูดเสียงนั้นสั่นเครือมือข้างหนึ่งบีบมือจ้อนเบาๆ ก่อนจะพูด

    พี่แคร์มั้ยที่หัวใจของริสาเคยเป็นของคนอื่น สนมั้ยที่ริสาเคยรักคนอื่นมาก่อนรักพี่ มีบางอย่างที่ริสากลัว จ้อนไม่พูดได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงให้้เธอ
    แววตาของเธอเหมือนจะรอคอยคำตอบ เขาชวนเธอลงไปเดินเล่น
    ข้างทางเป็นจุดพักรถริมเขื่อนลำตะคอง แสงของพระอาทิตย์สาดส่องกับผืนน้ำดูงดงาม นกหลายตัวกำลังบินกลับรัง จ้อนมองสิ่งที่อยู่รอบๆตัวโดยไม่สนใจคนที่อยู่ด้วย
    วาริสาเองก็รู้อึดอัดเพราะจ้อนไม่เคยนิ่งเเงียบแบบนี้
    ปกติเขามักจะขี้โวยวาย เอะอะอะไรก็ขอเสียงดังไว้ก่อน
    ใจคิดอะไรปากก็พูดไปตามนั้น แต่มือข้างนั้นยังเกาะเกี่ยวไม่ห่างกัน
    ริสาเดินตามจ้อนมาเรื่อยๆจนรู้สึกอึดอัดที่อีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ
    เธอกระตุกมือเขาเบาๆ จ้อนหยุดเดินดวงตาคมก้มมองคนตรงหน้า

    พี่...คงโกรธริสาสิน่ะ...ว่าแล้วพี่ต้องแคร์เรื่องนี้ ริสามองจ้อนน้ำตาคลอ
    เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางว่าอะไร เหมือนความเงียบงันกำลังปกคลุมบริเวณดังกล่าวทำให้ไม่ได้ยินเสียงของสิ่งใดๆรอบตัว จ้อนยังคงมีสีหน้าเย็นชาจนเธอเดาความคิดเขาไม่ออก

    ใช่เธอกลัวสูญเสียเขาไป มันยากนะที่เปิดหัวใจรักใครสักคน วาริสาปิดร่องรอยความกลัวผ่านแววตานั้นไม่ได้

    ช่างมันเถอะปล่อยให้มันออกมาเถิด บางทีหัวใจมันก็ไม่อาจสั่งน้ำำตาให้ไหลหรือไม่ไหลไม่ได้

    บ่ฮักเขาแล้ว บอกอ้ายดู๊ ย้านอีหยัง จ้อนถามเสีียงเครียดหัวใจนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะรอคอยกับคำตอบ

    กลัวพี่ไม่รัก...ริสาน่ะสิ เธอพูด ในขณะที่จ้อนยิ้มในตา คำๆนั้นทำให้เขาหัวใจพองโตราวกับมีผีเสื้อนนับร้อยๆบินอยู่ในอก เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำนั้นจากคนที่เขารัก
    มือสองข้างประคองดวงหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ
    จ้อนยิ้มหวานส่งสายตาล้อเลียน(แผนการสำเร็จแล้ว...หึๆ)

    ฮักคือเก่าหละ อ้ายบ่แคร์ดอก อ้ายกะเคยฮักผู้อื่นมาคืิอกัน ริสาเลิกคิ้ว
    เธอส่งสายตามาคาดคั้นเขา
    อีกคนเเล้วพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    แล้วพี่ลืมเขาได้รึยัง ตอนนี้ยังรักเขาอยู่ไหม

    ฮักอยู่แต่ความฮักมันเปลี่ยนไปแล้ว...มันสิบ่มีมื้อเป็นแบบเก่าอีก เพราะว่าอ้าย .....จ้อนสูดลมหายใจดวงตานั้นยังคอยคำตอบอยู่
    หัวใจเต้นเหมือนกลองเพล มันจะออกมาเต้นข้างนอกมั้ยนะ จ้อนคิด

    วาริสาเอาทาบมือที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา(มันยิ่งเต้นมากขึ้นตุ๊บๆๆๆๆๆ)
    เธอยิ้มบางๆ มันเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นรอยยิ้มแบบนี้
    ใช่รอยยิ้มของดวงดาว
    ดวงดาวที่งดงามที่สุด และตอนนี้มันเป็นของเขาแล้ว

    ริสา...รู้แแล้ว ไอ้ที่มันเซิ้งแมงตับเต่าอยู่ตรงนี้มันบอกริสาแล้ว เธอพูดจบก็กระโดดหอมแก้มจ้อนเบาๆแล้วเดินหนีไปที่่รถ ในขณะที่จ้อนตัวแข็งทื่อ
    ตาค้าง(เพราะเคยถูกกระทำครั้งแรก)เอามือจับแก้มที่ยังอุ่นๆอยู่ กว่าจะรู้ตัวอีกที วาริสาก็ตะโกนว่า

    ถ้าพี่ไม่มาขับรถ ริสาจะขับไปร้านจิ้มจุ่มคนเดียว โอเคมะ จ้อนมองเธอสายตายิ้มๆก่อนวิ่งตามเธอไปด้วยหัวใจเปี่ยมสุข

    กำนันจ้อนแห่งหนองส่องแมว ตอน รอยยิ้มของดวงดาว

    หลายวันมานี้จ้อนยุ่งกับงานที่โรงสีเพราะพ่อของเขาซื้อลูกหมูมาเลี้ยงกว่า 60ตัวจ้อนไม่่ได้ยินดีกับมันนักเพราะ หมูมันชอบกินไก่น้อยของเขา
    อีกทั้งมลภาวะทางกลิ่นมันก็แย่ จนพ่อเขาบอกให้ไปนอนที่บ้านใหญ่
    พ่อเขาจะนอนที่โรงสีเอง แต่จ้อนก็ทำไม่ค่อยได้เพราะ
    ปีนี้พ่อเขาก็แก่ตัวลงเยอะ อีกทั้งโรคก็รุมเร้าทำให้เขาต้องพาไปโรงพยาบาลบ่อยๆ
    อย่ากินหลาย...บักมี่น่ะ เบาหวานสิขึ้น จ้อนบ่นในขณะนั่งกินข้าวด้วยกัน
    อดีตกำนันทำหน้าซึมๆมือหดลง
    จ้อนเห็นก็อดสงสารไม่ได้ หมอให้ดูแลเรื่องการกินอาหารเป็นหลัก
    ซึ่งจ้อนก็ทำตามอย่างเคร่งครัดแต่พอเห็นพ่อกินข้าวไม่อร่อยก็ได้แต่ถอนหายใจ
    เขาเองก็ทำกับข้าวไม่เก่ง อาหารวันนี้แม่ของหวานละไมทำแกงส้มดอกแคมาให้
    ตัวเขาเองก็ได้แต่ตำแจ่วพริกดิบกับไข่ต้ม
    กูกินข้าวบ่แซบเนาะ กินข้าวบักมี่ยังว่าแซบแน้ มึงกะมาห้ามกูยุได้ บักจ้อน
    ผู้เป็นพ่อพูดเสียงเครือๆแต่เขาต้องใจแข็งไว้
    วันก่อนพ่อเขาใช้บักหมึกไปซื้อข้าวเหนียวปิ้งมากินเกืือบห้าอัน
    จ้อนรู้ก็เลยสั่งงดข้าวเหนียวทันที
    พ่อของเขาจึงมองข้าวกล้องขัดสีในจานอย่างเซ็งๆๆ
    เจ้ากิินแหม่ ได้ยินข่าวยายดวงบ่ หมอตัดนิ้วตีนแล้ว กินหยังบ่ระวัง กะลำกินแน้แหม่
    กูกะเบื่อเน้อ แต่แม่มึงตายมากูกะบ่ได้กินแนวแซบอีกเลย ดวงตานั้นมีรอยหม่นเศร้าตั้งแต่แม่เขาเสีย
    พ่อของเขาไม่ยอมแต่งงานใหม่เพราะกลัวเมียใหม่ไม่รักเขา จ้อนในวัยเด็กโตมาด้วยมือพ่อล้วนๆ อาหารทุกมื้อพ่อเขาจะทำให้กิน
    จ้อนจับมือพ่อเขาพลางยิ้ม
    เอาล่ะ มื้ออื่นสิพาไปเอาปลานาโคก บอกซุมบักโหนดไว้แล้ว มื้อนี้กินข้าวซะ ผมสิไปเอาปุ๋ย บักเล็กมันบ่อยู่พ่อเฒ่ามันบ่ซำบาย
    จ้อนพูดรอจนกระทั่งพ่อของเขากินข้าวหมด แล้วจึงขับรถไปทางเกษตรสมบูรณ์เพื่อไปร้านขายส่งปุ๋ย
    ระหว่างทางจ้อนเห็นมอเตอร์ไชต์สองคันจอดอยู่ที่หน้าทางเข้้าอำเภอ
    มันจะไม่แปลกเลยถ้าเขาไม่เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังฉุดกระชากลากดึงผู้หญิงคนหนึ่งโดยมีผู้ชายอีกสองคนคุมเชิงไว้
    อ๋อ เธอนั่นเองครูที่เขาเคยช่วยไว้ตอนนั้น ดูเธอจะร้องไห้ด้วยจ้อนหยุดรถทันที
    ผู้ชายที่กำลังดึงแขนเธออยู่หันมามองมาเขา จ้อนนึกออกแล้ว บักเสือลูกผู้ใหญ่สมุทรนี่เอง
    สูพากันเฮ็ดหยัง จ้อนถามเสียงเย็นๆ พวกลูกกระจ๊อกถอยหลังทันที พอดีกับที่ครูสาวสะบัดแขนหลุดและวิ่งมาหาเขา
    กำนัน ช่วยด้วยค่ะ พวกเขามาขวางทางไว้ ฉันว่าจะไปหาเพื่อนที่อำเภอ เธอพูดพลางกอดแขนเขาแน่นเพราะความกลัว
    ผู้บ่าวหยอกผู้สาวซื่อๆดอกครับกำนัน บ่มีหยังดอก มันพูดพลางยักไหล่
    ไม่จริงค่ะ เขาขับรถตามฉันมาตั้งแต่หนองส่องแมวแล้ว เธอพูด จ้อนมองหน้าบักเสือเหมือนจะเอาเรื่อง
    ถ้าไม่เห็นแก่หน้าพ่อมันที่เป็นเพื่อนกับพ่อเขา ตบกะโหลกคว่ำแล้ว ด้วยวัยที่ผ่านมาหลายร้อนหนาวทำให้จ้อนพูดแทนกาการะทำนั้น
    มักบ่มัก มาเฮ็ดจังซี้บ่ถืกดิ เพิ่นเป็นครูบาอาจารย์ ไผเห็นสิว่าจังได๋ เฮ็ดหยังน่ะคิดเห็นหน้าพ่อแม่แน้ บ่ย้านเลาอยากอายคนรึ
    จ้อนพูดสายตาของมันจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง ถึงเขาจะเคยเป็นนักเลงเขาก็ไม่เคยรังแกผู้หญิงสักครั้ง
    นี่อะไรฉุดกระชากยังกะครูดาวเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตจิตใจ จ้อนก็มองมันไม่ลดละเช่นกัน
    ไปบ้านสูซะ อย่าให้กูเห็นอีกว่าสููเฮ็ดแบบนี้กับเพิ่นอีก
    จ้อนตะโกนพวกลูกสมุนดึงลูกพี่ให้ไปที่รถ
    ดุจดาวที่อยู่่ข้างหลังจ้อนร้องไห้จนตาบวม เธอกอดแขนของเขาแน่น
    มันไปแล้วครับ บ่ต้องย้าน บ่มีหยังแล้ว จ้อนหันมาหาเธอ

    ฉันกลัวค่ะ ถ้ากลับดอนตาปู่ เสือเขาต้องมาอีกแน่ๆ เธอพูดพลางมองหน้ากำนันหนุ่ม
    เดี๋ยวผมสิไปบอก ผู้ใหญ่่สมุทรพ่อมันเอง ครูสิไปไสครับผมสิไปส่ง
    รถครูบ่ต้องห่วงผมสิโทรบอกหมู่ให้เอาไปไว้บ้านมันให้ อยู่ใกล้ๆนี่เองครับ
    จ้อนพูด แต่ครูสาวส่ายหน้าน้อยๆพลางยิ้มให้เขา
    ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะมาหาเพื่อนที่เป็นพยาบาลและมันก็ใกล้แค่นี้เอง
    ขอบคุณกำนันมากนะคะ ที่มาช่วย
    จ้อนยิ้มให้เธอพลางบอกว่า บ่เป็นหยังครับจังสั้น ครูขี่รถไปก่อนผมสิขับตามไปครับ
    เขาพูดก่อนที่่จะเดินเข้าไปในรถ ในขณะที่ครูสาวขับรถมอเตอร์ไซต์นำหน้า
    มีบางสิ่งบางอย่างมันได้เกิดขึ้นแล้วในหัวใจของเธอ
    ดุจดาวรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ที่ได้อยู่ใกล้ๆเขาหรือว่า
    .....เธอหลงรักกำนันจ้อนแห่งหนองส่องแมวเข้าแล้ว....



    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=y-rkAsqUh7s
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 19-04-2012 at 21:43.

  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ คุณฉุยเลย
    วันที่สมัคร
    Jan 2012
    ที่อยู่
    พระนครศรีอยุธยา
    กระทู้
    411
    อ่านแล้วมีความสุขครับ ขอบคุณหลายๆครับ

  3. #3
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    ฮ่วย ๆ ๆ พอสิออกหนังสือนิยายได้แล้วบาดเนี่ย....กรี๊ดดดด ๆ ๆ ๆ เอาอีก ๆ ๆ

  4. #4
    ขอบคุณ คุณฉุยเลยและทุกท่านที่ให้กำลังใจ กำนันจ้อนเสมอมาค่ะ
    @อ้ายพล บีอยากสมัครเป็นนักเขียนในสังกัด ท่าน บ.ก.สิว่าจังใด๋ อิอิ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •