กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1

  1. #1
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940

    บ้านมหาโพสต์ เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1


    เมื่อปี พ.ศ.2527 ผมเรียนจบมัธยม ผมเข้าไปอยู่กับพี่ชายที่บ้านห้วยหินฝน ปัจจุบันคือ อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ถนนหนทางในสมัยนั้นเป็นถนนลูกรังเต็มไปด้วยฝุ่น มีไม้ยางนาขนาดใหญ่เต็มไปหมด แต่ในช่วงนั้นมีการสัมปทานจนเกลี้ยง ไม่รู้ว่าได้คืบก็จะเอาวาหรือเปล่ามิทราบ ทำให้ตอนนี้ต้นยางนาต้นใหญ่หลายหมื่นต้น ไม่มีเหลือสักต้น

    เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1

    ไฟฟ้าน้ำประปาไม่มีเหมือนสมัยนี้ อาศัยแสงไฟจากตะเกียง และแสงนีออนที่ต่อจากแบตเตอรี่ โทรทัศน์ขาว-ดำ ก็ต่อขั้วจากแบตเตอรี่

    พี่ชายเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบ้านนาระยะ พี่สะใภ้เป็นผดุงครรภ์ เป็นเพื่อนกันจบไปพร้อมกัน

    ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวโพด ตอนกลางคืนจะมีหนังโรงแบบชั่วคราว (หนังอ้อมผ้า) มีมวย มีลำวง บ่อยมาก ๆ เรียกว่าอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่จะทำไร่ข้าวโพด ข้าวฟ่างกัน ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเงินสะพัด

    พี่ชายจะเป็นหมอสนามมวย ผมก็จะขายลูกโป่งสวรรค์ โดยใช้อลูมิเนียมสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับโซดาไฟ ทำเป็นก๊าซเป่าลูกโป่งสวรรค์

    เทคนิคการขายคือเวลามีผู้ปกครองพาเด็กมาซื้อ ให้ต่อเชือกลูกโป่งยาว ๆ เพื่อให้ลูกโป่งลอยสูง ๆ เด็กคนอื่นเห็นก็จะอยากได้ อ้อนพ่อแม่เดินมาซื้อ เรียกได้ว่าขายสนุกมือ

    แต่อลูมิเนียมหายากมาก ๆ จำพวกหม้ออลูมิเนียม ต่าง ๆ ต้องไปขอซื้อที่ร้านรับซื้อของเก่า แต่ก่อนเดินหาตามใต้ถุนบ้าน หรือเดินหาในสวนหม่อนก็พอได้

    พอเสร็จจากขายลูกโป่งสวรรค์ก็เอาตะแกรงพลาสติกใส่ลูกอม บุหรี่ หมากฝรั่ง เดินเร่ขายต่อ ตอนแรกใส่หมวกไอ้โม่งเพราะอาย แต่ร้อนอย่าบอกใครเชียว

    พอได้เงินรู้สึกว่าความอายหายไป ก็สนุกดี ได้แบงค์ย่อย และเงินเหรียญเต็มกระเป๋า กลับบ้านก็เอานำออกมานับ สนุกดี ทำอยู่สักระยะ ผมก็กลับออกมาอยู่ที่บ้าน และนำถังลูกโป่งออกมาขายที่บ้าน ไม่ว่าหนังขายยา งานบุญ งานบวช ผมจะเอาถังลูกโป่งพ่วงรถไสน้ำ หรือ รถเข็นน้ำ (รถยู่น้ำ) ปั่นไปขายแทบทุกงาน

    เหมือนเดิมครับ พอขายเสร็จก็เอาตะแกรงคล้องคอเดินขายสินค้า ผ่านผู้คนที่ดูหนัง ดูหมอลำ ดูรำวง เพราะคนขี้เกียจลุกจากที่ มีถั่วลิสง เม็ดมะขามคั่ว (ฟ้าสนั่น) แจมด้วย ผู้มุ่งหวังก็จะเป็นหนุ่มสาวที่นั่งเป็นคู่ เพราะคิดว่าเจ้าหนุ่มก็คงกลัวเสียฟอร์ม ต้องควักเงินออกมาซื้อแน่ ๆ ปรากฎว่าได้ผลประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

    ส่วนในสนามมวยไม่ต้องพูดถึง เรียกได้ว่าบุหรี่มวนละ 2 บาท ลูกอมเม็ดละ 1 บาท พวกเซียนทั้งหลายก็ยอมควักกระเป๋าซื้อ เพราะเล่นได้ ถ้าไม่ซื้อก็จะต้องเดินออกมาซื้อข้างนอก ซึ่งมีน้อยคนที่จะเดินออกมาข้างนอก

    เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1

    เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1

    ถ้าเป็นหนังขายยา ผมก็จะตั้งถังลูกโป่งไว้ที่บ้าน สูบลูกโป่งแล้วก็จะมัดใส่ท้ายรถจักรยานแล้วปั่นไปขาย หมดแล้วก็ปั่นออกมาสูบไปใหม่ เพราะขี้เกียจขนไป

    ผมมีความสนุกสนานกับการขาย ระยะหลังพี่สาวและพี่เขยไปร่วมขายด้วย พี่สาวและพี่เขยมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นอาชีพเสริมกับอาชีพการทำนา แต่นาน ๆ จะมีคนมาตัดที เรียกค่าตัดราคาแพงก็กลัวจะไม่มีลูกค้า และบางครั้งช่วงสงกรานต์ก็ลองขายน้ำแข็งไสอยู่หน้าบ้าน นาน ๆ จะขายได้สักถ้วย ไม่เวิร์ค

    ผมพยายามคิดที่จะหาอาชีพอะไรให้พี่สาวทำดี หลังจากเสร็จฤดูกาลทำนา...เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนที่ 1





    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 22-04-2012 at 21:48.

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ขอบฟ้า
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    ที่อยู่
    เยอรมัน
    กระทู้
    324
    ป้าดดดดดดดดดด อ้ายพล เป็นนักขายตั้งแต่ พ.ศ 2527 ขอบฟ้าบ่ทันได้เกิดยุอ้าย จักเป็นลมเป็นแล้งยุแกใด อิอิ :l- ขอบฟ้าว่า เด็กวัยรุ่นสมัยอ้ายพลบ่อายกับการค้าขายดอกจ้า พ่อแม่ให้ไปขายอิหยังกะไป ใช้ง่ายพ้อม บ่คือวัยรุ่นสมัยนี้ขี้อายบ่กล้าไปขาย แม่นบ่อ้ายพล อิอิ:l-

  3. #3
    Membership renewed สัญลักษณ์ของ ชีพ
    วันที่สมัคร
    Mar 2012
    ที่อยู่
    ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา
    กระทู้
    9
    ชีวิตต้องสู้ คล้ายๆกับผม ผมต่อสู้ชีวิตมาด้วยตัวเองตอนจบม.ศ3เหมือนกัน นั้นอายุ17ปีเองไม่เคยขอเงินใครใช้ หาด้วยตัวเองมาตลอด
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ชีพ; 23-04-2012 at 04:44.

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ณัฐ ภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    845
    ยกให่ไปเลยบ่าวพล พระยาแลสมัยยังน้อยเคยเห็นเขาขายคือกันยุแถวบ้านนอกเนาะกะเป็นวิถีชีวิตของคนเฮาเนาะแต่กะมีความสุขหหายเมื่อกอ่นสมัยเป็นเด็กน้อยเนาะ

  5. #5

    ลมหายใจที่ไม่แพ้

    เหมือนกันล่ะครับ การใช้ชีวิตที่ที่ต่างจังหวัดบ้านเราสมัยก่อนเมื่อสามสิบปีหรือก่อนหน้านั้นการเดินทางไม่มีสิ้นสุดสำหรับคนในภาคอิสานบ้านเฮาลมหายใจที่ไม่แพ้

  6. #6

    รอบยิ้มพิมใจ

    คือกันอ้ายพลสมัยบีอยู่ ป.1ยายก็เก็บผักให้ไปขายกำละบาท โตมาหน่อยกะมาช่วยยายมีขายหม่ำำเฮ็ดทั้งขายบ่มีสแตนอิน บางทีมันกะเป็นความสุขเล็กๆน้อยที่เฮาได้หาเงินเอง แม้กระทั่งตอนที่เป็นครูบีกะรับออเดอร์เฮ็ดหม่ำกับไส้กรอก จนแม่ว่าจั๋งแม่นงกอีหลี..ลูกฉัน (บ่แม่นขยันแต่..งก ฮ่าๆ)

  7. #7
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    หู้ยยย ซะเราะกราววาดและจิตนาการตามแล้วให้เกิดความรู้สึกที่ดีๆขึ้นมาเพราะที่ๆผมอยู่หนักกั่วนี้อีก 555

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •