หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 11

หัวข้อ: เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

  1. #1
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940

    บ้านมหาโพสต์ เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ


    เธอมาชวนผมให้ทำธุรกิจขายตรงอีกเช่นเคย เธอบอกว่าบริษัทนี้ดี ไม่ต้องสะสมยอด ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ต้องขายสินค้า ไม่ต้องสาธิตสินค้า ไม่ต้องสต๊อกของ ไม่ต้องชวนคน ไม่ต้องอะไรทั้งสิ้น ผมนึกอยู่ในใจ "เมื่อไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วมันจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้ตรูวะเนี่ย เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    แค่เราใช้ดีแล้วบอกต่อ เขาก็จะไปบอกต่อ ๆ ญาติพี่น้องของเราเหมือนกัน ไม่ต้องไปขายของ...อืม ก็เหมือนกับที่ทำมานั่นแหละ แค่เปลี่ยนคำพูดเท่านั้นเอง

    "แล้วสินค้าล่ะ" ผมถาม เธอบอกว่าบริษัทของเรามีสินค้าอยู่ 3 ตัว คนกินมาแล้วมากมาย คนที่ใกล้จะตายกินแล้วฟื้น คนที่เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายกินแล้วหาย คนแก่กินแล้วก็จะดูหนุ่มขึ้น ว่าแล้วเธอก็เปิดรูปผู้ที่รับประทานแล้วหายให้ผมดู ทั้งก่อนและหลัง เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    ผมคิดอยู่ในใจ "ถ้ามันดีอย่างนี้คงไม่ต้องมีโรงพยาบาลให้ยุ่งยาก" ค่าสมัครเป็นหมื่น วันที่เท่านั้นเท่านี้จะคืนค่าคอมมาให้ 2,000 บาท ....ฮ่า..ก็เงินหมื่นของเรานั่นแหละ เขาเก็บไว้ 8,000 จ่ายคืนให้เรา 2,000 ให้ดูเหมือนว่าได้ค่าคอมเร็ว คนไม่รู้กะเอาเงิน 2,000 ไปเลี้ยงเพื่อนฝูงบอกว่าทำธุรกิจยังไม่ได้ทำอะไรเลย ได้ค่าคอมมาแล้ว 2,000 บาท

    นี่คือระบบแชร์ลูกโซ่ แต่เอาสินค้าบังหน้า แถว ๆ ถนนรัชดาภิเษก ตึกสูง ๆ ผมขึ้นทุกชั้น และฟังมาแทบทุกบริษัท ฟังไปฟังมาผมกวาดสายตาไปรอบ ๆ รู้สึกขำ...โธ่เอ๋ย..มนุษย์...เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    ผมปฏิเสธเธอไป หลังจากนั้นก็มีประเภทน้ำมันเครื่องบ้าง น้ำมันรำข้าวบ้าง กาแฟบ้าง ที่อ้างสรรพคุณเกินจริง จนมีผู้คนหลงเข้าไปมากมาย

    กระเทือนถึงบริษัทขายตรงที่ทำถูกต้องตามหลักขายตรง คือต้องมีแผนการตลาดที่เป็นธรรม สินค้ามีความหลากหลาย มีคุณภาพเชื่อถือได้ มีการจดทะเบียนถูกต้อง ฯลฯ (ไปหาอ่านดูเอา) เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา เป็นบริษัทที่ทำการตลาดอย่างถูกต้องและเป็นธรรม คนทำได้ก็ว่าง่าย คนทำไม่ได้ก็ว่ายาก คือต้องเลือกบริษัทให้เหมาะสมกับตัวเรา

    มีอยู่วันหนึ่งผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.ชัยภูมิ พี่สะใภ้มาพูดแผนการตลาดของบริษัทขายตรงบริษัทหนึ่งให้ผมฟัง ผมฟังดูแล้วมีความเป็นไปได้กว่าบริษัทก่อนมาก เพราะสินค้าราคาไม่แพง และสาธิตได้เหมือนกันเป๊ะ....เอ๊ะ มีบริษัทนี้ด้วยหรือ ? ผมฟังตอนแรกนึกว่าจะชวนให้ผมไปขายสบู่อาบน้ำให้เด็ก เพราะลงท้ายด้วย "เดิร์ม ๆ" เหมือนกันเมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    ผมหันกลับเข้าสู่ธุรกิจขายตรงหลายชั้นอีกครั้ง มีการประชุมกันทุก ๆ วันพุธที่โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ ก่อนประชุมก็จะมีกาแฟและขนมปังเลี้ยงฟรี ผู้คนมากมาย ส่วนมากเป็นคนอีสานบ้านเฮา และเป็นหนุ่มสาวทำงานโรงงานแถว ๆ นวนคร และสมุทรปราการ

    ทุกคนคุยกันว่ามีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท บ้างก็ว่าเดือนที่แล้วได้แสนกว่าบาท ผมหันไปดูตามเสียงนั้น และคิดในใจว่า ศักยภาพเราน่าจะเหนือกว่าเขาเยอะ

    ผมเข้าไปฟังแผนการตลาด การสาธิตสินค้า และการแชร์ประสบการณ์ ผมคิดอยู่ในใจว่า "ผมต้องทำได้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะมีความเป็นไปได้"

    หลังการประชุมเสร็จก็จะมีการรวมกลุ่มย่อย เพื่อพบปะแม่ทีม ผมได้ถูกเรียกขึ้นไปพูดในฐานะสมาชิกใหม่ ทุกคนปรบมือต้อนรับและจับมือ บอกกับผมว่า "เยี่ยมมากครับ ผมเชื่อว่าพี่ต้องทำได้" แสดงว่าตาถึง :l-

    ผมลองทำดูแบบเล่น ๆ เพียงเศษเสี้ยวของบริษัทเก่า เดือนที่ 4 ผมขึ้นตำแหน่งระดับผู้บริหาร มียอดรวมในกลุ่ม 60,000 บาท มีส่วนลดประจำตำแหน่ง 25 เปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้าผมนำผงซักฟอก ราคา 100 บาท มาขายปลีกผมก็จะได้กำไรจากการขายปลีก 25 บาท เพราะผมสามารถซื้อได้ในราคา 75 บาท

    และวันที่ 28 ของเดือน บริษัทจะต้องจ่ายมาให้ผมอีก 25 บาท หากผมมียอดกลุ่ม 2,000 บาทขึ้นไป

    ช่วงนั้นผมมีไฟสุด ๆ เรียกได้ว่าชวนได้ทุกที่และทุกคน ไม่ว่าระดับไหน เพราะความโลภเข้าครอบงำทำให้หูตามัว เห็นหมูตัวเท่าแมว เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    เปลี่ยนการแต่งกายเป็นผูกไทใส่สูท เข้าที่ประชุมผู้คนยกมือไหว้เดินมาจับไม้จับมือทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส ถือแฟ้มเดินวางมาดนักธุรกิจ ขากลับผมถอดสูทใส่กระเป๋าเดินหิ้วสินค้าขึ้นรถเมล์มินิบัสสาย 14 คนแน่นเอี๊ยด ...โอ้ว...ชีวิตรันทด...ความท้อเริ่มมาเยือนอีกหน

    ผมทำอยู่ประมาณ 4 เดือน ผมก็เลิก เพราะยิ่งลูกทีมมากยิ่งไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะต้องใช้เวลาไปบริหาร ไปช่วยเหลือ เอาใจลูกทีมมากกว่าเอาใจลูกชายซะอีก ก็เลยหยุดไปดื้อ ๆ ..เพราะเบื่อที่จะพูดกับคน เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    ถ้าจะถามว่า ธุรกิจขายตรงดีไหม ผมขอตอบว่าดี แต่จะให้ผมไปทำอีกไหม ผมบอกว่าผมไม่ทำเด็ดขาด เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่คิดที่อยากจะชวนผมทำธุรกิจขายตรง หรือขายประกัน อย่าไปชวนผมให้เสียเวลา เพราะผมอยู่อย่างนี้ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ...ปล่อยผมไปเถอะ :l-

    ถ้าผมทำธุรกิจขายตรง รับรองแฟนคลับผมต้องหนีผมหัวซุกหัวซุน เพราะกลัวผมชวนทำธุรกิจ หรือขายสินค้า สรุปว่าผมห่วงเรื่องเรตติ้งมากกว่ารายได้ใช่ไหมเนี่ย เมื่อผมเป็นนักขายจำเป็น ตอนจบ

    และผมก็ทราบดีว่า การชวนคนมาร่ำรวย มาทำมาหากินในทางที่สุจริต ชวนยากกว่าการชวนคนไปกินเหล้า หรือเล่นไพ่ซะอีก....เอวัง :l-

    ------------------------------------------------------------------------

    ปล. ผมไม่ได้บอกว่าธุรกิจขายตรงเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพียงแต่ว่าไม่เหมาะกับตัวผมมากกว่า และเป็นเรื่องจริงที่ว่า ไม่มีใครเกิดมาเพื่อที่จะเหมาะสมกับสิ่งใด ความพยายามเสาะแสวงหาจะทำให้เราถูกจัดวางให้เหมาะสมกับสิ่งนั้นในที่สุด

    และเมื่อได้พบกับความเหมาะสมแล้ว เราก็จะรักอาชีพนั้น และมุ่งมั่นทำอย่างมีความสุข สิ่งนี้ต่างหากที่มีค่ายิ่งกว่า "ความร่ำรวย" ในนิยามของผม.....เพราะ...ความสุขที่แท้จริงในชีวิตของคนเรานั่นแหละ คือความร่ำรวยที่แท้จริง...... (พล พระยาแล)






    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 25-04-2012 at 22:51.

  2. #2
    โอย ข่อยซาบซึ้ง เว้ายามได๋กะถึก เห็นด้วยเอาไป 9.99เปอร์เซนต์ที่เหลือขอเอาไว้ทำทุน อิอิ

  3. #3
    เว่าแมนคักแมนแน่เนาะอ้ายพล ผมกะหลวมโตเฮ็ดขายตรงอยู่คาวนึง มู่ฮักมู่แพงเปี่ยนเบอร์โทรศัพย์หนีเบิด สิไปหากะว่าบ่อว่าง

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ cute
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    ป่าคอนกรีต
    กระทู้
    455
    มีธุรกิจแชร์ลูกโซ่ในสังคมไทยประมาณ 250 บริษัท ที่ใช้หลักการเดียวกับแชร์ลูกโซ่ (แชร์แม่ชม้อย)เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งทำลายระบบวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยแต่เดิมให้สูญหายไปจากสังคมไทย ก่อความรำคาญ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนไทย แต่เดิมสังคมไทยเคยรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีกัน หลังธุรกิจนี้เข้ามาแพร่หลายในสังคม ความมีน้ำใจ ครอบครัวที่เคยอบอุ่นเข้มแข็งก็ค่อยๆร้าวฉาน แตกแยกกัน เป็นธุรกิจระบบหลอกให้เอาเงินมาลงทุน หลอกกันไปหลอกกันมา หาเหยื่อมาเข้าโครงข่าย เพื่อแชร์เงินส่วนหนึ่งให้เหยื่อในโครงข่าย เงินส่วนที่เหลือก็เข้าบริษัท ทำไปทำมาพอบริษัทได้เงินมากขึ้น มากขึ้น ก็ปิดตัวลง หายเข้ากลีบเมฆไป และไปเปิดตัวใหม่ ชื่อบริษัทใหม่ สินค้าตัวใหม่ๆออกมาหาเหยื่อใหม่ และก็ล้างสมองเหยื่อโดยการยกเมฆว่าสินค้ามีสรรพคุณเลิศหรู มีบริษัทแม่อยู่ที่ต่างประเทศ มาตรฐานเชื่อถือได้ เพื่อให้เหยือตกหลุมพรางที่วางเอาไว้ แล้วควักกระเป๋าจ่ายเงินเข้าบริษัทเพื่อลงทุนทำธุรกิจร่วมกันเพื่อหลอกให้ความหวังกับอนาคตที่หรูหราที่วาดวิมานไว้ในอากาศให้ฟัง โดยอาศัยจุดอ่อนของมนุษย์ในเรื่องความโลภมาเป็นเครื่องมือในการหลอกต้มกันในสังคมครับ สุดท้ายเหนื่อย เงินสูญ ไม่ได้คืน ไปเรียกร้องอะไรก็จะทำให้เสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีความอีก ทำกับเหยื่อหลายๆคนเข้า บริษัทก็รับอย่างเดียว เหยื่อคนแล้วคนเล่าที่หลงเข้ามา แล้วเลิกราออกไป บริษัทก็มีแต่ได้กับได้ คนในสังคมเดือดร้อนกับข้าวของแพงอยู่แล้วยังไปซ้ำเติมเขาอีก ผมเองก็เคยหลงตกเป็นเหยือเหมือนกันครับกับธุรกิจขายน้ำสีเขียวๆ บอกสรรพคุณเลิศหรูยิ่งกว่ายาเทวดา รักษาได้ทุกโรค ตั้งแต่สากกระเบือ ยันเรือรบ ใครทานแล้วอายุจะยืนเป็นร้อยปี มีคลิปที่จัดฉากให้ดูเพื่อล้างสมอง ใครไม่เฉลียวใจก็ตกเป็นเหยื่อ น่าสงสารคนยากคนจนหาเช้ากินค่ำอีกหลายๆคนที่เสียเงินกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่พวกนี้ครับ

  5. #5
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ณัฐ ภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    845
    ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ให่เพื่อนๆๆได้อ่านนำกันเนาะครับ

  6. #6
    ร่วมกิจกรรมนำความรู้ สัญลักษณ์ของ เซียนเมา
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    Suratthani
    กระทู้
    1,702
    อิหยังจบแล้วหน่ะ! เลยบ่ฮู้ว่าพระเอกของเรื่องเฮ็ดหยังต่อไปหลังจากเลิกอาชีพ"นักขายจำเป็น"
    เรื่องราวกำลังสนุก น่าจะมีต่อภาค 2 นะครับ :l-
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียนเมา; 26-04-2012 at 08:28.

  7. #7
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    โอ้ยเมือยนำเจ้าหลายเด้ดีเจพล พระยาแล(แลต่าพุสาวที่บ่แมนผบ.ทบ.)

  8. #8
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ cute
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    ป่าคอนกรีต
    กระทู้
    455
    เรื่องราวน่าสนใจ น่าจะนำไปสร้างเป็นหนังสั้นเน๊าะครับ เรื่อง แหยม ชัยภูมิ ตอนชีวิตรันทดผจญภัยเมืองบางกอก คริ๊ก คริ๊ก คริ๊ก เกริ่นเรื่องเปิดตัวว่า ท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้ที่เขียวชอุ่มแห่งเมืองพระยาแล ยังมีบุรุษท่านหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นที่ชายห้วยปลายนา หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจกับภักษาหารมื้อเช้าแก่ๆแล้ว ได้เดินตัดผ่านทุ่งนาฝ่าเปลวแดดที่ร้อนจนรังแคระอุ ลัดทุ่งนาริมไร่ปลายห้วย เพื่อมุ่งหน้าไปขึ้นรถที่ บขส เมืองชัยภูมิ มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองบางกอก ตามล่าความฝันด้วยดวงตาที่เปล่งประกายกับความหวังที่จะมีบ้านพร้อมรถยนต์และเงินก้อนโตในธนาคารไว้นอนกอดให้อุ่นใจตามที่บริษัทแชร์ลูกโซ่ฝากความฝันให้ไว้ และก็ไม่ลืมที่จะเหน็บปลาร้าบ่องเพื่อนยาก กับ หม่ำ ไส้กรอก และแหนมเนื้อ แหนมหมู เอาไว้แก้หิวในยามขัดสนในเมืองบางกอก นามเขาคือ แหยม ชัยภูมิ ซึ่งเป็นฉายาที่ได้มาเพราะฝีมือล้วนๆไม่ใช่เพราะโชคช่วย พอได้ไหม พอได้ไหม คริ๊ก คริ๊ก คริ๊ก
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย cute; 26-04-2012 at 09:01.

  9. #9
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    ตอบ..เซียนเมา....ชีวิตหลังจากเป็นนักขายจำเป็นของพระเอกก็คือ..มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ตามอัตภาพ เลิกงานก็จัดรายการในเว็บ วิ่งออกกำลังกาย และบริหารกิ๊ก ไม่ให้รถไฟชนกันครับ...ก๊ากกกกก

  10. #10
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    ธุระกิจขายตรงสิเหมาะกับบุคคลที่วางตัวเฉยๆ(เฉยได้ทุกเรื่อง)ไม่ว่าหมาจะกัดแดดจะออก,ฝนตก,ฟ้าฮ้องซ่ำได๋ซ่ำนึงยากส์ส์ส์ส์ๆๆๆๆๆ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •