หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 13

หัวข้อ: ตำนานปู่ปะหลาน

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ หนุ่มสารคาม
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    ที่อยู่
    sriracha chonburi
    กระทู้
    22

    บ้านมหาโพสต์ ตำนานปู่ปะหลาน

    นิทานเรื่องปู่ป๋าหลานนี้มีอยู่โดยย่อว่า (โดยย่อนะครับ) ปู่กับหลานได้เดินทางไกลผ่านมายังทุ่งกุลาร้องไห้นี้ เดินข้ามอย่างไรก็ไม่พ้นสักที ปู่ก็จวนเจียนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ ส่วนหลานนั้นก็ได้เอาแต่ร้องไห้งัวเงียด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งยังกระหายน้ำจนดูท่าว่าจะเดินทางไปต่อไม่ไหว จนกระทั่งได้พลอยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย(แต่ก่อนนี้ทุ่งกุลาร้องไห้นี้มีความทุรกันดารมาก ทั้งยังมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่มีอาณาเขตติดต่อกันถึงห้าจังหวัด) ปู่จึงได้ใช้ผ้าขาวม้าห่อหุ้มหลานเอาไว้ แล้วนำไปไว้ยังโคนของพุ่มไม้แห่งหนึ่งเพื่อบังแดดให้แก่หลานน้อยนั้นไว้ ปู่จึงได้รีบเดินทางต่อดดยความหวังว่า จะได้พบกับหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดที่ซึ่งมีน้ำเพื่อที่จะนำไปให้หลานดื่มได้ บริเวณนี้เรียกว่า บ้านป๋าหลาน เพราะคำว่าป๋านัน้หมายถึงการทิ้ง เช่น ผัวป๋าเมีย เป็นต้น ซึ่งในบริเวณจังหวัดมหาสารคามนั้นก็มีชื่อหมู่บ้านนี้ว่าเป็นบ้านป๋าหลานอยู่ (ทราบว่าทางร้อยเอ็ดก็มีชื่อบ้านนี้อยู่ด้วย) ในท้องที่ใกล้ๆกับอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคามในปัจจุบัน

    เมื่อปู่เดินทางจนมาถึงตีนบ้าน (บริเวณรอบนอกของหมู่บ้าน ก่อนที่จะเข้าสู่บริเวณกลางหมู่บ้านจริงๆ)ปู่ก็ได้รีบเขาไปขอน้ำดื่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านนั้น (ผมจำชื่อหมู่บ้านไม่ได้ เดี๋ยวจะค้นมาให้ในภายหลังครับ ซึ่งชื่อหมู่บ้านนี้ก็มีความสอดคล้องกันกับเส้นทางที่ปู่กับหลานนั้นได้เดินทาง) พร้อมกับได้รีบนำน้ำใส่บั้งทิง (บั้งไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำ) เพื่อที่จะนำไปให้หลานดื่ม

    ส่วนหลานนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็ไม่พบปู่ ก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ และด้วยความกลัวตามประสาของเด็ก และจึงได้ออกวิ่ง ทั้งเดินเพื่อตามหาปู่ของตนว่าอยู่ไหน ทั้งยังพร่ำบ่นว่า ปู่นั้นได้ทิ้งตนเองไปแล้ว ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าปู่นั้นไม่รักตนเอง ปล่อยทิ้งให้หลานนั้นอยู่เพียงลำพังคนเดียวด้วยความไม่ไยดี (ที่มาของท่อนช้าในการบรรเลงปู่ป๋าหลานที่มีทั้งความเศร้าโศก และความน้อยใจของหลาน) ซึ่งมีปรากฏเป็นบทกลอนของการลำอยู่ (การจ่ม หรือการบรรเลงเดี่ยวพิณที่มีลักษณะของการบรรเลงเป็นถ้อยคำนั้น ก็มีที่มาอันมาจากกลอนลำบทนี้) จนในที่สุดนั้นหลานก็ได้หมดแรง และล้มลง

    ปู่นั้นเมื่อได้น้ำมาแล้ว ก็ได้รีบนำกลับมาให้หลานด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อมาถึงพุ่มไม้ที่ได้วางหลานเอาไว้ ก็กลับไม่พบหลานเลย ปู่จึงได้รีบออกค้นหาหลานไปทัั่วบริเวณนั้น (มีบทกลอนลำที่ปู่นั้นได้ออกค้นหาหลาน และเป็นอีกช่วงทำนองหนึ่งของการจ่มพิณ ที่ปัจจุบันนี้ยังไม่ปรากฏว่าได้มีใครสามารถบรรเลงได้ คือ ที่ต่อๆ เล่นๆปู่ป๋าหลานกันมานั้น มันแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น) จนกระทั่งปู่ก็ได้มาพบหลานนอนตายอยู่กลางแดดจ้าของท้องทุ่งอันแสนกันดารแห่งนี้ มีทั้งมด แมลง ไต่ชอนไชอยู่ตามรูจมูก ใบหูและปากไปทั่ว (สภาพศพของชาวอีสานในสมัยก่อนก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ)
    ครั้นเมื่อปู่เห็นสภาพหลานดังนั้นแล้วก็แทบใจขาด น้ำตาร่วงหล่นด้วยความสงสารในชะตากรรมของหลานที่ต้องมาตายอย่างทุกข์ทรมาน ทั้งยังโทษตัวเองว่าทำไมจึงได้ทิ้งหลานไว้ให้อยู่คนเดียว ปู่ได้ค่อยๆอุ้มศพของหลานขึ้นแล้วเดินพาหลานกลับไปยังตีนบ้านแห่งนั้น ด้วความเศร้าโศกเสียใจ ดังกับว่าหัวใจของปู่นั้นจะแตกสลายเสียให้ได้
    ต่อมาเมื่อมีความเจริญขึ้นตรงบริเวณนั้นบริเวณบ้านแห่งนั้นก็ถูกเรียกว่าเป็นบ้าน ปะหลาน ซึ่งหมายถึงบริเวณบ้านที่ปู่นั้นไก้พบกับศพของหลานนั่นเอง

    ขอขอบคุณ คุณ อาจารย์โหวดฟ้า ชมรมศิลปอีสานจุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย


  2. #2
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8
    ขอบคุณอ้ายหนุ่มสารคาม หลายๆค่ะสำหรับตำนานเรื่องเล่าขานของลูกอิสานบ้านเฮา ผุ้เกิดใหม่ใหญ่ลุนกะสิได้เล่าขานต่อเนื่องไปบ่ให้สูญหายไปเนาะจ้า

    ปล....เศร้าแฮงเนาะเรื่องนิแมะจ้า

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ณัฐ ภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    845
    จะหาได้ฮู้ถึงความลำบากของคนสมัยเมื่อกอ่นเนาะเคยแต่ได้ยินทุ่งกุลารอ้งให่เมื่อกอ่นเนาะแต่สุมื้อนี้ทุ่งกุลาบ่แล้งแล้วบ่แม้นติบ่เคยไปทางนั้นจักเทื้อบ่เคยเห็นคันพี่นอ้งอยู่แถวๆๆทุ่งกุลามีรูปกะเอามาให่เบิ่งแหน่เด้อครับขอบคุณลว่งหน่าครับ

  4. #4
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    ขอบคุณเรื่องราวนิทานม่วนๆครับหนุ่มสารคาม

  5. #5
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ บ่าวจัย
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    กระทู้
    3,075
    อ่านแล้วหดหู่อิหลีอิหลีสำหรับที่มาของลายพิณลายนี้ ปู่ป๋าหลาน ขอบคุณครับญาอ้าย

  6. #6
    ขอบคุณครับ ที่นำเรื่องราวเก่าๆมาเล่าสู่ฟัง

  7. #7
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ nuzing
    วันที่สมัคร
    May 2007
    ที่อยู่
    ตกฟากอยู่อุบล เป็นคนชราบางแคแล้ว
    กระทู้
    2,549
    บล็อก
    5
    :b-b:*- ขอบคุณนิทานก้อม"ปู่ป๋าหลาน" เด้อขะน่อยยายพึ่งฮู่+เข้าใจ ทีมาเมื่อได้อ่านกระทู้คุณภาพชองหนุ่มสารคาม (ยายเคยถามท่านเวบมาสเตอร์บ้านเฮานี่หละจ้าเผิ่นโพสต์เกี่ยวกัยลายพิณปู่ป๋าหลานในเฟคบุคหรือเปล่าน้อ ถามหว่า เป็นหยังปู่คือป๋าหลานเผิ่นบอกหว่าปู่ไปเขี่ยนควายพะนะ ซังคนตั๋วเด๊ )
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nuzing; 01-05-2012 at 21:50.

  8. #8
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8
    ฮ่าๆๆๆๆ ไผมาซ่างกล้าตั้วคุณยายแท๊..สุนๆๆ นิกะจั่งแม่น ใหญ่ปานนี้แล้วจั่งได๋จั่งเชื่อคนง่ายแทะ ฮ่าๆๆ จุฟฟฟฟ :)

  9. #9
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9

    พบปะพูดคุย

    ฮ่าาาาๆๆๆ ถ้าเป็นนักเรียน ให้ตกซ้ำชั้นไปเลยคุณยายยย

  10. #10
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ อ้ายทิดใจ
    วันที่สมัคร
    May 2012
    ที่อยู่
    LA
    กระทู้
    146
    บล็อก
    1
    เพิ่งเคยได้ยินครับ เป็นความรู้ดีครับ ขอบคุณครับ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •