ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

กษัตริย์ มินดงผู้สร้างนครมัณฑะเลย์ ทรงมีพระปรีชาญาณกว้างไกลมาก ก่อนจะตกลงพระทัยสร้างเมืองหลวงใหม่ พระองค์ได้ศึกษาทำเลที่ตั้งและภูมิประเทศของเขตพื้นที่พม่าตอนบนเป็นอย่างดี แล้ว จึงสร้างเมืองใหม่ตรงจุดที่ได้เปรียบที่สุด โดยย้ายเมืองหลวงในขณะนั้น คือ เมืองอมรปุระ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก มาอยู่ที่เมืองใหม่แห่งนี้
พระราชวังมัณฑะเลย์ของพระเจ้ามินดงและกษัตริย์ สีป่อ พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้าย
พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างขึ้นสมัยพระราชามินดง [Mindon] ราชาภิเษก ขึ้นเป็นกษัตริย์ภายหลังจากมีสงคราม ระหว่างพม่ากับอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2395
เวลานั้นเมืองหลวงอยู่ที่ อมรปุระ Amarapura ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2325 พระราชามินดงต้องการที่จะหาที่ตั้งของเมืองหลวงที่จะสร้างใหม่หลังสงคราม เพราะเมืองหลวงเก่าได้ซึ่งผ่านสิ่งร้ายๆมา ประกอบกับการยึดมั่นในหลักศูนย์กลางพุทธศาสนา และพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานครบ 2,400 ปี จึงมีรับสั่งให้สร้างเมืองหลวงใหม่ให้เป็น
"เมืองสีทอง"
ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

ได้ปรึกษากับพระโหราจารย์ และได้ศุภฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 โดยได้วางศิฤาฤกษ์ และต่อมาก็ตั้งผังเมือง โดยฝั่งทางตะวันตกนั้นได้นำชีวิตมนุษย์สังเวย โดยนำชาย หญิง และเด็กจำนวน 52 ชีวิต ฝังไว้ภายใต้เสาหลักเมือง เชื่อว่าวิญญาณของคนเหล่านี้จะปกป้องคุ้มครอง เมือง การก่อสร้างเมืองเสร็จสมบูรณ์ในปี 2402 รวมระยะเวลาในการสร้าง 2 ปี

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

เมืองสร้างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส วัดได้ ประมาณ 2,030 เมตร ในแต่ละด้าน พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางจตุรัส มีกำแพงล้อมรอบโดยมีประตู 12 ด้าน ตามจักราศรีพระราชวังโดดเด่นด้วยหอสูง 78 เมตร ซึ่งตั้งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

หลังคาสูงเจ็ดชั้นประดับด้วยทองคำเปลว โดยได้สร้างให้สมเกียรติ กับบัลลังค์สิงโตซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ เช่นพิธีKadaw เทิดพระเกียรติ ซึ่งจัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี พระราชวังทั้งหมดทำจากไม้ซึ่งนำมาจากวังเดิมที่อมรปุระ พระราชวังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปตามเทพนิยาย รูปดอกไม้และสัญลักษณ์ทางโหราศาสตร์ มีหอนาฬิกาที่ทำจากไม้สักเพื่อเป็นที่สังเกตุการณ์ ของทหารเพื่อระวังไฟไหม้

อีก ประการหนึ่ง ณ ขณะนั้นพระเจ้ามินดงทรงทราบดีว่าพม่าเสียเปรียบอังกฤษทุกประการ เพราะอังกฤษแผ่อำนาจเต็มที่อยู่ในอนุทวีปอินเดีย พร้อมทั้งเข้ามายึดครองพม่าตอนล่างถึง 2 ครั้งแล้ว ถึงขนาดสามารถตั้งศูนย์ปกครองที่เมืองย่างกุ้ง และมีบริษัทเดินเรืออังกฤษ คือ Irawaddy Floatilla เปิดกิจการขนถ่ายสินค้า และบรรทุกผู้คนขึ้นล่องระหว่างพม่าตอนบนและตอนล่าง

ดัง นั้น ในขณะที่พระองค์ยังครองตำแหน่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินของพม่าอยู่ ก็จำเป็นที่ต้องหลีกเลี่ยงภาพลักษณ์ที่ตกอยู่ภายใต้การบงการของอังกฤษ

การ เลือกที่ตั้งเมืองมัณฑะเลย์เช่นนี้ จึงมิใช่การอพยพหนีจากกองทัพอังกฤษโดยตรง แต่เป็นการตั้งหลักฟื้นฟูความมั่งคั่ง ศิลปวัฒนธรรม และเรียกขวัญกำลังใจของชาวพม่าให้กลับคืนมาดังเดิม

หม่องทินอ่อง นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของพม่า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกษัตริย์มินดงอีกบางประการ คือ กษัตริย์พม่าองค์นี้ เป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถองค์หนึ่งในบรรดากษัตริย์พม่าทั้งปวง

พระองค์ ทรงมีลักษณะพิเศษ เช่นเดียวกับพระเจ้าแผ่นดินไทยร่วมสมัยกับพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือเป็นผู้มีอุดมคติ และพยายามเลือกสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง ทรงมีความเด็ดขาดแต่สุภาพ ทรงเป็นนักชาตินิยม แต่ก็ตระหนักถึงความอ่อนแอของประเทศชาติเป็นอย่างดี




ชีวิต ในเยาว์วัยของกษัตริย์มินดงพระองค์นี้ แทนที่จะฝึกฝนบนหลังม้าเพื่อออกศึกเยี่ยงบรรพกษัตริย์ของพม่า พระองค์กลับฝึกฝนพระองค์ให้อยู่กับคัมภีร์ใบลาน และแผ่นหนังที่อยู่ตามวัดวาอารามเก่าแก่

หาก อังกฤษไม่มีความตั้งใจที่จะรุกรานพม่าให้เป็นอาณานิคมแล้ว กษัตริย์มินดงจะต้องเป็นกษัตริย์ที่รักสันติ และคงทำความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม และพุทธิปัญญาให้แก่พม่าอย่างมากมาย

ในระยะเวลา 21 ปี ที่นครมัณฑะเลย์เป็นราชธานีภายใต้การปกครองของกษัตริย์มินดง พระองค์ได้ทำการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง
แม้พระองค์จะไม่เคยทรงมีประสบการณ์ในเรื่องการวางแผนเศรษฐกิจมาก่อนก็ตาม
กษัตริย์ พระองค์นี้มีความคิดก้าวหน้าล้ำสมัยอย่างยิ่ง คือทรงกำหนดแผนเศรษฐกิจให้รัฐเข้าควบคุมการค้าระหว่างประเทศ ทรงมุ่งหวังที่จะนำเงินจากการค้าระหว่างประเทศมาพัฒนาประเทศ และหวังว่าจะยกเว้นภาษีโดยตรงที่เคยเก็บจากประชาชนทั้งหมด

พระองค์ได้เริ่มใช้เงินแท่งและทองแท่งเป็นมาตรฐานกลางสำหรับการแลกเปลี่ยน (exchange rate) ทรงตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเงินเหรียญของราชการ ได้กำหนดมาตราชั่งตวงวัด และตั้งผู้ตรวจราชการเดินทางไปตรวจยังตำบลต่างๆในชนบท



ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2


บัลลังค์สิงห์ ซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ เช่นพิธี Kadaw เทิดพระเกียรติ ซึ่งจัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี


นอก จากนี้กษัตริย์มินดงได้ทรงปรับปรุงการคมนาคมทั้งทางบก และแม่น้ำลำคลองทั่วบริเวณเมืองใหม่ และจัดหาเรือกลไฟเพื่อขนส่งคมนาคมในแม่น้ำเอยาวดี ระหว่างราชธานีกับเมืองย่างกุ้งเป็นประจำ

พระองค์ ทรงให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาหนุ่มชาวพม่าจำนวนหนึ่ง เพื่อไปศึกษาวิชาวิศวกรรมและการไปรษณีย์โทรเลขที่เมืองย่างกุ้ง และกัลกัตตาในประเทศอินเดีย เมื่อจบกลับมาก็ให้จัดตั้งระบบการคมนาคมโทรเลขระบบมอสขึ้นทั่วพระราช อาณาจักร เพื่อเชื่อมกับระบบของอังกฤษในบริเวณพม่าตอนล่าง

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2



กษัตริย์ มินดงขยายการอุตสาหกรรมของพม่า ซึ่งยังมีความล้าหลังมาก ด้วยการรับผู้เชียวชาญชาวยุโรป ให้มาสำรวจและทำการปรับปรุงการทำเหมืองแร่และ ป่าไม้ มีการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กขึ้นประมาณ 50 แห่ง เช่น โรงสีข้าว โรงทอผ้า โรงน้ำตาล และทรงตั้ง เจ้าชายเมกขระ พระราชบุตรผู้มีความสามารถและสนพระทัยวิทยาการแบบใหม่ให้เป็นเสนาบดีกระทรวง อุตสาหกรรม

นอก จากนั้นพระเจ้า มินดงยัง เป็นผู้ฟื้นฟู และ สืบทอดศาสนาพุทธ โดยในยุคของท่าน มีการก่อสร้าง ทางศาสนา และ ทำนุบำรุงศาสนสถาน เก่าแก่ มากมายชีวิต ในเยาว์วัยของกษัตริย์มินดงพระองค์นี้ แทนที่จะฝึกฝนบนหลังม้าเพื่อออกศึกเยี่ยงบรรพกษัตริย์ของพม่า พระองค์กลับฝึกฝนพระองค์ให้อยู่กับคัมภีร์ใบลาน และแผ่นหนังที่อยู่ตามวัดวาอารามเก่าแก่

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

ก่อนบูรณะ

สถาน พุทธคยา ปีพ.ศ. 2417 พระเจ้ามินดง กษัตริย์พม่า ได้ไปบูรณะ พระมหาโพธิ์เจดีย์ ที่อินเดีย หลังจากร้างมากว่า หนึ่งพัน ปี

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2

หลังบูรณะ


พระเจ้า มินดงยัง เป็นผู้ฟื้นฟู และ สืบทอดศาสนาพุทธ โดยในยุคของท่าน มีการก่อสร้าง ทางศาสนา และ ทำนุบำรุงศาสนสถาน เก่าแก่ มากมาย
วัดกุโสดอ (Kuthodaw)
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำสังคยานาพระไตร ปิฎกครั้งที่ 5 และมีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ที่หนังสือกินเนสบุ๊ค ได้บันทึกไว้ว่าเป็นแผ่นจารึกพระไตรปิฎกที่ใหญ่สุดในโลก
พม่าถือว่า สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพุทธศาสนา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ของพม่า คือ มัณฑะเลย์ ใจกลางเมืองมี ตลาดเซโจ เป็นศูนย์กลาง การค้า ในเขตพม่าบนช่างฝีมือของที่นี่ ผลิตงานฝีมือตามวิธีโบราณ ด้วยทอง เงิน หินอ่อน กับสิ่ว เส้นด้าย และหูกทอผ้า


ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2


สองฝั่งน้ำอิระวดี มีท่าเรือคั่นอยู่เป็นระยะ เรือขนข้าวขึ้นล่องผ่านไปมา ไม่ขาดสาย มัณฑะเลย์ เคยเป็นราชธานีของเขตพม่าบน แต่กลับมีอายุเก่าแก่ไม่ถึง 150 ปีดี และเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองของพม่า ที่ยังคง ใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาโดยไม่มีการเปลี่ยนคำเรียกแต่อย่างใด ชื่อมัณฑะเลย์ ฟังดูเก่าแก่โบราณพอๆกับ แม่น้ำเอยาวดี(อิระวดี) ที่ทอดสายไหลเอื่อยผ่านตัวเมืองแห่งนี้ เสน่ห์ของมัณฑะเลย์ อยู่ที่การเป็นราชธานีแห่งสุดท้ายของพระราชวงศ์พม่า

ภาพเล่าเรื่อง ล่มเมืองมัณฑ์ ตอนที่ 2


เมือง มิงกุน ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำ อิระวดี ทางตอนบนสุด ของทิวเขา ที่โอบล้อมเมืองสกาย เอาไว้ “เจดีย์ยักษ์มิงกุน”เจดีย์องค์นี้ถ้าสร้างสำเร็จก็จะมีความสูงถึงราว 165 เมตร และจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่ สุดในประเทศพม่า อย่างไรก็ดีเมื่อพระเจ้าปะดุง สิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2362 เจดีย์องค์นี้ก็ถูกทอดทิ้งไม่มีการสร้าง คงเหลือไว้เป็นกองอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมี “ระฆังยักษ์มิงกุน” ซึ่งพระเจ้าปะดุงทรงสร้างไว้ เป็นระฆังสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า น้ำหนักประมาณ 90 ตัน ระฆังนี้สูง 4 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ปากกว้างราว 5 เมตร นับว่าเป็นระฆังที่แขวนอยู่ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก