กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน-ท้าวหงษ์หิน

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ อ้ายทิดใจ
    วันที่สมัคร
    May 2012
    ที่อยู่
    LA
    กระทู้
    146
    บล็อก
    1

    อายหน้าแดง นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน-ท้าวหงษ์หิน

    ณ เมืองพาราณสี พระราชาทรงมีพระมเหสี 7 นาง แต นางวิมาลา เป็นมเหสีเอก ครั้นเมื่อนางตั้งครรภ์ โหรทำนายว่าเทวดาจะมาเกิดด้วย มเหสีที่เหลือก็เกิดอิจฉาริษยา ครั้นเมื่อทำคลอดให้นางก็ได้นำสุนัขมาเปลี่ยนโยนเด็กทิ้งไป พระอินทร์เลยนำขึ้นไปเลี้ยงบนสวรรค์ ส่วนพระราชาได้คิดว่านางลอบเป้นชู้กับหมาจึงไล่นางออกจากวัง
    นางจึงไปขออาศัยอยู่กับคนที่เฝ้าสวนของพระราชา จนเวลาเลยผ่านไป พระอินทร์ได้ทราบว่านางต้องการเห็นหน้าลูก เลยเสกก้อนหินให้เป็นหงส์ให้ลูกของนางขี่เหาะลงมาจากสวรรค์มาหานาง

    ส่วนลูกทั้งหกของมเหสีรองเมื่อโตขึ้นได้นำสะบ้าทองคำเล่นในสวนกับลูกของนางวิมาลา มีการแข่งขันสะบ้ากันระหว่างกุมารลูกของนางวิมาลาและกุมารทั้ง 6 ทำให้ลูกของนางชนะการแข่งขันได้ทองคำไปให้นางวิมาลาผู้เป็นแม่ทุกวัน
    วันหนึ่งมียักษ์กินคนมาจับคนกินในเมืองนี้ ยักษ์นี้จะมาจับคนกินทุก 7 วัน ลูกน้อยของนางวิมาลาได้ฆ่ายักษ์ตาย กุมารทั้งหกได้รับสมคบกันอ้างว่าตนเป็นผู้ฆ่ายักษ์ กุมารทั้งหกได้จ้างกุมารน้อยให้ปิดบังความจริงไว้ ท้าวพาราณศรีจึงจัดงานสมโภชกุมารทั้งหกว่าเป็นผู้กล้าหาญ และมอบภาระให้กุมารทั้งหกไปตามหาย่าที่เคยถูกยักษ์ลักพาตัวออกไป กุมารทั้งหกจึงขอนำเอาลูกนางวิมาลาไปด้วย เมื่อขบวนทัพยกมาถึงแม่น้ำแห่งหนึ่งหกกุมารขอรออยู่ริมฝั่งแม่น้ำไม่ยอมเดินทางไปปราบยักษ์ ให้แต่เพียงกุมารน้อยไปแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
    ลูกนางวิมาลาขี่หงส์หินข้ามแม่น้ำไปถึงเมืองยักษ์แห่งหนึ่ง พระยายักษ์ชื่อวัสสวโร ยักษ์นั้นไม่ตอบโต้ซ้ำยังอ่อนน้อมและยกลูกสาวให้เป็นภรรยา ชื่อนางมุขวดี

    เมื่อไปถึงเมืองกุมภัณฑ์ พระยายักษ์กุมภัณฑ์ได้อ่อนน้อมยกลูกสาวให้เป็นภรรยาเช่นกัน ชื่อนางจุลคันธา เมื่อไปถึงเมืองอนุมา พระยายักษ์อนุมาได้อ่อนน้อมและยกลูกสาวให้ ชื่อ นางศรีจันทรา กุมารน้อยได้รบพุ่งกับยักษ์มากมายในที่สุดได้พาย่าออกจากเมืองยักษ์ได้ เมื่อพาย่ามาถึงริมฝั่งแม่น้ำลูกนางวิมาลา ได้ถูกหกกุมารฆ่าเสีย แล้วพาย่าไปเมืองพาราณสี อ้างว่าตนเป็นผู้ช่วยเหลือย่า ทางเมืองก็ได้มีการสมโภชรับขวัญเป็นงานใหญ่
    ฝ่ายธิดายักษ์ทั้งสามพบว่าสามีของตนถูกฆ่าตาย จึงโศกเศร้ารำพันถึงสามีที่รัก

    พระอินทร์จึงได้แปลงกายเป็นหนุ่มรูปงามมาเกี้ยวพาราศรีให้นางปลงใจด้วย นางก็ไม่ยอมตกลง พระอินทร์จึงแปลงเป็นยักษ์จะกินศพผัวของตน นางทั้งสามก็ไม่ยอมให้กินและ ขอยอมตายแทน พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์เอาน้ำทิพย์มาชุบชีวิตสามีของนางให้ฟื้นขึ้นมา ส่วนย่าได้เล่าให้เจ้าเมืองพาราณศรีผู้เป็นโอรสฟังว่าผู้ช่วยย่าออกมาได้ คือชายผู้ขี่หงส์หินเหาะได้ เจ้าเมืองพาราณศรีจึงสั่งให้ทำประตูเข้างานสมโภชมีเพียงประตูเดียวเพื่อดูว่าชายผู้ขี่หงส์หินเป็นใคร ย่ากับลูกนางวิมาลาได้พบกัน และท้าวพาราณศรีได้สั่งให้ประหารชีวิตแม่ลูกทั้งสิบสองคนนั้นเสีย ที่อิจฉาริษยาและปองร้ายผู้อื่น และอภิเษกให้กุมารน้อยผู้ขี่หงส์หิน และธิดายักษ์ทั้งสามคน ครองบ้านครองเมืองสืบต่อราชบัลลังก์


    :b-b:b-b:b-b:b-b


    ขอขอบคุณ นิทานพื้นบ้าน Www.WhiteMedia.Org


  2. #2
    นักปราชญ์เมืองอีสาน
    ศิลปินนักแต่ง ผญา
    สัญลักษณ์ของ ศรีสะท้าน
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    กระทู้
    4,311
    สุดยอดดดดดด เลยข้าน้อย วรรณกรรมลาว/อีสาน ถ้าได้คำกลอนอ่านแบบดั้งเดิม สิเอามาลงซ่อยอยู่ดอก พวมหาอยู่เด้อ ช้าน้อย

  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    นิทานโบราณโบร่ำหนิมันคุ้นหูเพราะอิพ่อแล่วกะอิแม่เพิ่นเคยเว่าให้ฟังครับ

  4. #4
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ ลุนนี ศรีเกษ
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    ศรีสะเกษ กรุงเทพ จอมเทียนชลบุรี
    กระทู้
    858
    บล็อก
    1
    ถ่าอ่านคำกลอนนำเดอจ้า คือสิหม่วนคัก ตามประสาคนมักกลอน เคยอ่านเสียวสวาดคำกลอน(แต่หนังสือเสียแหมะจ้า) เสียด๊าย เสียดาย

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •