กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: เจาะลึกท่าเรือทวาย ตอนที่ 3

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ cute
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    ป่าคอนกรีต
    กระทู้
    455

    เจาะลึกท่าเรือทวาย ตอนที่ 3


    เจาะลึกท่าเรือทวาย ตอนที่ 3
    เปิดแผนมือเศรษฐกิจรัฐบาล ทวายหมากเด็ดตะลุยอินเดีย อนาคตอีก 30 ปีไทย



    เจาะลึกท่าเรือทวาย  ตอนที่ 3


    หากมองอนาคต 30 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจโลกจะเป็นเช่นไร สิงคโปร์ยังเป็นฮับสำหรับเอเชียอยู่หรือไม่ ท่าเรือทวายที่ไทยกับพม่าร่วมมือกันลงทุนจะคุ้มค่าหรือไม่ เกิดประโยชน์เช่นไร คงจะไม่มีใครตอบได้แบบชัดเจน ทุกคนทำได้เพียงแค่ทำนายว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่หากเปิดแนวคิดของมือเศรษฐกิจรัฐบาล สมัย "ทักษิณ ชินวัตร" เรื่อยมาจนถึง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" แล้ว อาจจะพอเห็นเค้าโครงแนวทางต่อไปของเศรษฐกิจไทยและอนาคตที่สดใสของท่าเรือทวายเป็นเช่นไร

    นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากมองอนาคต 10 10 10 รวม 30 ปีล่วงหน้า ไทยจะต้องเตรียมทำอะไรในอนาคต สำหรับ 10 ปีแรก คือการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของเอเชียโดยเฉพาะชมพูทวีปซึ่งจะค่อยๆ เติบโต แต่ประเทศขนาดใหญ่อย่างอินเดีย แม้จะใช้คำว่าค่อยๆ แต่มูลค่าจะมหาศาล ดังนั้นชมพูทวีปติดต่ออาณาเขตไปยังยุโรปจึงเป็นเขตที่น่าสนใจในอนาคต ยุโรปคือเศรษฐกิจเก่าที่จะต้องแก้ปัญหาตัวเองสัก 5-7 ปี ชมพูทวีปจะโตขึ้นเรื่อยๆ หยุดไม่ได้แม้จะโตช้ากว่าจีนก็ตามเพราะฉะนั้นท่าเรือทวายจะเป็นทางลัดให้ความสะดวกที่ดีมากสำหรับสินค้าจากประเทศไทยที่จะส่งไปให้อินเดียโดยเฉพาะฝั่งจาการ์ตา เพราะก่อนหน้านี้เวลาจะส่งสินค้าให้อินเดียจะต้องอ้อมมหาศาล

    "หากไทยนำเหล็กจากอินเดียลงผ่านทางฝั่งจาการ์ตามาโรงงานอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์ในกระบวนการปัจจุบันค่าโลจิสติกส์จะสูงมากเพราะฉะนั้นจึงทำให้มีประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ที่ดีที่จะทำให้เราสามารถยืดการลงทุนยืดคุณค่าของการลงทุนของวงจรอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยได้ ทวายจึงมีความสำคัญ และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำแคชโฟล์ให้กับพม่าโดยเก็บค่าต๋งค่าใช้ท่าเรือ เหมือนสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่เก็บค่าการใช้ท่าเรือ ก็ถือเป็นแคชโฟล์ที่ดีที่จะเพิ่มใช้สำหรับจะไปลงทุนการก่อสร้างของเค้าด้วยอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ"

    นายพันศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในอนาคตหลังเกิดท่าเรือทวาย สิงคโปร์จะยังเป็นฮับอยู่แต่จะเป็นการแบ่งกันไปว่า อะไรที่มาจากอินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย จะไปลงที่สิงคโปร์ แต่หากพูดถึงในอนาคตไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อถึงสิงคโปร์ได้ และสิ่งของที่โลกต้องการจะเป็นของที่เบาไม่ใช้พลังงานมากในการเคลื่อนย้าย ในอนาคต 10 10 10 ปีข้างหน้าสิงคโปร์จะเป็นทางลงของสินค้าที่มากับเรือ สินค้าบางอย่างจะมีสัดส่วนที่มากและเบาขึ้น เช่น อะไหล่รถยนต์ จะสามารถขนผ่านรถไฟความเร็วสูงได้ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงของสิงคโปร์จะเข้าจีนได้โดยผ่านไทย และในส่วนของมหาสมุทรอินเดียเลยไปถึงยุโรปแน่นอนว่าท่าเรือทวายจะกลายเป็นฮับอย่างแน่นอน


    เจาะลึกท่าเรือทวาย  ตอนที่ 3

    "มูลค่าเศรษฐกิจจะมหาศาลจนผมไม่อยากจะคำนวณ และสินค้าที่น่าสนใจคือ รถและของกินของใช้ที่เราต้องการส่งเข้าอินเดียซึ่งไม่ใช่สินค้าที่มีมูลค่าสูงและเหมาะสมกับอินเดีย เหมาะสมกับเศรษฐกิจที่เริ่มเจริญเติบโตก็เป็นของกินที่ไม่แพงนัก แต่ของไทยมีคุณภาพต่อราคาอันนี้เตรียมขายกันเถอะขายดีแน่"

    ส่วนสิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องลงทุนเพื่อให้เชื่อมโยงกับท่าเรือทวาย นายพันศักดิ์ กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงและถนน แต่ทางพม่าจะจ่ายเองด้วยไม่ใช่ไทยลงทุนอย่างเดียว ซึ่งโดยส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นการจ้างที่ปรึกษาไม่ใช่ไทยกับพม่าแต่ก็ต้องรอดูต่อไป ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกิน 5 ปีคงจะได้เห็นภาพนี้ และคงจะเสร็จพร้อมๆ กับรถไฟความเร็วสูงของไทย ซึ่งตอนนั้นไทยจะบูมมาก อย่างไรก็ตามก็หวังว่าถึงเวลานั้นไทยจะเลิกทะเลาะกับเขมรและได้พลังงานมาใช้ใหม่อีก 30 ปี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นประเทศไทยก็จะน่ารักน่าใคร่มาก

    จากนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าเราคงต้องช่วยกันจับตามองว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ท่าเรือน้ำลึกทวายจะเกิดและเจิดจรัสดั่งเช่นคำทำนายของเหล่ากูรูจากทั่วทุกวงการที่ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องที่สุดที่ประเทศไทยควรจะไขว่คว้าโอกาสในครั้งนี้ เหมือนแต่ครั้งเก่าก่อนที่ไทยได้ทำสำเร็จจากท่าเรือแหลมฉบังที่ทุกคนมองไม่เห็นภาพว่าจะยิ่งใหญ่ได้อย่างเช่นทุกวันนี้

    http://oohho.com/feed

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ คนคลองห้า
    วันที่สมัคร
    May 2011
    กระทู้
    279
    ตอนที่ 2 ไปไสครับผม ขอตอนที่ 2 นำแน่เด้อครับผม เผื่อได้ไปเปิดกิจการค้าขายครับผม

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ cute
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    ป่าคอนกรีต
    กระทู้
    455
    เจาะลึกท่าเรือทวาย ตอนที่2“2.67 แสนล้านบาท เนรมิตทวายโลจิสติกส์อาเซียน”




    ในตอนที่ 2 นี้ ทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับบริษัทอิตาเลียน เจ้าของขุมทองแห่งใหม่ของอาเซียน ที่นักวิเคราะห์ด้านการลงทุน มองว่าจะกลายเป็นคู่แข่งอันสำคัญของสิงค์โปร์ ในการชิงความเป็นโลจิกส์ติกอาเซียนแห่งใหม่ มูลค่าการลงทุนในขั้นต้น ที่มีไม่ต่ำกว่า 2.67 แสนล้านบาท สำหรับสัปทาน 75 ปี บริษัทจะมีทิศทางอย่างไร และอยากร้องขออะไรกับทางรัฐบาลไทย สำหรับการก้าวเดินไปสู่จุดมุ่งหมายอันสำคัญดังกล่าว จะมีอะไรบ้าง เราลองไปติดตามกันดู…
    ทุ่ม 2.67 แสนล้านบาท เนรมิตทวายสู่การเป็นโลจิสติกส์อาเซียน ภายใต้สัปทาน 75 ปี
    บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ได้จดทะเบียนตั้งบริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2554 และดำเนินกิจการบริหารโครงการทวาย โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ได้รับสิทธิ์จากรัฐบาลพม่าในการพัฒนาพื้นที่บริเวณ 205 ตร.กม. ในทวาย ภายใต้การลงนามขอบข่ายข้อตกลงระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย และการท่าเรือแห่งสหภาพพม่า



    นางสาวพัชรา ศิริเชิดชูเกียรติ ผู้ประสานงานโครงการ บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามในกรอบความตกลงกับการท่าเรือ กระทรวงคมนาคมของสหภาพพม่า เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาโครงการ โดยท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 205 ตารางกิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดทวาย ประมาณ 28 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของอ่าวเมืองมะกัน มีการลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี ถนนเชื่อมโยงจากทวายไปยังประเทศไทย และด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลพม่าในการเชื่อมโยงทางรถไฟจากทวาย ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ มูเซ เชื่อมต่อไปยังทางรถไฟจีนที่คุนหมิง ทำให้โครงการนี้ได้รับการเสนอให้เป็นจุดศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของ ภูมิภาค ซึ่งบริษัทฯ มีระยะเวลาสัมปทาน 75 ปี โดยการลงทุนจะแบ่งออกเป็นระยะ โดยประมาณการมูลค่าการลงทุนในการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของโครงการทวายจะ อยู่ที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.67 แสนล้านบาท (31.50 บาท ต่อดอลลาร์ฯ) และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเฟสที่ 1 ภายในสิ้นปี 2558 และพร้อมจะดำเนินการในต้นปี 2559
    ขอรัฐช่วยหนุนโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงไทย-พม่า

    นางสาวพัชรา กล่าวต่อว่า โครงการท่าเรือทวายจะแบ่งการพัฒนาโครงการเป็นภาค ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจากับบริษัทต่างๆ ส่วนการรับรู้รายได้และจุดคุ้มทุนของบริษัทคาดว่าจะรับรู้ก็ต่อเมื่อสามารถ ขายที่ดินในบริเวณโครงการได้ ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจไทย-พม่า จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของโครงการในสายตาของนักลงทุนและสถาบันการเงิน ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการโครงการเป็นไปด้วยความราบรื่นเสมอมา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจากับนักลงทุนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

    “สิ่ง ที่อยากจะได้จากรัฐบาลคือ ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการก่อสร้างถนน เพื่อเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและโครงการทวาย รวมถึงระบบศุลกากรด้วย ส่วนเหตุผลที่ทำให้บริษัทฯ เลือกมาลงทุนในทวายเนื่องจากทำเลที่ตั้งของโครงการเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ สามารถช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่างๆ ได้”



    การเมืองพม่าปึ้ก ไม่กระทบการลงทุน สร้าง 6 เขตอุตสาหกรรม
    นางสาวพัชรา กล่าวถึงปัญหาการเมืองของพม่าว่า ไม่กระทบกับการลงทุนเพราะที่ผ่านมาการดำเนินงานต่างๆ ก็เป็นไปอย่างราบรื่นดี ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพม่าก็ได้ให้การสนับสนุนบริษัทในการพัฒนาโครงการทวาย อย่างไรก็ตามหากมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อระหว่างทวายกับแหลม ฉบังจะทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งได้

    อย่างไรก็ตาม โครงการที่บริษัททวายได้ลงทุนนั้น คือการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งได้เป็น 6 เขตอุตสาหกรรม ได้แก่ ที่อยู่อาศัย การค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องภายในนิคมอุตสาหกรรม ถนนและทางรถไฟเชื่อมโยงไปสู่ประเทศไทย รวมถึงน้ำมันและท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากอ่าวมะตะบันไปยังชายแดนไทยพม่า สำหรับประโยชน์คือ ท่าเรือน้ำลึกทวายจะทำหน้าที่เป็นประตูสู่การค้าใหม่ในเส้นทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกให้กับอินเดีย จีน ตะวันออกกลาง ยุโรปและแอฟริกา ซึ่งจะช่วยลดการจราจรที่คับคั่งในช่องแคบมะละกา ลดเวลาการขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขนส่งและเป็นสถานที่ที่ได้เปรียบในการค้า เนื่องจากตรงเข้าถึงทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียในการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ในนิคมอุตสาหกรรมยังช่วยสร้างตลาดใหม่สำหรับการลงทุนของต่างประเทศ จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและจากการคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคความร่วม มือทางเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงการพัฒนาระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง



    ท่าเรือระดับโลก รับเรือระวางบรรทุกสูงสุดสบาย สินค้าผ่านไม่ต่ำกว่า 250 ตันต่อปี แถมเร็วเพียงลัดมือ

    สำหรับ จุดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงการดังกล่าว คือ
    1. ท่าเรือ ที่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้สูงถึง 3 แสนเดทเวทตัน (DWT หรือระวางบรรทุกสูงสุดของเรือ) และรองรับปริมาณสินค้าผ่านท่าสูงสุด 250 ล้านตันต่อปี โดยมีท่าเรือสำหรับสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ สินค้าหีบห่อ สินค้าเทกองแห้ง เช่น ธัญพืช แร่ ถ่านหินและปุ๋ย สินค้าเหลว เช่น น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติเหลว รวมถึงการมีหน่วยบริหารจัดการท่าเรือและการเดินเรือระดับโลก
    2.ถนนเชื่อมระหว่างเขตแดน มีเส้นทางลัดใหม่เชื่อมโยงไทยสู่ทวาย ด้วยระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตรจากชายแดน ทางหลวงขนาด 4 เลนพร้อมระบบควบคุมการเข้าออกอย่างเต็มรูปแบบ ศูนย์บริการข้ามแดนครบวงจรที่จุดผ่านแดนไทย-พม่า และใช้เวลาการเดินทางเพียง 5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางเพียง 330 กิโลเมตร
    3.โรงไฟฟ้า ซึ่งจะใช้เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดและเพียงพอ ต่อความต้องการทั้งหมด ซึ่งกำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมทั้งหมดด้วย
    4.ระบบการจัดการน้ำ จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดความจุ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานทั้งหมด ตลอดปี
    5.สวนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ
    6.การสื่อสารโทรคมนาคม มีการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลด้วยสายไฟเบอร์ออปติคความเร็วสูง 1Gbps มีสถานีชุมสายให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ รวมถึงมีบริการระบบเครือข่ายไร้สาย 3G และเชื่อมต่อกับ International Gateway ของประเทศไทยด้วย



    กฎหมายใหม่พม่า สุดเอื้อการลงทุน
    สำหรับ กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย พม่าได้ประกาศใช้กฎหมายใหม่ 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 คือ
    1. กฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ และ
    2. กฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยมีสิทธิพิเศษของนักลงทุน คือ

    1.การผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากวัตถุดิบตั้งแต่กระบวนการผลิตโดยเครื่องจักร การดำเนินการคลังสินค้า การขนส่งและให้การบริการ
    2. การขนส่งและนำเข้าวัตถุดิบ วัสดุบรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร อุปกรณ์และน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในธุรกิจการลงทุนจากในประเทศหรือต่าง ประเทศเพื่อเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
    3.การพาณิชย์ นำเข้าและส่งออก
    4.ค้าขายในตลาดท้องถิ่น ยกเว้นอาหารและยา
    5.การจัดตั้งสำนักงานดำเนินการสำหรับธุรกิจการลงทุนและให้บริการงานต่าง ประเทศในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ภายใต้การอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
    6.การสร้างท่าเรือน้ำลึก
    7.การสร้างอุตสาหกรรม เช่น โรงเหล็ก โรงปุ๋ยเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
    8. ดำเนินธุรกิจ การบริหารภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
    9. การสร้างถนน สร้างทางรถไฟ สำหรับโครงการจากพื้นที่ที่กำหนดถึงพื้นที่ชายแดน รวมไปถึง สายนำส่งไฟฟ้า ท่อส่งปิโตรเลียมและท่อส่งก๊าซ
    10.การจัดตั้งโครงการสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รีสอร์ต และ
    11.ดำเนินธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือไปจากกฎหมายที่มีอยู่ ภายใต้การอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
    ทั้ง นี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้สำหรับรัฐบาลพม่าผ่านทางภาษีจากโครงการและ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานสำหรับคนพม่ากว่าหลายร้อยหลายพันคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาโครงการ นอกจากนี้สหภาพพม่าจะได้ประโยชน์จากการค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่เพิ่ม ขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาประเทศ การใช้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึกทวายและนิคมอุตสาหกรรมนี้ จะเปลี่ยนทวายเป็นปลายทางการลงทุนใหม่และเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค ที่สำคัญ ซึ่งการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องจะเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจไม่เพียงแต่ในสหภาพพม่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่โดยรวมในภูมิภาคด้วย
    สำหรับใน
    ตอนที่ 3 เราจะไปพูดคุยกับมือเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลไทย และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนเศรษฐกิจทักษิโณมิกส์ อันลือชื่อ ว่าจะมีมุมมอง ต่อก้าวต่อไปของรัฐบาล ในการเดินหมากเศรษฐกิจอันสำคัญ ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เพื่ออนาคตประเทศไทยในอีก 30 ปีข้างหน้าอย่างไร…โดย: ไทยรัฐออนไลน์ 15 สิงหาคม 2555, 05:30 น.




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=bULnHu8BokI


    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=Eu6h8PDtMyE


    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=8mxty_WR-uI

    :l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-:l-

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ cute
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    ป่าคอนกรีต
    กระทู้
    455
    เจาะลึกท่าเรือทวาย ตอนที่ 1 ทวายดันไทยท้าทายสิงคโปร์ ชิงศูนย์กลางฮับเอเชีย



    หากพูดถึงฮับแห่งภูมิภาคเอเชีย ในนาทีนี้คงจะหนีไม่พ้นการพูดถึงท่าเรือน้ำลึกสิงคโปร์เป็นอันดับต้นๆ เพราะพื้นที่ตั้งประเทศสิงคโปร์เป็นเส้นทางระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียตะวันตก กับภาคพื้นตะวันออกไกล รวมถึงภาคพื้นแปซิฟิก ทำให้สิงคโปร์ กลายเป็นชุมทางของเส้นทางเรือและสายการบินระหว่างประเทศ รวมถึงการเป็นแหล่งชุมนุมการค้าขาย แต่เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ สิ่งที่คนจะพูดถึงต่อไป คงไม่ใช่เพียงท่าเรือของสิงคโปร์ เพียงอย่างเดียว ที่จะเป็นแหล่งขนส่งสินค้าทางเรือ ท่าเรือทวาย อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่คุ้นหูและกลายเป็นฮับที่สำคัญและไม่ด้อยกว่าอย่างแน่นอน

    ทวาย ดันไทยท้าทายสิงคโปร์ ชิงความเป็นฮับแห่งเอเชีย

    นาย
    ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ท่าเรือดังกล่าวตั้งอยู่ที่ประเทศพม่าตรงฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกหรือทะเลอันดามัน ถ้าสินค้าที่มาจากฝั่งยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง หรืออินเดีย จะมาลงตรงท่าเรือน้ำลึกทวายได้เลย ซึ่งจะลดขั้นตอนที่จะต้องเอาเรือไปผ่านสิงคโปร์ จุดแคบมะละกาและขนสินค้ามาไทยบริเวณแหลมฉบังหรือทางรถไฟ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับไทย คือ ขั้นตอนการขนส่งเส้นทางโลจิสติกส์ไทยจะลดลง ประโยชน์ต่อมาคือ หากท่าเรือทวายเข้มแข็งหรือโดดเด่นและไทยเข้าไปลงทุนไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือไปทำอะไรแถวนั้นนักธุรกิจไทยก็มีโอกาสได้ประโยชน์เพราะคนดูแลสัมปทาน คือ อิตาเลียนไทย แม้จะเกิดประโยชน์ในประเทศพม่าแต่โดยธุรกิจถ้าเชื่อมมาที่ไทยธุรกิจที่อยู่ตามตะเข็บตามแนวชายแดนเช่น กาญจนบุรี ซึ่งอาจจะทำเป็นนิคมอุตสาหกรรม
    รวมถึงหากรัฐบาลสร้างท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดระนอง หรือ ที่ปากบาราจังหวัดสตูลซึ่งหากมี...ก็จะเป็นการเชื่อมการขนส่งจากท่าเรือทวายต่อไปยังภาคใต้...ขนจากเรือเล็กไปลงเรือใหญ่...แทนที่จะอ้อมไปที่แหลมฉบังหรือไปใช้พอร์ตของสิงคโปร์

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •