กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: บ้านเราแสนสุขใจ 6

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    บ้านเราแสนสุขใจ 6



    *************
    บ้านเราแสนสุขใจ 6
    *************



    บ้านเราแสนสุขใจ 6
    “บางทีการไม่ได้สิ่งต้องการก็มีความสุข”



    ไม่ได้เขียนเรื่องสั้น มานานมากแล้ว บ้านเราแสนสุขใจ กับเรื่องราวดีๆ ที่งดงาม บริสุทธิ์

    วันนี้เสนอตอนที่ชื่อว่า บางทีการไม่ได้สิ่งต้องการก็มีความสุข

    ข้าพเจ้าจำได้ว่า มาอยู่กับกับพ่อที่มาทำงานที่กรุงเทพฯ กลางวันพ่อไปทำงาน ข้าพเจ้าก็เล่นกระโดดยางกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในชุมชนแห่งนั้น ตุ๊บๆๆๆ...เสียงกระโดด พร้อมเสียงเชือกเป็นจังหวะ

    ทันใดนั้นเสียงเล็กของเพื่อนคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา
    “ใครดูละครเวที เรื่อง....หรือยัง สนุกนะ”

    เพื่อนเรา ต่างทิ้งเชือกไปฟัง หนุก้อย ห้อมล้อมหนูก้อยราวกับเป็นฮีโร่ ในฝันเลย
    เสียงหัวเราะ เสียงซักนั่นซักนี้ เป็นที่เขม่นของข้าพเจ้ามาก

    ข้าพเจ้าเลยเข้าไปร่วมฟังด้วยอย่างอดไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถามตามนิสัยเสีย
    “เรื่องอะไรหรือ ใครเป็นนางเอง ใครพระเอก เรื่องเป็นไงบ้าง....” ถามๆๆ ไปเรื่อยๆๆ
    ระหว่างที่ถามมีความรู้สึกว่า “เอ๊ะ เราทำไมถูกผลักให้มานอกกลุ่มหว่า”

    อารมณ์ครั้งนั้นทำให้คิดว่าเราต้องไปดูให้ได้ เขาจัดแสดงอาทิตย์หนึ่ง รอพ่อกลับบ้านมาก่อนเถอะ...ข้าพเจ้าคิดในใจ

    ปลายเดือนแล้ว เงินทองติดตัวพ่อคงมีไม่มากนัก แต่เราอยากไปดูมาก ไปรบเร้าให้พ่อพาไปดูให้ได้ เพราะต้องการบอกเพื่อนว่าไปดูมาแล้วเหมือนกัน ...

    พ่อกลับมาบ้าน ทนรบเร้าไม่ไหว เหนื่อยแสนเหนื่อยอย่างไรก็ต้องพาข้าพเจ้าไป เพราะดวงตาของข้าพเจ้าคงน่าสงสารนั่นเอง

    ขึ้นรถเมล์ไปเรื่อยๆๆ ข้าพเจ้าสนุกมาก ดูคนนั้นคนนี้เรื่อยๆๆ ตื่นเต้นกับผู้คน มีความรู้สึกว่า มีความสุขมาก พรุ่งนี้ก็จะได้โม้อวดเพื่อนได้ ตามประสาข้าพเจ้าเอง

    มาถึงโรงละคร ข้างหน้าเรามีพ่อ แม่ ลูกอีกสามคน ยืนรอซื้อตั๋วอยู่ ผู้ชายที่เป็นพ่อถามคนขายตั๋วว่า ค่าตัวของผู้ใหญ่สองคน กับเด็กอีกสาม เท่าไร คนขายตั๋วคำนวณให้เสร็จ

    ปรากฏการณ์นิ่งงันเกิดขึ้น คนเป็นพ่อเงียบ คนเป็นแม่เงียบ ลูกๆๆ จับมือพ่อจะพาเข้าไปในโรงละครแห่งนั้น ไม่มีการซื้อตั๋ว นิ่งอยู่กับที่

    พ่อและข้าพเจ้ามองหน้ากัน ข้าพเจ้าล้วงเงินในกระเป๋าพ่อมา เห็นมีเงินใบละห้าร้อย กับใบละร้อย พ่อมองหน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพยักหน้า ปล่อยเงินใบละห้าร้อยลงพื้น ...

    พ่อข้าพเจ้าหันไปสะกิด ชายผู้เป็นพ่อที่ยืนเซ่อ อยู่ตรงหน้า
    “คุณครับ เงินคุณตกอยู่นี่ครับ”
    ข้าพเจ้าเห็นชายคนนั้น หยิบเงินใบละห้าร้อยตรงหน้าขึ้นมา พร้อมบอกว่า

    “ไม่ใช่เงินผมหรอกครับ”

    พ่อเลยบอกว่า “ผมเห็นมันหล่นมาจากกระเป๋าคุณนะ เก็บไปเถอะ”

    ชายคนนั้นน้ำตาคลอ ลูกเริ่มสะกิดอยากดูละคร เขานำเงินนั้นไปซื้อตั๋ว พร้อมภรรยาและลูกๆ

    ข้าพเจ้าเห็นเขาน้ำตาซึม ยื่นมือมาจับมือพ่อ พร้อมบอกว่า “ขอบคุณครับ”

    พ่อพาข้าพเจ้ากลับที่พัก ข้าพเจ้าไม่ได้ดูละครในวันนั้น แต่ข้าพเจ้ากลับสุขใจมากมาย ที่ข้าพเจ้าและพ่อ ได้เสียสละนำความสุขใจมาให้กับผู้อื่นบ้าง


    และมีความรู้สึกว่า “บางทีการไม่ได้สิ่งต้องการก็มีความสุข”




    ...............





  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    อืมละครก็อยากดูหรอก?แต่ยิ่งใหญ่กว่าละครคือการให้...และไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
    พ่อเขาคงมีความคิดเสียสละอยู่ในใจตลอดเวลาที่มีโอกาส.และคงหายากนักในยุคที่ทุก
    อย่างกำลังเปลี่ยนโลกและสิ่งแวดล้อม.จิตใจของคนก็จะเปลี่ยนไป....ชอให้มีความสุข
    ตลอดไปคุณพ่อผู้ใจงาม

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •