กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: หนุ่มบ้านนอก

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ อีหยังสิปานนั้น
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    ที่อยู่
    กระบี่
    กระทู้
    398

    หนุ่มบ้านนอก



    หนุ่มบ้านนอก

    หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย
    เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังรับสมัคร “นักการภารโรง” ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

    เขาจึงจับรถมากรุงเทพ และเดินกางแผนที่ (ที่เพื่อนเขียนให้) สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ

    เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการ จึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง และยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆ ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า “...ขอโทษครับพี่ ผม...คือว่า... ผม...อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ...”

    เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้นชักสีหน้าทันที

    “...อะไรกัน คิดจะมาสมัครงานที่โรงเรียน ถึงจะตำแหน่งแค่นักการภารโรง ถึงจะไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษา แต่อย่างน้อยก็น่าจะอ่านออก เขียนได้ บ้างแหละ”

    หนุ่มบ้านนอกหน้าซีด ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประหลก ๆ

    “...ผมไม่รู้หนังสือจริง ๆ ครับ แต่ช่วยรับผมไว้หน่อยเถิดครับพี่ ให้ผมแบกหามกวาดถูอะไรก็ได้ทุกอย่างครับ”

    “งั้นก็คงจะไม่ได้หรอก...” เจ้าหน้าที่เก็บใบสมัครกับปากกาที่วางไว้ให้ คืนอย่างไม่มีเยื่อใย

    “...เรามาสมัครงานกับโรงเรียนนะ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นรู้หนังสือบ้างสิ ถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ก็เสียใจด้วยนะ กลับไปเถอะ”

    หนุ่มบ้านนอกก็ได้แต่เดินออกจากโรงเรียน ที่ตั้งความหวังว่าจะได้งานทำนั้นอย่างเงื่องหงอย และเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในกรุงเทพฯ ก็จึงต้องจำใจ กำเงินจำนวนสุดท้าย จับรถ ซมซานกลับบ้าน อย่างนกปีกหัก



    แต่เมื่อกลับถึงบ้าน จึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดกเป็นที่ดินสวนรกร้างเท่าแมวดิ้นตาย มาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว

    ด้วยความเจ็บใจ จึงเกิดเป็นแรงมานะ ให้จับจอบเสียม หักร้างถางพงที่ดินสวนเก่าที่รกร้างนั้น และค่อย ๆ พลิกฟื้นลงร่องผลไม้ไปทีละเล็กละน้อยอย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน. . .



    อาจเป็นบุญในปางบรรพ์ของพ่อหนุ่มคนนี้ก็ได้ ที่ปรากฎว่า หลายปีต่อมา สวนผลไม้ที่ลงแรงไว้นั้นออกผลอย่างงดงาม และสร้างผลกำไรมากทบทวีขึ้นทุกปี กระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียง ขยายอาณาเขตสวนของตนเอง จนกว้างขึ้น และกว้างขึ้น. . .

    หลายสิบปีต่อมา จากความขยันขันแข็ง มานะอดทน และประสบการณ์ที่เพิ่มพูน บัดนี้ หนุ่มบ้านนอกคนนั้นก็กลายเป็นชายชราที่คนทั้งเมืองรู้จักในนามของ “พ่อเลี้ยงสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและภูมิภาคนั้น”



    อยู่มาปีหนึ่ง เมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายมหาศาล และชำระบัญน้ำบัญชีเรียบร้อย โดยฝีมือของลูกหลานที่เลี้ยงดู ให้การศึกษา และแจกงานการให้ทำในสวนนั้นแล้ว

    พ่อเลี้ยงชราก็หอบเงินเป็นฟ่อน นั่งรถเข้ามาในตัวอำเภอเพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรก เมื่อแจ้งนาม และความจำนงกับธนาคารแล้ว พนักงานถึงกับตื่นเต้นกันยกใหญ่ ผู้จัดการสาขาถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยทีเดียว

    เมื่อพนมมือไหว้ลูกค้าใหญ่ รายใหม่ อย่างนอบน้อมแล้ว ผู้จัดการก็แตะข้อต่อศอกยื่นใบเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทองให้กับพ่อเลี้ยงชราอย่างพินอบพิเทา

    “ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสบริการพ่อเลี้ยงในครั้งนี้ รบกวนกรอกใบเปิดบัญชีด้วยครับ”

    พ่อเลี้ยงชราส่ายหน้าช้าๆ ยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการ พร้อมกับยิ้มให้ พลางกล่าวเนิบๆ


    “พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิด ลุงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้หรอก...”

    ผู้จัดการรับปากกาคืนมาโดยอัตโนมัติแบบงงสุดขีด พลางค่อยๆอ้อมแอ้มถามลูกค้ารายใหญ่ (มาก) อย่างเกรงใจสุดๆ


    “... เอ่อ...ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ.....เอ่อ...ขออนุญาตเรียนถามพ่อเลี้ยงด้วยความเคารพนิดหนึ่งเถิดครับ คือ...พวกเราในจังหวัดนี้ก็ทราบกันดีอยู่ถึงชื่อเสียงของพ่อเลี้ยง ในกิจการสวนผลไม้ที่ใหญ่โตและเจริญก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่..............” ผู้จัดการ ชะงัก ด้วยความเกรงใจ

    และในที่สุดก็หลุดปากถามออกมาด้วยความฉงนที่มิอาจเก็บไว้ได้จริงจริง

    “...แต่ พ่อเลี้ยงอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ หรือครับ...”

    “...พ่อหนุ่ม” พ่อเลี้ยงชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดี…

    “...ถ้าลุงอ่านหนังสือออก และเขียนหนังสือได้น่ะนะ...”


    แกถอนหายใจยาว

    ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับอึ้งไปนานเลยว่า

    “...ป่านนี้ ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วแหละ..."

    .......................................................................................................

    คุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่คนอื่นมองเรา
    แต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา
    โอกาสยังมีอยู่เสมอ ขอเพียงแต่มองไปรอบ ๆ
    ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำได้ และทำให้เต็มความสามารถ
    แล้วดอกผลจะตามมาเอง.


    ........เครดิต ดราม่า4ยู ดอทคอม

    หากซ้ำขอภัยมานะที่นี้ด้วยครับ ขอได้รับความขอบคุณเนื้อที่ เวป บ้านมหา ธุจ้า

  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ สาวประทาย
    วันที่สมัคร
    May 2012
    ที่อยู่
    สาวเมืองโคราช ณ กรุงธนบุรี
    กระทู้
    186
    บล็อก
    12

    เรื่องฮิตน่าอ่าน

    เก็บเอาคำดูถูกดูแคลนของคนอื่นมาเป็นแรงพลักดันให้สู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จน้อจ้าาา...น่าชื่นชม
    :l-สู้ๆ จ้า


    คำว่า พากเพียร นั้น หมายถึง การกระทำที่สม่ำเสมอ

    ทำไปทีละน้อย ตามสมควรแก่กำลัง...แต่ไม่หยุด

    เพราะทุกอย่างที่เป็นไปโดยสม่ำเสมอย่อมมีกำลังแรงเกินกว่าที่เรานึกฝัน

    น้ำที่ใหลอยู่ไม่ขาดสาย..ย่อมทำให้ก้อนหินกลมมน

    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมพ่ายแพ้แก่ความพยายามที่สม่ำเสมอ

    ค่อยทำไปทีละน้อยแต่ทำไม่ลดละ...




  3. #3
    บ่แม่นพ่อใหญ่เลาไปสมัครอยู่โรงเรียนที่อยู่ซะบ้อบาดนี่ ตะว่าโชคดีบ่แม่นธุรการคนนั่น ถ้าไปสมัครนำครูอาจสิได้เป็นภารโรงเด้น้อ

  4. #4
    ร่วมกิจกรรมนำความรู้ สัญลักษณ์ของ เซียนเมา
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    Suratthani
    กระทู้
    1,703
    ในบางครั้งการศึกษา หรือความรู้ก็ไม่สามารถช่วยไห้คนเป็นคนดีได้
    แต่ความมุมานะ ขยันอดทน(และทนอด)นี่สิ ช่วยไห้คนเป็นคนที่แจริงได้

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •