กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ย้อนรอย..ยุคเมืองไทยปลอดแชมป์โลก

  1. #1
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940

    ย้อนรอย..ยุคเมืองไทยปลอดแชมป์โลก


    หลังจากที่ผึ้งหลวงหอบเข็มขัดข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้พอลลัส อัมบุนดา รองแชมป์อันดับ 1 ชาวนามิเบีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 2 มี.ค.56 ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ 113-115 และ 112-116 สองเสียง เป็นเหตุทำให้เมืองไทยปลอดแชมป์โลกอีกครั้ง หลายคนบอกว่าเราโดนปล้นชัยชนะ แต่ผมมองว่าบ้านใครบ้านมัน และของเราเองก็ชกไม่ขาด

    ทำให้นึกถึงเมื่อตอนที่ ฟ้าลั่น ลูกมิ่งขวัญ เสียแชมป์โลกให้ แมนนี่ เมลชอร์ นักชกฟิลิปปินส์ เมื่อราว ๆ ปี 2535 ช่วงนั้นประเทศไทยก็ปลอดแชมป์โลกเช่นเดียวกัน

    จนกระทั่งนายทรงชัย รัตนสุบรรณ จัดให้มีการชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง โดยมี โรดอลโฟ บลังโก เป็นแชมป์โลกในขณะนั้น และคู่ชกของเขาคือ....

    "ไอ้หมัดผีสิง" พิชิต ศิษย์บางพระจันทร์ นักมวยจากจังหวัดชัยภูมิ ภายใต้การเทรนของครูสุดใจ สัพเลข การชกในวันนั้นแฟนมวยเข้าดูเต็มสนาม เพื่อหวังจะเห็นประเทศไทยมีแชมป์โลกอีกครั้ง และพิชิต ก็ไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวัง ส่งหมัดขวาตรงเข้ากระโดงคางของ โรดอลโฟ บลังโก ไปนั่งฟังกรรมการนับจนถึง 10 ชนะน็อกไปในยกที่ 3

    ทำให้ประเทศไทยกลับมามีแชมป์โลกอีกครั้งหนึ่ง พิชิตจึงกลายเป็นแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเวลานั้น

    แต่เมื่อป้องกันแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีกับ อาร์เธอร์ จอห์นสัน นักมวยผิวดำชาวอเมริกัน ซึ่งมีเทรนเนอร์ระดับโลกคือ แองเจโล่ ดันดี พิชิตกลับทำได้ไม่ดีแต่กลับเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างค้านสายตา ดูเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่า พิชิต ไม่ได้เก่งจริง

    และเมื่อป้องกันตำแหน่งกับ โฮเซ่ หลุยส์ เซปาดา นักมวยชาวเม็กซิกัน ที่จังหวัดราชบุรี พิชิตก็โดนถลุงแบบเจียนอยู่เจียนไป แต่ก็ชนะไปแบบค้านสายตา ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนมวย ทำให้ทาง IBF สั่งให้ชกกันใหม่ แต่ไม่ได้ชกกัน พิชิต ก็แขวนนวมซะก่อน


    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=rDIzljSs9tA

    และในวันที่ 30 เม.ย.56 จะมีการชิงแชมป์โลกในประเทศไทย โดย ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย ชิงแชมป์โลกจากโยตะ ซาโตะ แชมป์โลกชาวญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าหมอนี่ได้แชมป์โลกด้วยการชนะคะแนนสุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ที่ญี่ปุ่น โดยในวันนั้นสุริยัน โดนไป 2 นับ เพราะสั้นกว่าเตี้ยกว่าช้ากว่า และประมาทกว่า...555

    นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่แชมป์โลกญี่ปุ่นเดินทางมาชกในประเทศไทย นับจากฮิโรยูกิ เอบิฮารา แชมป์โลกรุ่นฟลายเวทเดินทางมาแพ้เสียแชมป์โลกให้โผน กิ่งเพชร แชมป์โลกคนแรกขวัญใจชาวไทยเมื่อเดือน ม.ค.ปี พ.ศ.2507 เพราะปกติแล้วแชมป์โลกญี่ปุ่นจะไม่เดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย....555

    สิ่งที่นักมวยต่างชาติกลัวประเทศไทย ก็คือมาตรฐานในการจัดชกมวยของประเทศไทย ซึ่งชอบจัดให้ชมฟรีกลางแจ้งตอนบ่าย 2 โมงกว่า ๆ พิธีการค่อนข้างจะเนิ่นนาน และถ้าหากมีฝนตก และมืดค่ำ มักจะมีแมลงบินเล่นไฟ อาจจะทำให้เข้าตานักมวยได้...5555

    งานนี้ต้องมาคอยดูกันว่า ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย จะชิงแชมป์โลกได้จากโยตะ ซาโตะ นักมวยก้านยาวเสต็ปเท้าดีได้หรือไม่

    แต่พูดก็พูดเถอะ...ศรีสะเกษ ถือว่าเป็นนักมวยที่ยังด้อยประสบการณ์ ถ้าเปรียบศรีสะเกษ กับสุริยันแล้ว สุริยันยังมีภาษีดีกว่า :l-

    แต่ขึ้นชื่อว่าได้ชิงแล้ว มีชัยไปกว่าครึ่ง แพ้ชนะอยู่ที่วาสนานักมวย และภูมิอากาศโดยรอบ โดยเฉพาะช่วงบ่าย 2 โมงกว่า ๆ พิธีการเยอะ ๆ อาจจะมอบแกลลอนน้ำมันเครื่องเพื่อตัดกำลังให้นักมวยหมดแรง หรือยืนรอพิธีการจนจะเป็นตระคริวก็ตามแต่สะดวก ย้อนรอย..ยุคเมืองไทยปลอดแชมป์โลก

    ว่ากันว่านักมวยที่มาชกเมืองไทย นอกจากจะต่อสู้กับนักมวยแล้ว ยังต้องต่อสู้กับกรรมการอีก จริงหรือเปล่าผมไม่ทราบ.....ย้อนรอย..ยุคเมืองไทยปลอดแชมป์โลก
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 13-03-2013 at 18:42.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •