กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

หัวข้อ: หวงซีเกียง...เสี่ยวสะท้านภพ ตอน.2

  1. #1
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ คมคาย ครบุรี
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    568

    หวงซีเกียง...เสี่ยวสะท้านภพ ตอน.2


    ณ.โรงเตี้ยมเมรี

    พัดลวนลามยังคงนั่งจิบนารีแดงอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจไร้กังวล
    พร้อมลาบงัวที่ยังไม่ได้ใส่เลือด "ให้ตายซิทำไมมันฮ้อน เอ้ย..ร้อน ยังงี้นะ"
    พัดลวนลามเอ่ย พลางกางพัดที่ติดตัวตลอดเวลาออกมาพัดวีเรียกหาความสดชื่นอย่าเยือกเย็น
    แต่ทันไดนั้น "แนะ..มันคือบ่เย็นว๊ะ" พัดลวนลามตีสีหน้าคล้ายดาราพระเอกละครน้ำเน่าบางเรือง
    และฉงนในตัวเอง ไฉนจึงพัดไม่เย็น "ออยน้อ..ก่าพัดแฮงๆแนแม๊ละ พอซิได้มีลมแน" เมรี...ที่เดินผ่านมาพอดี
    เอ่ยอย่างเบื่อหน่าย "มันบ่แม๊นหนังจักรๆ วงศ์ๆ เด้อซิได้ค่อยๆพัด"... ตรูว่าแล้ว..

    แต่มิทันได้เย็นใจนักพลันมีเสียงนารีนางหนึ่งกระซิบเบาๆ กับสหายข้างๆ เสียจนใครก็ได้ยิน
    "นั่นมันบักนักล่าค่าหัว(ปลา)พัดลวนลามนี่นา" พลันที่สิ้นเสียงกระซิบ กระซิบ กระซิบ พอแน....

    ทันใดนั่นเอง....เสียงอาวุธลับมิทราบประเภท ขนาด และสัญชาติ ปลิวแหวกอากาศสาดใส่พัดลวนลาม
    หมายให้เสียจริต อย่างมิยั้ง กระนั้นหาได้พัดลวนลามจะตระหนกตกกะใจเสียสิ้น
    กระบี่ข้างกายนั้น พัดลวนลามตวัดปัดป้องอย่างไม่ยีหระ...

    มีดบิน ... ปลิวว่อนร่อนไปทั่วโรงเตี้ยมเมรี แต่มิทันที่พัดลวนลามจะตั้งตัวเพื่อกระบวนท่าต่อไป
    ชายรูปร่างอ้วนล่ำ กระโจนตัวปลิวพร้อมกระบี่ในมือที่ชี้เด่มาทางพัดลวนลาม
    ท่วงทีและท่าทางจอมยุทธทั้งสอง พริ้วไหวดุจสายน้ำไหลผ่านโขดหิน เป็นเกลียวขับเคี่ยวอย่างลงตัว
    เสียงศาตราวุธปะทะกันสนั่นดัง ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง.... พลันมีเสียงกระซิบจากข้างหลัง
    "โตเขียนดีๆแนคมคาย เสียงเหล็กบ้านโตบ่ดังก๊องแก๊งๆ.." งะ....คราบบบบบบ

    การประมือครั้งนี้หาได้มีใครเข้าห้ามไม่ ทุกคนต่างนั่งจิบนารีแดงอย่างสบายใจ
    ยังมิทันที่ทั้งสองจะประลองยุทกันต่อในยกที่สอง พลันมีเสียงจากใครคนนี้เอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น
    "ซุมสูบ่ได้ข่ากันมันซิตายตี้" เป็นใครเสียมิได้ เมรี เจ้าของโรงเตี้ยมอันลือชื่อแห่งย่านประชาชื่นนั่นเอง

    สองจอมยุทจำต้องหยุดประมือเพื่อฟังเมรีบ่น "เอาเป็นว่า ครานี้เราเสมอกัน" ตืออ้วนกล่าวพร้อมแสดงความนับถือ
    "ข้าว่าท่านทั้งสอง อย่าประมือกันเลย " ภู่กันร้อยเล่ห์ เอ่ยออกมาแบบยิ้มๆ "เรามาร่วมดื่มผูกสัมพันธไมตรีกันเสียจะดีกว่านะ
    ข้าว่า" ภู่กันร้อยเล่ห์ เดินเบาๆไปยังชายทั้งสอง

    "ข้าได้ยินกิติศัพท์ของท่านมานานเช่นกันนะ ภู่กันร้อยเล่ห์ ฉายานี้ท่านคงมิได้มาง่ายนัก" พัดลวนลาม ยกนารีแดงอย่างใจเย็น
    พลางร่ายยาว..... "ข้าขอบคุณท่านมาก ที่ยังจำข้าได้ " ภู่กันร้อยเล่ห์กล่าว.
    .
    เวลาผ่านไปอย่างมีเสียเปล่า เมื่อการสนทนาเริ่มออกรสเพราะฤทธิ์นารีแดงแห่งแคว้นประชาชื่น
    เมรี ที่นานๆครั้งจะมีการสนทนาถูกคอเช่นนี้ เริ่มหัวเราะร่วนอย่างมิเคยมาก่อน "ข้าว่าเรามาเป็นเพื่อนกันดีไหม"
    ภู่กันร้อยเล่ห์ เอ่ยออกมาอย่างไตร่ตรองมาแล้วเป็นอย่างดี

    จอมยุททั้งสี่ที่ตกลงเป็นสหายกันแล้วนั้น และแล้ว "อ้าวตำจอก" หนึ่งในนั้นเริ่มมีเสียงยานคางอย่างมิจงใจ
    แต่ทันใดนั่นเอง ประตูโรงเตี้ยมที่เพิ่งถูกปิด ก็เปิดออกอย่างรุนแรงประหนึ่งว่ามีใครเอาส้นเท้าอันแข็งกระด้าง
    ผลักอย่างแรง "โครม" "ออยน้อ ตรูก่าพอแต่ด่าซุมนี้ไปวางหั่น ไผอีกละนี้" เมรีตวาดด้วยเสียงยานๆ
    และแล้ว "ข้าผ่านมาทางนี้ ขอหลบฝนหน่อยจะได้ไหมละท่าน" เสียงจากใครคนหนึ่งที่เพิ่งเปิดประตูกล่าว
    "เอ้า...ถ้ายังงั้นก็ เชิญท่าน" เมรีตอบโดยมิมองหน้าตาผู้มาเยือน
    แต่..."เอ๊ะ.. เจ้า... กินนรีบูรพาและบุ๋นบูรพาใช่หรือเปล่า" เมรี ที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน กึ่่งดีใจ
    "เจ้าก็...เมรีนะซิ.................เมรีเพื่อนข้า" สามนารีสวมกอดกันอย่างสมานฉันท์ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น..555
    เมื่อทั้งสามนารี ผละจากกันแล้วนั้น "เอ้านี่เจ้าตืออ้วน เจ้ามาทำอะไรที่นี่ละ ห๊าาา" บุ๋นบูรพาที่ยังมิหายตื่นเต้นที่ได้เจอเพื่อนรัก ถาม..
    "นั่นนะซิ..มีบางสิ่งดลใจให้ข้ามาที่นี่เพื่อเจออะไรบางอย่าง" ตืออ้วนตอบแบบเสียมิได้
    "และนี่สหายข้า ภู่กันร้อยเล่ห์ และนี่ พัดลวนลาม หายข้าเช่นกัน"
    "เอาหละ ๆ ตกลงเราเป็นเพื่อนรักกันทั้งหมดนี่ละซิ" เมรี...ที่เริ่มหน้าแดงกล่ำ เอ่ยด้วยความแปลกใจ

    ทั้งหก...ร่ำนารีแดงและลาบงัวที่ยังมิได้ใส่เลือดอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ
    เสียงหัวเราะครึกครื้นในคืนแห่งมิตรภาพไร้พรหมแดนที่แสนอบอุ่น ยังคงคุกรุ่นมาตราบนานเท่านาน
    มิเปลี่ยนแปลง......รักเพื่อนทุกคน (จบ)
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมคาย ครบุรี; 21-06-2013 at 14:26.

  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ วัฒนชัย หาริโร
    วันที่สมัคร
    Jan 2010
    กระทู้
    884
    5555555555555555ข่อยว่าเรื่องนี้นิได้เกิดแน่นอนอ้าย คันคาย โอะ คมคาย 555555

  3. #3
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ คมคาย ครบุรี
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    568
    ขำ ขำ ครับผมบ่าวัฒ ฯ

  4. #4
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มิตรภาพดีกว่าลาบงัวใส่เลือดแม่นบ่

  5. #5
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ คมคาย ครบุรี
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    568
    แม๊นแล้วครับผม มิตรภาพไร้พรมแดน............. :l-

  6. #6
    Miss Papaya
    ศิลปิน นักแสดง
    แม่ครัวบ้านมหา
    สัญลักษณ์ของ สาวผู้ฮ้าย
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    กระทู้
    1,332
    5555555555555555555555555 ข้าเมรี หนึ่งสตรีนารีแดง 5555

  7. #7
    ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด สัญลักษณ์ของ อาวอ้วนเมืองยศ
    วันที่สมัคร
    Apr 2010
    ที่อยู่
    เมืองบั้งไฟ
    กระทู้
    1,597
    แนะแล้วข่อยเป็นไผหละหือ จำจะของบ่ได้แมะเสี่ยว

  8. #8
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ คมคาย ครบุรี
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    568
    สหาย ตืออ้วน นั้นเด้หมอ

  9. #9
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    อย่าลืมตั้งอ้ายเป็นเจ้าสำนักหอนางโลมเด้อ ฮ่า ๆ ๆ

    "ณ เพ-ลา หนึ่งขณะที่ต่างคนต่างร่ำเมรัยและเพลิดเพลินกับอาหารรสเด็ดของปั้มฮ่าง มีประโยคหนึ่งที่ชวนให้ขำกลิ้ง จนหลายคนอดหัวเราะไม่ได้ ขณะนั้นหลวงตาต่วงกำลังจะกลืนเมรัยลงคอ ก็ได้พ่นเมรัยกระจายไปทั่วบริเวณ ฟองเมรัยได้แตกกระสานซ่านเซ็นโปรยปรายอาหารการกินที่วางอยู่นั้น วันนั้นถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่หลวงตาต่วงได้พ่นน้ำลายผสมเมรัย ปนลงในอาหารให้พวกเรากิน นับว่าเป็นบุญวาสนายิ่งนัก"
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 22-06-2013 at 12:49.

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •