ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)


โพธิญาณพฤกษา
พันธุ์ไม้ที่พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ประทับตรัสรู้

ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)



ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)

ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ธัมมทัสสีพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 18 พระนามว่า พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 7 วัน จึงได้ประทับตรัสรู้ ณ ควงไม้มะพลับ

ต้นมะพลับ ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นพิมพชาละ” หรือ “ต้นพิมพละ” อยู่ในวงศ์ Ebenaceae ซึ่งทางพฤกษศาสตร์ได้มีการรวบรวมไว้นั้นมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่บ้านเรารู้จักกันดี คือ

1. มะพลับ ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ คือ พลับ (ภาคกลาง), ม่ากาลับตอง ม่ากับต๋อง (เชียงราย), มาสูละ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Diospyros areolata King & Gamble” และ

2. มะพลับไทย ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ คือ ตะโกสวน, มะพลับใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Diospyros malabarica (Desr.) Kostel. var. siamensis (Hochr.) Phengklai” อันเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดอ่างทอง

ในที่นี้ไม่สามารถระบุได้ว่า ไม้มะพลับชนิดใดเป็นโพธิญาณพฤกษาของพระธัมมทัสสีพุทธเจ้า ดังนั้น จะขอเลือกพูดถึงลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นมะพลับ เฉพาะตามข้อ 1 เท่านั้น

มะพลับเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร ลำต้นมักคดงอ เปลือกค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาลปนเขียวอ่อน หรือปนดำ, ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ตัวใบรูปขอบขนาน กว้าง 4-7 ซม. ยาว 7-20 ซม. โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวทู่ เนื้อใบหนา ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน หรือมีขนประปรายบ้างตามเส้นกลางใบด้านล่าง เส้นใบมี 6-12 คู่ แต่ละเส้นคดงอไปมา พอมองเห็นทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. มีขนประปราย



ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)

ดอกมีดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. มีขนหนาแน่น ดอกเพศเมียมักออกเดี่ยวๆ ตามกิ่งเล็กๆ ก้านดอกยาว 5-10 มม. มีขนคลุมแน่น

ผลกลมหรือค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ผลแก่ค่อนข้างนุ่ม ผิวมีเกล็ดสีน้ำตาลแดงคลุม เกล็ดเหล่านี้หลุดง่าย กลีบจุกผลแต่ละกลีบเกือบไม่ติดกัน เกลี้ยงหรืออาจมีขนบ้างทั้งสองด้าน กลีบส่วนมากจะพับกลับ มีบ้างที่แผ่กางออก ขอบกลีบมักเป็นคลื่น ไม่มีเส้นลายกลีบ ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลแก่ระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์โดยเมล็ด

มะพลับเป็นพันธุ์ไม้ป่าดงดิบ พบขึ้นในป่าที่ลุ่มต่ำบริเวณแนวกันชนระหว่างป่าบกและป่าชายเลน บริเวณชายคลอง และชายป่าพรุ เหนือระดับน้ำทะเล 2-30 เมตร ทางภาคใต้ของประเทศไทย ในต่างประเทศพบที่มาเลเซีย

ประโยชน์ทางยา อาทิ ตามตำรายาไทยกล่าวว่า เปลือกต้นและเนื้อไม้มีรสฝาดมีสรรพคุณ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้บิด แก้ท้องร่วง ขับผายลม แก้กามตายด้าน บำรุงความกำหนัด เป็นยาสมานแผลและห้ามเลือด, ผลแก่รับประทานได้

ประโยชน์อื่นๆ มีมากมาย อาทิ เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องมือทางการเกษตร เครื่องกลึงและแกะสลัก, เปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง, ยางของลูกมะพลับให้สีน้ำตาลนำมาละลายน้ำใช้ย้อมผ้า แห และอวน เพื่อให้ทนทานเช่นเดียวกับตะโก แต่ยางของลูกมะพลับใช้ได้ดีกว่ามาก เพราะไม่ทำให้เส้นด้ายแข็งกรอบเหมือนผลตะโก จึงทำให้ยางของมะพลับมีราคาดีกว่าตะโกมาก จึงมีพ่อค้าหัวใสนำยางของผลตะโกปลอมขายเป็นยางมะพลับ จึงได้เกิดมีคำพังเพยว่า “ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก”

คติความเชื่อ มะพลับเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย กำหนดปลูกไว้ทางทิศใต้ (ทักษิณ) ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นมะพลับในบริเวณบ้านจะทำให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น



ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)

ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)

เครดิต : เวปธรรมจักร.เน็ต/บ้านมหา.คอม