กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: สมอง

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63

    สมอง


    ***สมอง....วิ ธี ป้ อ ง กั น ส ม อ ง เ สื่ อ ม***


    สมอง


    วิ ธี ป้ อ ง กั นส ม อ ง เ สื่ อ ม

    ความแก่เป็นความทุกข์ที่สำคัญ อย่างหนึ่งของมนุษย์ คนส่วนมากกลัวความแก่ไม่มากก็น้อย คนบางคนกลัวมากบางคนกลัวน้อย บางคนกลัวหน้าแก่ บางคนกลัวเซ็กส์แก่ แต่ที่ทุกคนกลัวเหมือนกันคือสมองแก่ สมองเสื่อม เนื่องจากสมองเป็นที่อยู่ของจิตใจ ซึ่งสามารถทำให้เกิดความรู้สึกสุขทุกข์ได้มาก เมื่อมีอาการสมองแก่ เช่นขี้หลงขี้ลืม ทำเงินหาย ทำบัตรเอทีเอ็มหายบ่อยๆ ทำให้เกิดความทุกข์ใจมาก หลายคนจึงต้องดิ้นรนเสาะแสวงหาทางป้องกันความแก่ทุกวิถีทาง

    ในสมัย ก่อนคนเราเที่ยวเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะ เสียเงินเสียทอง เสียค่าโง่กันไปมากมาย โดยหลงเชื่อคำเล่าลือปากต่อปาก เช่น แนะให้กินสมองสัตว์ โสมเกาหลี แปะก๊วย มีเมียสาว ฯลฯ แต่ปัจจุบันนี้การแพทย์สมัยใหม่มีข้อมูลความเข้าใจ ในเรื่องสมองเสื่อมมากขึ้น ทำให้การชะลอภาวะสมองเสื่อมดีขึ้นบ้าง

    เอาแค่สิ่งพื้นๆ ที่มีอยู่ตามบ้านเรา เช่น กาแฟซึ่งเป็นสิ่งที่เรามีกินกันมานานนม มีการศึกษาวิจัยเรื่องการกินกาแฟกันมามาก ทุกวันนี้สามารถบอกได้ว่าคาเฟอีนในกาแฟ สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองหรือเพิ่มไอคิวของคนกินได้ การดื่มกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้แจ่มใสทำงานดีขึ้น เคยมีการทดลองที่อินสบรูคโดยใช้อาสาสมัคร 15 คน เขาให้อาสาสมัครกินกาเฟอีน 100 มก. (เท่ากับคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ 2 แก้ว) แล้วทดลองความจำ ในเวลาต่อมาใช้อาสาสมัครกลุ่มเดียวกันทดลองให้กินยาหลอกเปรียบเทียบกัน ผลปรากฎว่าคนที่กินคาเฟอีนมีความจำระยะสั้นดีกว่าคนที่กินยาหลอกอย่างชัดเจน และเมื่อเขาใช้เครื่องตรวจสแกนสมองที่เรียกว่า Functional MRIS เขาพบว่าสมองบริเวณ anterior cingular cortex และสมองส่วนหน้า frontal lobe ทำงานมากขึ้นจากผลของคาเฟอีน สรุปได้ว่าการดื่มกาแฟทำให้การทำงานของสมองในระยะสั้นดีขึ้น แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปซึ่งจะมีผลข้างเคียงที่ไม่ดีเกิดขึ้นได้



    สมอง

    สมอง

    การเข้าสมาธิหรือกรรมฐานช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้ ไหม คำถามนี้เป็นคำถามที่ถูกถามมานาน แต่เพิ่งจะมีคำตอบออกมาเมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นที่รู้กันแล้วว่าการฝึกกรรมฐานทำให้ใจสงบ มีสมาธิ ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น จากการวิจัยในประเทศอุตสาหกรรมพบว่า ทำให้ผลผลิตของพนักงานในบริษัท ในโรงงานดีขึ้น การลาป่วยขาดงานของพนักงานน้อยลง จนบริษัทใหญ่ๆ เช่น บริษัทรถยนต์ฟอร์ด และบริษัทใหญ่ๆ อีกหลายแห่งที่สหรัฐฯ รับเอาการฝึกกรรมฐานไปใช้กับพนักงานมากขึ้น ทุกวันนี้ชาวตะวันตกสนใจวิชากรรมฐานมากขึ้น จึงมีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นตามไปด้วย

    เมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาโดยการตรวจสแกนสมองอาสาสมัคร 20 คน ที่ทำกรรมฐานเป็นประจำวันละ 40 นาที เขาพบว่าสมองส่วนเปลือกนอก (Cortex) ซึ่งเป็นที่อยู่ของเซลล์สมองมากมีขนาดหนาขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้ทำกรรมฐาน อันนี้เป็นหลักฐานพิสูจน์ทางกายภาพที่ชัดเจนว่าการฝึกกรรมฐานมีผลดี สามารถต้านความเสื่อมของสมองได้ คนที่ต้องการลดความเสื่อมของสมองจึงควรฝึกหัดทำกรรมฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิปัสสนากรรมฐานของพระพุทธเจ้า ซึ่งรู้กันมานานแล้วว่ามีผลดีต่อจิตใจ และเราเพิ่งรู้กันตอนนี้ว่ามีผลดีต่อกายภาพของสมองด้วย

    อาหารสมองเป็นสิ่งที่มีการพูดถึงกันมานาน มี การเอาสารเสริม-อาหารมาขายกันมาก บางอย่างเขาก็อ้างว่าทำให้สมองดีขึ้น ความจำดีขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจน ระยะหลังนี้มีข้อมูลจากการวิจัยมากขึ้น หมอแอนดรู วีล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแพทย์ทางเลือก เขียนแนะนำเรื่องอาหารสมองไว้หลายอย่าง เช่น เนื้อปลา น้ำมันปลา ขมิ้น ผักผลไม้ วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม คาโรตีนอยด์

    กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 Fatty Acid) ที่อยู่ในน้ำมันปลามีคุณสมบัติบำรุงสมองได้ ทั้งนี้เพราะสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์สมอง ถ้าขาดไปจะทำให้เซลล์สมองอ่อนแอ เป็นโรคได้ง่าย อาหารของชนชาติญี่ปุ่น และเมดิเตอเรเนียน ทำให้คนของเขาอายุยืนล้วนมีกรดไขมันโอเมก้า 3 มาก เนื่องจากมีเนื้อปลาอยู่มาก ผู้รู้จึงแนะนำให้กินเนื้อปลาบำรุงสมองมากกว่าเนื้อสัตว์อย่างอื่น คนที่ไม่ถนัดกินเนื้อปลาก็อาจจะใช้น้ำมันปลาที่ทำขายเป็นเม็ด (แต่ไม่ใช่น้ำมันตับปลาที่เหม็นคาว อย่างที่เด็กสมัยผมเคยถูกบังคับให้กิน) เช่น Krill Oil ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสสระและไม่เหม็นคาว เขาใช้สารตัวนี้รักษาโรคซึมเศร้า สมาธิสั้น ออทิซึม สำหรับนักมังสวิรัติ อาจจะหากรดไขมันโอเมก้า 3 กินในถั่ววอลนัท เม็ดแฟล็กซ์ ปอ หรือ สาหร่ายทะเล



    สมอง


    ขมิ้นที่เราเอามาทำเครื่องแกงมีสาร Curcumin ต้านการอักเสบ ช่วยลดการเสื่อมของสมองจากโรคอัลโซเมอร์ได้ มีผู้ เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตไว้ว่าคนอินเดียมีอัตราการเกิดโรคอัลโซเมอร์ต่ำที่ สุดในโลก อาจเป็นเพราะคนอินเดียมีการใช้ขมิ้นทำเครื่องแกงกินกันมากนั่นเอง

    หมอวีลแนะนำว่าควรกินผักผลไม้ให้มากเข้าไว้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านสารพิษ ที่ทำให้เกิดมะเร็งและทำลายสมอง วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม และคาโรทีนอยด์ ถ้ากินเสริมอาหารเข้าไปอาจช่วยป้องกันความเสื่อมของสมองได้ แต่ในบรรดาสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด หมอแอนดรู วีล กล่าวว่าไม่มีอะไรที่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์สนับสนุนแข็งขันเท่ากับเนื้อปลาและ น้ำมันปลา

    ตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีไทยสมัยต้มยำกุ้งถูกกล่าวหาว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ ทำให้โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์นี้ มีคนรู้จักกันมาก ใครๆ ก็กลัวโรคนี้จนมีคำถามว่าโรคนี้ป้องกันได้หรือไม่ คำตอบคือป้องกันได้บางส่วน คือชะลอมันลงไปได้ ผู้ เชี่ยวชาญแนะนำว่าการป้องกันหรือชะลอโรคอัลไซเมอร์นี้คือ การรักษาสุขภาพของระบบหลอดเลือด และหัวใจให้อยู่ในสภาพดี โดยการออกกำลังกาย เช่น วิ่งเหยาะ เดินเร็ว เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ เต้นรำ หรือที่ดีที่สุดคือ ทำหลายกิจกรรมอย่างว่า แบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป จะช่วยรักษาสมองของเราได้ดีกว่าอย่างอื่น (และทำให้บาดเจ็บจากการออกกำลังกายน้อยลง) นอกจากนี้ควรเลิกสูบบุหรี่ กินอาหารไขมันต่ำ ถ้าเป็นโรคเบาหวาน ต้องใส่ใจควบคุมรักษาให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับดี กินผักผลไม้ให้เพียงพอ กินปลา และน้ำมันปลา (ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น) ทุกอย่างที่ว่ามานี้ร่วมช่วยกัน รักษาให้หลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมทั้งของสมองด้วยไม่ให้ตีบตัน สามารถนำออกซิเจนไปต้านความเสื่อมได้ดี

    เมื่อไม่นานมานี้พบว่าการออกกำลังกายนอกจากจะมีผลดีต่อหลอดเลือด หัวใจ และสมองแล้ว ยังกระตุ้นให้มีการผลิตสารเร่งการเสริมสร้าง (Growth Factor) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เซลล์ประสาทมีสุขภาพดีด้วย

    การฝึกสมองทดลองปัญญาเป็นประจำก็สามารถช่วยรักษา คุณภาพของสมองเอาไว้ได้ดี เช่น การเรียนภาษาใหม่ๆ ฝึกทดสอบความจำ ทำข้อสอบไอคิว ฯลฯ จากการศึกษาหลายชิ้นพบว่าการใช้สมองอ่านหนังสือ แก้ปริศนาอักษรไขว้ เล่นหมากรุก เล่นดนตรี สามารถลดการเกิดสมองเสื่อมได้ดีกว่าการอยู่เฉยๆ และพบว่ายิ่งทำมากยิ่งมีผลดีมาก เช่น คนแก้ปริศนาอักษรไขว้อาทิตย์ละ 4 ครั้ง สมองเสื่อมน้อยกว่าคนแก้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถึง 47%

    จากข้อมูลของผู้รู้เท่าที่กล่าวมานี้ ก็สามารถช่วยให้เรารักษาประคับประคองสมองอันเป็นที่รักของเรา ให้อยู่ยั้งยืนยงไปได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือต้องลงมือทำตั้งแต่บัดนี้เลย ไม่ว่าท่านจะยังหนุ่มยังสาวซิงๆ แค่ไหนก็ตาม







    แหล่งข้อมูล : นิตยสาร - HealthToday
    เครดิต : เวปธรรมจักร.เน็ต/บ้านมหา.คอม

  2. #2
    ไปเรียนวิชาหาความรู้เพิ่มเติม ได้อ่านหนังสือ เป็นการลับสมองให้ได้ทำงานบ่อยๆคือกันน้อจ้า
    ขอบคุณสาระดีๆจ้าคุณลุงใหญ่:*-

  3. #3
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    "บางคนกลัวหน้าแก่ บางคนกลัวเซ็กส์แก่ แต่ที่ทุกคนกลัวเหมือนกันคือสมองแก่ สมองเสื่อม"

    คึดว่า...พ่อใหญ่ทางระยอง ย้านที่สุดคือย้านเซ็กส์แก่....5555

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jinnawat90
    วันที่สมัคร
    Mar 2013
    กระทู้
    642
    มันเป็นเรื่องปกติครับ ของทุกอย่างในโลกเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเสื่อมโทรมไปตามอายุไข อย่าไปเครียดครับพี่น้อง พระเค้าว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรรม

  5. #5
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ suny
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ที่อยู่
    ภูมิลำเนา มหาสารคาม ทำงาน ประจวบ
    กระทู้
    848
    เป็นข้อมูลที่ดีอีหลีครับ ทุกมื้อนี้กะย้านเสื่อมยุครับ

  6. #6
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    พ่อตู้พล พระยาแลมาโพดคักแท้หละอิพ่อตู้ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเด้อพ่อตู้ 555555555555

  7. #7
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9
    ป้องกันไว้ตามที่กล่าวมาเนาะจ้า เห็นคนเฒ่เสื่อม โรคอัลไซเมอร์ ตาหลิโต๋น
    กินเข้าแล้ว บอกบ่ได้กิน ที่สำคัญจำลูกหลานบ่ได้

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •