กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: คนสู้ชีวิต ตอน แสงไฟในอเวจี (2)

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    คนสู้ชีวิต ตอน แสงไฟในอเวจี (2)




    คนสู้ชีวิต ตอน แสงไฟในอเวจี (2)



    คนสู้ชีวิต ตอน แสงไฟในอเวจี (2)



    ความหนาวเยือน มาแล้วที่บ้านเรา
    ทุกถิ่นเนาว์ ผิงไฟไล่ยุง
    หมาวบ้านหนาวกาย ใจสานตะวันรุ้ง
    ชีวิตมุ่ง ทำมาหากิน

    ในความหนาว ของคืนวันหนึ่ง
    วันที่ซึ่ง แสนอนาถเยือนถิ่น
    ฤดูหนาว ไฟร้ายก่อกัดกิน
    เริ่มสูญสิ้น ชีวีปลิดชีวิตไป


    ณ.ธันวาอนาถ 2520 เริ่มไฟนรก
    ดับชีวาสู่ปรภพ นรกในอเวจีหลั่งสาย
    เลือดล้างวิญญา กล้ำกราย
    สายแปดใต้ ในหมู่บ้านแหน่งนิคม


    ในค่ำคืน แห่งนาฏกรรมโศก
    สองพ่อลูกรันทด ชีวิตสู่ปลายโค้ง
    ไม่รู้คืนรู้เวลา หลับตาลง
    ทางช้างเผือกที่โค้ง ขอบฟ้าวิญญา....ลาลับดับลา





    ในคืนวันหนึ่งของฤดูหนาว แห่งเดือนธันวาคม ที่หมู่บ้านในสายโท 8 ใต้ แห่งนิคมบ้านกรวดแห่งนี้ มีสายข่าวแพร่สะพัดเข้ามาว่า จะมี ผกค. หรือทหารป่า บุกเข้ามา เพราะมีคนเห็นคนพวกนี้อยู่แถวเทือกเขาพนมดงรัก ติดกับแดนกัมพูชา โดยไม่รู้ว่าจะมาคืนไหน

    ผู้คนชาวนิคมต่างเตียมพร้อมที่จะต่อสู้กับทหารป่า ความหนาวเยือนกาย แต่ใจร้อนระอุ

    "พวกเราต้องเตรียมความพร้อม เวรยามจัดดูแลอย่าให้ว่างได้ ผู้หญิงและเด็กให้นอนในหลุมหลบภัยไว้ก่อน" ผู้ใหญ่บ้านของนิคมแห่งนี้ ได้บอกในที่ประชุมลูกบ้าน....


    ในความหนาว กับมีไฟในใจ
    เสียงเร่าร้องหัวใจ เสียหัวใจเต้นร้อง
    เราเลือดไทย ไม่คิดพเนจร
    จากดินดอน บ้านเดิมเคยเติบโต




    พวกชาวนิคม จัดเวรยามอยู่ในป่า ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าใดนัก ทุกคนเตรียมต่อสู้กับพวกทหารป่า พวกหนักแผ่นดิน เพื่อรักษาหมู่บ้านไว้ โดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...

    ในวันหนึ่ง ชาวบ้านได้นำประกาศของ ทหารป่า ที่ติดไว้ที่ชายป่าด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน

    "คืนนี้ ผกค. จะบุกเผาหมู่บ้านแห่งนี้ และฆ่าทุกคน ถ้าใครไม่อยากตายก็หนีไปซะ"

    นี่คือประกาศที่ชาวบ้านนำมาให้ผู้ใหญ่บ้านในนิคมแห่งนี้ นายสิงห์ หรือผู้ใหญ่สิงห์ ได้ประชุมลูกบ้านทันที พร้อมอ่านประกาศให้ฟัง

    " เราจะทำอย่างไรในการรับมือจาก ผกค. ที่คืนนี้จะบุกเข้ามา" ผู้ใหญ่สิงห์ถามในที่ประชุม

    ลูกบ้านคนหนึ่ง บอกว่า เราต้องจัดเวรยามโดยผู้ชายท้้งหมู่บ้านไปตั้งรับ โดยแบ่งเวลากันไป

    ในที่ประชุมหมู่บ้านตกลงมตินี้....

    ผู้ใหญ่สิงห์ บอกกับลูกชายว่า เราเลือดไทย จะไม่ยอมให้พวกหนักแผ่นดินมาปกครองหมู่บ้านเราได้...

    " ครับพ่อ พ่อสอนผมมาตลอดว่า ให้รักบ้านเมืองที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน ผมจะไม่หนีไปไหน ถ้าจะตายลง ก็ขอให้ตายในแผ่นดินเกิด ถ้ามันมา เราก็ต้องต่อสู้กับพวกมันไม่กลัวมันอีกต่อไป..."


    คืนอเวจี มาเยือนหมู่บ้าน
    ลมหนาวกระหน่ำ ในเดือนธันวาเศร้า
    แสงไฟในอเวจี เยือนเนาว์
    คลุกเคล้าเศร้า ท่ามกันความหวาดกลัว

    คนในหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่กลัวไพรี
    พวกนรกอเวจี ณ ที่นี้จะเป็นรั้ว
    แผ่นดินบ้านเกิด แผ่นดินนอนอย่ามามั่ว
    จะไม่หวาดกลัว จะเป็นรั้วป้องกันภัย


    หนาวแสนหนาว เราชาวนิคมกล้าแกร่ง
    พวกนรกอย่ากำแหง เราจะเป็นกำแพงให้
    พวกเราผู้ชาย เตรียมพร้อมผจญภัย
    หัวใจคนไทย ไม่เคยกลัวใครมาย่ำยี



    ดึกสงัด...ราวหลังเที่ยงคืนไปมากแล้ว...เสียงลมกระหน่ำ สายลมพัดหวีดหวิวมาจากด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน ยามดึกมีเพียงแสงดาวแห่งรติกาลมาเยือน

    ชาวบ้านบางส่วนเหน็ดเหนื่อย ต่างพากันกลับบ้านบางส่วน เพื่อเอาแรงต่อสู้กับวันใหม่
    ...

    แต่ที่ชายป่าทางด้านทิศใต้ของนิคมแห่งนี้ ...กับเคลื่อนไหว กลุ่มชายฉกรรจ์สิบกว่าคน ทุกคนถือปืนอาร์ก้า เอ็มสิบหก เอ็มเจ็ดสิบเก้า จรวดอาร์พีจี ได้มุ่งตรงมาที่หมู่บ้านสายโทแปดใต้ แห่งนี้

    ผู้ใหญ่สิงห์ผวาตื่นขึ้น ...เสียงสุนัขเห่ารับกัน...ผู้ใหญ่สิงห์เขย่าลูกชาย ว่ามันมาแล้ว...

    จากนั้นหยิบลูกซองห้านัด ให้ลูกชายพร้อมด้วยตัวเอง ลูกปืนเบอร์สิบสองใส่ไปในกระเป๋าสะพายอีกหลายสิบลูก

    "มันมาแล้วลูกพ่อ" ผู้ใหญ่สิงห์บอกกับ ทิดจง ลูกชาย...

    " ครับพ่อ ผมไม่กลัวมัน ตายเป็นตาย" สายตาของทิดจงกล้าแข็ง หัวใจเต้นตึกๆ พร้อมสู้


    ทั้งสองคนยิ่งลงจากบ้านไปหลบหลังขอนไม้ใหญ่ ที่อยู่ข้างบ้าน รอต้อนรับ ทหารป่า ที่จะเข้ามาหมู่บ้านแห่งนี้

    ท่ามกลางความหนาว กลิ่นไอของทะเลเลือดเริ่มมาเยือน สองพ่อลูกหมอบนิ่ง เสียงลมหายใจหอบ สายตามองไปที่ทางเดินหน้าบ้าน หันกระบอกปืนไปทางแนวรั้ว...พร้อมสู้

    ทหารป่า พร้อมอาวุธ เข้ามาถืงบ้าน ผู้ใหญ่สิงห์ที่อยู่ท้ายบ้าน .... พวกมันสิบกว่าคน เดินเข้าเข้ามาในบ้าน ...อยู่ห่างจากผู้ใหญ่สิงห์ และ ทิดจง ไม่ถึงยี่สิบเมตร


    " ไอ้สิงห์ ไอ้จง มึงต่อต้านพวกกู มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหน พวกมึงพาชาวบ้านต่อต้านกู กูต้องการปฏิวัติแผ่นดินไทย แต่พวกมึงมาขัดขวางพวกกู วันนี้วันตายของมึงแน่ไอ้สิงห์ มากราบตีนกูเสียดีๆ ก่อนมึงจะตาย ได้ยินไหมไอ้สิงห์ ไอ้จง"


    คำตอบที่ให้พวก ผกค. กลับไปก็คือ เสียงปืนจากลูกซองห้านัดสองกระบอก ระดมใส่ ผกค. พวกนี้........ตู้ม ตุ้ม...ร่างผกค. ล้มลงทันทีสองคน เพราะโดนลูกปืนเบอร์สิบสองเข้าไป

    พร้อมกับกระชากลูกเลือนของปืนลูกซอง แลัวยิงออกไปอีก....ตู้ม ตู้ม...

    แต่อนิจา... น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ปืนลูกซอง ไม่อาจต่อสู้กับ จรวดอาร์พีจีได้

    เสียง ปล็อก...ตู้ม.... ฟิ้วส์ .... บึ้ม..... ที่ถูกส่งมาจากกลุ่ม ผกค. สิ้นเสียง ของบึ้ม.....
    ที่มาตกลงที่ขอนไม้ที่ผู้ใหญ่สิงห์ หลบอยู่ ก็สิ้นลมหายใจของทั้งสองคน...

    จรวดอาร์พีจีที่ถูกยิงส่งมาจากกลุ่ม ผกค. ตกมาที่ทั้งสองคนพ่อลูก พอดี ร่างแหลกเหลว ดวงวิญญาณของความรักชาติ ดับลงไป....เลือดไหลทาแผ่นดิน...ความยุติธรรมในสงครามไม่มีในโลก ...อีกต่อไป...


    แม้ว่า เขาทั้งสองคนพ่อลูกจะต้องลับโลก หลั่งเลือดทาแผ่นดิน...แต่เขาก็ได้แสดงให้เห็นว่า เขาต่อสู้ด้วยวิญญาณนักต่อสู้ที่แท้จริง ชีวิตแลกด้วยชีวิต ไม่ยอมให้ ผกค.ประกาศชัยชนะเหนือหมู่บ้าน...หมู่บ้านสายโทแปดใต้...หลับตาเถอะวีรชนผู้กล้า...


    หลังผุ้ใหญ่สิงห์และลูกตายลง พวกมัน พวก ผกค. ก็ได้เข้ามบุกเผาหมู่บ้าน จนเป็นทะเลเพลิง ...


    นิดมบ้านกรวดแห่งนี้ ....กำลังเริ่มต้น ลุกเป็นไฟ




    ติดตามตอนต่อไปค่ะ.....








  2. #2
    ขอยกย่องในความกล้าหาญ ความรักชาติรักแผ่นดินไม่ยอมให้ใครมารุกรานได้ รอติดตามตอนต่อไปครับคุณครูเล็ก

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •