กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: ข้อห้ามในการล้างรถคันโปรด โดยเฉพาะคนที่ชอบล้างรถเอง

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jinnawat90
    วันที่สมัคร
    Mar 2013
    กระทู้
    642

    ข้อห้ามในการล้างรถคันโปรด โดยเฉพาะคนที่ชอบล้างรถเอง


    ไปเจอมาครับเลยอยากเอามาแบ่งปันสำหรับบางท่านที่ยังไม่ทราบ หรือหลงลืม

    ถ้าพูดถึงการรักษาสภาพรถยนต์แล้ว สีนับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากๆ โดยเฉพาะ เมื่อนี่อาจนำไปสู่การเกิดสนิมในรถที่จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต ที่หากเราเริ่นในวันนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว
    คนจำนวนมากมักหันเข้าหาร้านล้างรถหรือคาร์แคร์ ที่ปัจจุบันกำลังเป็นธุรกิจที่มาแรงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมือง ซึ่งความจริงแล้วการล้างรถให้เงางามและดูใหม่เสมอนั้นไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ ต้องไม่ทำ เข้าใจก่อนปฏิบัติเท่านั้นเอง

    1. ไม้ปัดขนไก้ อันนี้ของต้องห้าม โดยมากแล้วเรามักเผชิญกับปัญหาเรื่องฝุ่นอยู่เสมอไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด และคนจำนวนไม่น้อยมักจะนำไม้ปัดขนไก้ที่มีขายอยูทั่วไปมาปัดเช็ดฝุ่นออก ด้วยความเข้าใจที่มีตั้งแต่ดั้งเดิมซึ่งไม้ปัดดังกล่าวใช้ในการทำความสะอาดบ้าน

    ความจริงแล้วแล้วไม้ปัดขนไก่อาจจะเป็นทางออกที่ดีเพราะสามารถขจัดฝุ่นได้ดีและรวดเร็ว แต่ทราบหรือไม่ว่า ขนไก่เมื่อรวมกับฝุ่นที่บ้างอาจเป็นเม็ดทรายสามารถทำให้เกิดริ้วรอยไว้ที่ชั้นแล็คเกอร์ ซึ่งทำให้รถของท่านเป็นรอยขนแมวและยากที่จะขัดออก ..

    2. ล้างรถจำไว้ น้ำเปล่าฉีดแล้วต้องลูบ คนส่วนใหญ่มักรู้ว่าการล้างรถนั้นเราต้องลงน้ำเปล่าก่อนเพื่อขจัดคราบสกปรก ทว่าความจริงแล้วนอกจากการฉีดชะเอาคราบโคลนต่างๆหลุดไปแล้ว เราควรที่จะเปิดน้ำเบาๆแล้วลูบด้วยมือให้ทั่วคันเพื่อขัดฝุ่นออกจากสีก่อน ทำให้ลดการเกิดรอย ก่อนลงฟองน้ำและน้ำยาล้างรถจริง

    3.ผงซักฟอก-น้ำยาล้างจาน...เลิกใช้มาล้างรถ!! หลายคนมักมีความขี้เกียจผสานความประหยัด เมื่อประกอบกับความเคยชินที่เรามักใช้สารทำความสะอาดอื่นๆอย่างผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ทำให้เรามักคิดว่ามันสามารถเอามาล้างรถได้นั้น นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างมาก และแม้เวลาผ่านไปเราก็ยังเห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นประจำ ที่บางคนทำสืบทอดต่อกันมา

    แม้การล้างรถคือการทำความสะอาดรถยนต์เหมือนๆกับจานหรือเสื้อผ้า แต่สิ่งที่แตกต่างนั้นคือเราต้องการล้างรถเพื่อให้เงางาม ไม่ใช่ให้สะอาด ซึ่งการที่เรานำน้ำยาล้างจานหรือฝงซักฟอกผสมน้ำมาล้างรถนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากสารทำความสะอาดทั้ง 2 ชนิดนั้นล้วนต้องการขจัดคราบอย่างเข้มข้น ซึ่งเมื่อเรานำมาล้างรถจะทำให้เกิดการชะล้างในส่วนของ WAX เคลือบชั้นแล็คเกอร์ออกไป ซึ่งทำให้สีรถจะดูหมองไม่เงาเงาม และในอนาคตยังอาจทำให้ชั้นแล็คเกอร์เสื่อมสภาพไวอีกด้วย

    4.เสื้อผ้าเก่าๆ...อย่านำมาเช็ดแห้ง หลายคนมักนำเสื้อผ้ามาใช้ในการเช็ดแห้งรถยนต์ด้วยความเข้าใจว่า มันจะสามารถซับน้ำได้เหมือนกัน ทั้งที่จริงๆแล้ว ผ้าถึงจะทำหน้าที่ได้เหมือนกัน แต่ให้ความแตกต่างที่สามารถทิ้งรอยไว้หลังเช็ดเสร็จ วึ่งในความจริงอย่างแย่สุดคุณควรหาซื้อผ้าสำลี หรือมีงบก็ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ แต่กระนั้นเสื้อผ้าเก่าๆ โดยเฉพาะผ้า cotton ก็ยังเหมาะที่จะนำมาใช้เช็ดทำความความสะอาดกระจกอยู่ดี

    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสีรถขั้นพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม บ้างก็ไม่ใส่ใจเพราะว่าใช้บริการร้านล้างรถ ทว่าแม้ร้านล้างรถจะมีบริการที่ดีแต่เราก็ควรที่จะล้างรถเองดุบ้างที่ทั้งปรัหยัด สนุก และยังเป้นการตรวจสอบรถไปด้วยในตัว

    ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานั้น ถือว่าถูกต้องเลย มีหลายข้อที่สำคัญ โดยเฉพาะ เรื่องการล้างรถด้วยซันไลต์นี่เจอบ่อยมาก ที่เราอยากจะบอกว่ามันไม่กัดสีแต่กัดแว๊กซ์ คุณคงถามว่ามันกัดได้ยังไงก็ตอบง่ายคือน้ำมะนาวมีส่วนเป็นกรดแม้การใช้งานจริงเราจะนำมันมาผสมน้ำแต่คุณสมบัติแบบนี้ก็ยังมีอยู่ดี ..และเราไม่แนะนำอย่างแรง!!! ในการนำมาล้างรถ

    แหล่งที่มา http://www.civicesgroup.com
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jinnawat90; 12-07-2013 at 07:03.

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ คนภูหลวง
    วันที่สมัคร
    Feb 2010
    ที่อยู่
    เมืองเลย
    กระทู้
    378
    ขอบคุณครับสำหรับเกร็ดเคล็ดลับ คันอยู่บ้าน 3 เดือนล้างเทื่อย้านสนิมมันโข๊ะ อาศัยฝุ่นเคลือบไว้ให้ บ่แม่นข้อแก้โตของคนขี้ค้านเด้

  3. #3
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9
    เอ๋า...คือใช้แฟ๊บ น้ำยาล้างจานล้างรถ ฮ่า เค๊ามีน้ำยาล้างรถขายโดยเฉพาะไม่ใ่ช่นิ
    ปุ้ยล้างรถเอง ครั้งแรกเอาสายยางน้ำฉีดตัวรถให้ทั่วและแน่ใจว่าเศษทรายไม่ค้างอยู่
    เวลาเราเอาผ้าล้างมันจะได้ไม่ถูเป็นรอย ผสมน้ำยากับน้ำเปล่า ผ้าขนหนูผืนขนาดกลาง
    ชุบน้ำยาหมาดๆ ปาดรถเลยคะ ล้างตัวรถก่อน ล้อล้างหลังสุดถ้าเราล้างล้อสลับกับตัวรถ
    ผ้าขนหนูจะซับทรายมันจะไปขูดตัวรถ น้ำยาล้างเสร็จฉีดน้ำให้สะอาด ผ้าขนหนูแห้งปาดเลยคะ


    หมายเหตุ ฟองน้ำ ผ้าขนหนู ผ้าอะไรก็แล้วแต่ที่ล้างรถ เช็ดรถ ต้องสะอาด ไม่มีเศษทรายติด
    ไม่ใช้ผ้าขี้ริ้วดำๆ เสื้อ กางเกง ที่มีกระดุม ซิป มาใช้ทำความสะอาดรถ

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jinnawat90
    วันที่สมัคร
    Mar 2013
    กระทู้
    642
    แนะนำวิธีล้างรถ ทั้งภายนอกและภายใน
    วิธีการบำรุงรักษาสีรถอย่างถูกวิธี
    การล้างรถที่ถูกวิธี
    1. ฉีดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด
    2. ควรล้างด้วยน้ำสะอาดหรือล้างด้วยแชมพู
    3. ควรล้างรถจากส่วนบน ลงล่าง โดยการใช้ผ้านุ่ม เช่นผ้าสำลี ซึ่งควรคะนำมาแช่น้ำไว้สัก 3 คืน และถ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ยิ่งดีครับ และการล้างรถนั้น ขอแนะนำให้แบ่งผ้าออกเป็น 2 ผืน (อย่าใช้ฟองน้ำล้างรถ เพราะอาจจะมีเม็ดกรวดทรายติดอยู่
    ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง กระจกรถทั้งหมด
    ผืนที่สอง ใช้สำหรับล้างส่วนด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจกด้านล่างลงมา ทั้งหมด
    เหตุผลที่ต้องแยกเนื่องจาก โดยทั่วไปส่วนบนของรถจะมีฝุ่นน้อย ในขณะที่ด้านส่วนล่างของรถมีฝุ่นมาก
    4. ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด
    5. อย่าล้างรถกลางแดด เพราะแดด จะทำให้น้ำบนรถแห้งเร็ว และเกิดคราบน้ำขึ้น

    การล้างรถโดยใช้ถังใส่น้ำล้าง
    1. การล้างรถแบบนี้ ควรจะเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ มิฉะนั้น สิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วยบนรถได้ (วิธีการนี้ ไม่แนะนำให้ทำ …. แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องหมั่นซักผ้าและเปลี่ยนน้ำ)

    ข้อควรระวังในการล้างรถ
    1. ไม่ควรล้างรถตอนเย็น ด้วยตนเอง เพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้อาจทำให้เกิดสนิม ในบางจุดที่เราเช็ดไม่แห้ง หรือไม่สามารถเช็ดแห้งได้ ยกเว้นแต่จะมีเครื่องเป่าน้ำให้แห้งหรือจะขับรถต่อไปเป็นระยะทางไกล ลมจะช่วยให้ทุกซอยทุกมุม แห้งสนิท
    2. ไม่ควรล้างรถกลางแดด เนื่องจากแสงแดด จะทำให้น้ำแห้งเร็ว และทำให้เกิดคราบน้ำบนสีรถขึ้น

    การเช็ดรถที่ถูกวิธี
    1. ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ ในการเช็ดรถ เนื่องจากผ้าเหล่านี้ จะไม่ทำให้รถเป็นรอย แต่ถ้าผ้าชามัวร์แท้ ควรจะระวัง เวลาที่ผ้าชามัวร์แห้งสนิท จะแข็งตัว และเมื่อจะทำมาเช็ดรถ ก็ควรจะนำผ้าชามัวร์นั้น จุ่มน้ำให้เปียกจริง ๆ ทั้งผืน ก่อนเช็ดรถ เพราะถ้าไม่เปียกทั้งผืน แสดงว่ายังมีส่วนที่ยังไม่โดนน้ำที่ยังแข็งอยุ่ ซึ่งอาจทำให้สีรถเป็นรอยได้ง่าย
    2. การเช็ดรถนั้น ควรเช็ดตั้งแต่แผงบนก่อน เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างให้หมดก่อน ไล่ลงมาด้านล่างของรถ จะได้ไม่ต้องทำงานสองต่อไงครับ
    3. ส่วนของรถดังต่อไปนี้ไม่ควรหลีกเลี่ยง ควรเช็ดให้แห้งที่สุด
    3.1 ด้านในขอบประตูทั้งหมด
    3.2 ด้านในกระโปรงหลัง
    3.3 ด้านในฝาถังน้ำมัน
    3.4 กระจกหน้ารถ เพื่อให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ ชัดเจน ไม่มีอะไรมาบดบัง หรือระคายเคืองสายตา
    3.5 ล้อแม็กซ์ ควรจะเช็ด ด้วย เพราะถ้าไม่เช็ดจะเป็นคราบน้ำน่าเกลียด และถ้าปล่อยไว้นาน ๆ คราบน้ำเหล่านั้น จะเช็ดออกยาก จนถึงเช็ดไม่ออก

    การดูแลรักษาสีรถยนต์ โดยวิธีการเคลือบสีรถด้วยตนเอง

    1. ล้างรถให้สะอาด ตามวิธีการข้างต้น
    2. เช็ดรถให้น้ำหมาด ๆ
    3. เทน้ำยาเคลือบสี ลงบนผ้านุ่ม ขอเน้นว่าผ้านุ่มนะครับ ที่มีน้ำหมาด ๆ
    4. เช็ดบนตัวรถ โดยวนเป็นก้นหอย ให้ทั่วบริเวณตัวรถ
    5. ทิ้งน้ำยาไว้ตามระยะเวลาที่รถบุไว้ข้างกระป๋อง (ถ้าเป็นของคาร์แลค 68 จะทิ้งน้ำยาไว้ประมาณ 30 นาที)
    6. ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้านุ่ม เช็ดน้ำยาออกให้หมดทั่วตัวรถ

    สำหรับการทำความสะอาดภายในนั้น ถ้าเป็นเบาะหนัง ถ้ายังไม่มีคราบมากนัก ก็ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดแล้ว ก็ลงน้ำยาเคลือบรักษาเบาะหนังแบบไม่มีกลิ่นลงทุกครั้ง ที่ล้างรถเพราะว่า ถ้าจอดรถตากแดด นาน ๆ หนังจะแตกกรอบได้ยากกว่า คนที่ไม่ได้เคลือบนะครับ

    ขอแนะนำ รถของเพื่อน ๆ แต่ละคนราคาก็หลายตังค์ ขอแนะนำให้ใช้เป็นผ้าชามัวร์ เช็ดรถดีกว่า มันคุ้มกว่ากัน ประหยัดเวลาอีกด้วยครับ รถราคาหลายแสน แต่กลับใช้ผ้าขนหนูเช็ด รับรองรอยขีดข่วนน่าจะเพียบ แถมยังกินแรงอีกต่างหากครับ

  5. #5
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเด้อจ้าน้องjin:*-

  6. #6
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ หลอดปอดป่อง
    วันที่สมัคร
    Jun 2012
    ที่อยู่
    สุดเขตชายแดน
    กระทู้
    209
    ขอบคุณครับ

    รถผมตั้งแต่ซื้อมาบ่เคยเข้าคาร์จักเทื่อ ล้างเองตลอด

    แต่ว่า น้ำยาล้างจาน ผมใช้ล้างทำความสะอาดยาง ออกดี้ดีเด้อครับ 55

  7. #7
    ขอบคุณข้อมุลค่ะ ดีมากๆๆๆๆ ตะว่าผงซักฟอก กับน้ำยาล้างจานกะกะลังได้งินนี่ล่ะค่ะ มีคนเอาไปล้างยุติ เพราะการใช้มันต่างกันยุเด้ค่ะ คือว่าล่ะรถหลายแสน ลงทุนบ่กี่ร้อย คุ้มกว่าค่ะ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •