กำลังแสดงผล 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

หัวข้อ: ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่



    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 1


    THE SADISM" part1



    สมัยต้นรัชกาลที่ 5

    "อีอยู่"

    จากบันทึกของนายคาร์ล บอก นักธรรมชาติวิทยาชาวนอร์เวย์ ที่เข้ามายังสยามและได้เห็นการประหารชีวิตอีอยู่ในวันนั้น บอกว่า

    “ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปกติไม่ค่อยเต็มพระทัยในการลงพระปรมาภิไธยในคำสั่งประหารชีวิตนัก มิได้ทรงรีรอเลยสำหรับคดีรายนี้ ”




    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่



    +++++++++++++++++++++++++



    เสียงตะโกนจากนักโทษประหารซึ่งเป็นหญิง
    “ ฆ่าฉันเสียเร็วๆ ฆ่าฉันเสียเร็วๆ ”
    ขณะที่เพชฌฆาตหกคนยังคงร่ายรำดาบ
    ถอยหน้าถอยหลังอยู่เบื้องหลังนักโทษอีกครู่ ก่อนที่เพชฌฆาตมือหนึ่งจะวิ่งเข้าฟันคออย่างแรง จนศีรษะขาด เลือดพุ่งกระฉูด ผู้คนที่มุงดูการประหารจึงค่อยเริ่มแยกย้ายกันกลับไป เสียงพึมพำดังจับความได้ว่า ต่างก็พอใจที่ผู้ตายได้รับกรรมที่กระทำไว้แล้ว แม้แต่ในหมู่ญาติพี่น้องของหล่อนคนที่โดนประหาร


    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่

    ภาพสมมุติ




    คดีนี้ เป็นคดีดังในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ถูกบันทึกลงในราชกิจจานุเบกษา และมีบันทึกไว้ว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ไม่ทรงรีรอที่จะสั่งประหาร “อีอยู่W

    อีอยู่ ชื่อนี้เป็นใคร ไม่ปรากฏว่านางเป็นคนมาจากที่ใด
    แต่ปรากฎว่า เคยรับราชการฝ่ายใน สังกัดพระนางเจ้าโสมนัส ในรัชกาลที่ 4 หน้าตารูปร่าง งดงามพอควร

    อีอยู่ ได้พบรักกับ หลวงแผลงสะท้าน ขุนนางวังหน้า จึงได้ปลงใจแต่งงานกัน และอยู่กินเรื่อยมา ฝ่ายผัวนั้น ก็เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน ได้เป็น พระบันลือสิงหนาท ส่วนอีอยู่นั้น จากสาวแรกรุ่นสดๆ ก็เริ่มเป็นสาวใหญ่…. แก่ตัวไปตามสภาพ หากแต่ตัณหาราคะของนางนั้น ไม่ได้ลดลงตามวัยเลย

    มีข้อมูลที่น่าตกใจปรากฏว่า อีอยู่ นั้น ก่อนจะรับราชการฝ่ายใน เคยมีผัวเป็นหม่อมราชวงศ์อยู่แล้ว แต่อยู่ได้ไม่เท่าไรก็ต้องเลิกรา เหตุว่าอีอยู่นั้นมีจริตผิดมนุษย์มนา แต่จริตที่ผิดมนุษย์นั้น ก็ซุกซ่อนไว้ไม่ให้พระบันลือรู้ได้เลย

    อีอยู่จึงเปลี่ยนเป็นอำแดงอยู่



    กาลเวลาผ่านไปถึงปี 2422

    พระบันลือนั้นเป็นขุนนางใหญ่ระดับหนึ่ง จึงมีข้าทาสไว้ในบ้าน
    และหนึ่งในนั้น เป็นทาสหนุ่มสุดหล่อ หน้าตาดี หุ่นดี ดูมีราคา จนเป็นที่หมายตาของสาวเล็กสาวใหญ่ ชื่อ ไอ้ไฮ้

    อีอยู่ จึงมีจิตพิสวาส ในตัวไอ้ทาสหนุ่มคนนี้

    และเมื่อพระบันลือออกไปทำงาน นางจึงเรียกไอ้ไฮ้มาที่ห้องนอน สองต่อสอง...

    นางอยู่ ได้ใช้ให้ไอ้ไฮ้นวดตน ระหว่างที่นวดกันไปมา นางอยู่ก็พยายามถลกผ้าไปด้วย จนไอ้โฮ้ได้เห็นขาอ่อนอันเปล่งปลั่ง แม้อายุจะปาเข้าไปสามสิบแล้ว ด้วยลีลาที่แสนจะยั่วยวนชวนหลงเสน่ห์ ทำให้ไอ้ไฮ้ จิตใจระทึก อารมณ์เริ่มกรุ่นกริ่ม

    ส่วนไอ้ไฮ้ เห็นขานายหญิงอันเปล่งปลั่งดังนั้น และลีลาท่าทางของสาวใหญ่ก็เกิดอารมณ์ดุดันดั่งกระทิงหนุ่มร้อนแรง ก็คุโชนด้วยคาวโลกีย์แห่งเสน่หาในตัวนางอยู่

    ไอ้ไฮ้เริ่มระงับอารมณ์ไม่อยู่ ถึงกับปีนขึ้นไปบนเตียง ลูบไล้ไปบนตัวของนางอยู่ด้วยความใคร่ ส่วนนางอยู่นั้นเล่าก็สุขใจ ลูบไล้กายไอ้ไฮ้อันแสนจะกำยำ อย่างพิสวาสไม่ต่างกัน

    ไม่นานนัก นางอยู่กับไอ้ไฮ้ ก็ถึงกับไร้อาภรณ์ บดเบียดกอดก่ายกันจนถึงฉากอัศจรรย์อันร้อนแรง…และได้สุขสมภิรมย์หมาย จากนั้นก็อ่อนแรงไปดั่งไฟมอดลง


    พระยาบันลือนั้นก็ไว้ใจเมีย ไม่ระแคะระคาย
    ในขณะเดียวกันนั้นเอง นางอยู่ก็ลอบให้ไอ้ไฮ้ มาปรนเปรอสนองความใคร่ของตนทุกครั้งที่ผัวไม่อยู่ ได้บดเบียดเคียงกายอยู่เป็นนิจ และได้รับสิทธิพิเศษต่างๆนานาที่ทาสอื่นไม่มีวันจะได้รับในชั่วชีวิต เป็นเวลา สองปีเต็ม!


    เวลาที่ผ่านมาสองปี ในปี พ.ศ.2424
    ระหว่างที่ไอ้ไฮ้กับนางอยู่ เริงรื่นอยู่ในสภาพที่ไร้อาภรณ์ บดเบียดนัวเนียกันอยู่ เตรียมจะถึงเวลาอันอัศจรรย์ แต่แล้ว ความสุขดั่งความฝัน ก็พังทลายลง เมื่อพระบันลือ กลับบ้านมาอย่างกะทันหัน และจะเข้าห้องนอน หากแต่ห้องนอนนั้นไม่สามารถเปิดได้


    พระบันลือเห็นดังนั้น ก็เคาะประตูเรียก เสียงเคาะประตูดังลั่นห้อง นางอยู่กับไอ้ไฮ้ซึ่งเครื่องกำลังร้อน ตกใจสุดขีด รีบกอดไอ้ไฮ้ตัวกลม เกรงภัยจากผัว ที่กำลังอยู่หน้าประตูห้องตน


    พระบันลือเห็นว่า เคาะนานแล้วนางอยู่ก็ไม่เปิด จึงแหวกฝาเรือนไป ก็พบภาพอันน่าสมเพชยิ่ง นางอยู่เมียรัก กอดกันกลมกับไอ้ทาสหนุ่ม

    พระบันลือจึงให้ข้าทาสพังประตูเข้าไป แล้วใช้ร่มฟาดกบาลนางอยู่อย่างแรง ด่าว่า
    “อีเมียไม่รักดี” เสียงพระบันลือดุดัน พร้อมเอาร่มตี..นางอยู่ไป ด้วยบันดาลโทสะ

    ส่วน ไอ้ไฮ้ โดนลากไปนอนคว่ำกลางดิน ขึงพืดมือเท้า แล้วรับโทษโบยห้าสิบที

    “มึงบังอาจมาก เป็นชู้กับเมียกู”
    “ไอ้พวกนี้ ลาก ไอ้ไฮ้ ไปโบย ห้าสิบที” เสียงพระบันลือตะโกนบอกข้าทาสชาย


    ส่วนไอ้ไฮ้นั้น ถึงจะเป็นชู้กับนางอยู่ แต่ไอ้ไฮ้ก็เป็นที่หมายตาของนางทาสสาวๆ และหนึ่งในนั้น คือ ทาสสาวผู้หนึ่ง หน้าตาสะสวย เธอชื่อว่า "อีเกลี้ยง"




    ติดตามต่อตอนต่อไป




    ++++++++++++++++++++++




    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 15-09-2013 at 05:21.

  2. #2
    ที่บ้านยังมีหนังสือเรื่องนี้อยู่เลยค่ะ แต่ไม่สปอยส์เพราะคนที่ยังไม่ทราบยังมีอีกเยอะ
    ขอบคุณที่เอาเรื่องราวดีๆมานำเสนอค่ะ

  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    โหๆๆๆละครฉากดุเดือดดุดันรบราฆ่าฟันกันรุนแรงยังกะมีโฆษณาแฮะ
    เยี่ยมมากครับเรื่องราวดีๆเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 2


    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 2


    THE SADISM" part1



    เนื่องจากไอ้ไฮ้กับอีเกลี้ยงนั้น แอบชอบพอกันและ ได้แอบได้เสียกันเรื่อยมา ตั้งแต่สามเดือนก่อนเกิดเหตุผัวจับได้

    ดังนั้น หลังเกิดเหตุ นางอยู่ซึ่งถูกผัวตี เมื่อห้าวันก่อน ก็ได้นั่งกินเหล้าเมามาย ด้วยจิตคิดแค้นอีเกลี้ยง ซึ่งตนนั้นก็ระแคะระคายว่า อีเกลี้ยงจะเป็นคนบอกพระบันลือว่าตนเล่นชู้กับไอ้ไฮ้



    เมื่อมีความคิดเช่นนี้ อารมณ์นางอยู่ ก็พลุ่งพล่านเดือดดาลถึงขีดสุด!!
    เนื่องจากอีอยู่ผู้ใจเหี้ยมอำมหิต จึงให้บ่าวทาสตรงไปลากตัวอีเกลี้ยงมาขังไว้
    แล้วเอาไม่ไผ่ลำยาวใหญ่ ฟาดอีเกลี้ยงไปหลายทีจนเขียวช้ำ ทำอย่างนี้เป็นเวลาหลายวัน....

    จนกระทั่งวันหนึ่ง ความอำมหิตของอีอยู่นั้นได้ปรากฏถึงที่สุด
    เมื่ออรุณริ่งของวันหนึ่ง อีเกลี้ยง ได้ถูกด้วยการถูกไม้แสมฟาดเป็นชุด จนน่วมเขียว แต่ไม่พอ เพลาบ่าย อีอยู่ก็สั่งให้อีเกลี้ยงไปหุงข้าว…

    ขณะที่อีเกลี้ยงได้นั่งยองๆลงเพื่อหุงข้าว 0000
    อีอยู่ก็ได้ใช้ตีน ถีบโครมลงไปกลางตัวอีอยู่ แล้วกระชากผ้าถุงออก
    อีเกลี้ยงบัดนี้ ร่างกายบอบช้ำ ท่อนล่างเปลือยเปล่า
    แต่กรรมเวรของเธอก็ไม่สิ้น

    อีอยู่หยิบฟืนที่ติดไฟแดงๆนั้น จี้ลงไปที่อวัยวะเพศ
    อีเกลี้ยงกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมาน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าช่วยอีเกลี้ยงเลย ด้วยตนก็เป็นเพียงทาส และหลังจากที่ถูกเผาอวัยวะเพศ ก็ยังไม่พอ
    อีอยู่ยังสั่งให้ข้าทาส ขึงพรืดอีเกลี้ยงไว้ จากนั้นอีอยู่ ก็จุดไฟ เผาขนเพชรของอีเกลี้ยงจนหมด


    วันที่ 1 สิงหาคม 2424
    เวรกรรมของอีเกลี้ยงก็คงจะหมดลง
    อีเกลี้ยงกำลังนั่งอยู่ริมน้ำ อีอยู่นั้นเดินผ่านมา ก็ปรี่เข้ามาถีบกลางลำตัวจนอีเกลี้ยงตกน้ำไป แขนของอีเกลี้องข้างหนึ่งไปฟาดกับเสาในน้ำจนแขนหัก
    เพื่อนทาสพากันหามอีเกลี้ยงไปพักฟื้น

    แต่แล้วไม่พ้นคืนวันนั้น อีเกลี้ยง ก็สิ้นลมหายใจ….


    อีอยู่เมื่อรู้ว่าอีเกลี้ยงตาย ก็ไปบอกพระบันลือว่า
    อีเกลี้ยงตายด้วยโรคปัจจุบัน

    พระบันลือจึงสั่งให้ข้าทาสเอาศพอีเกลี้ยงไปฝังที่ป่าช้า
    ส่วนอีอยู่ได้ลอบกำชับกับข้าทาสว่า ให้บอกว่า
    ศพนั้นเป็นศพญวนเข้ารีต สัปเหร่อจะได้ไม่ชันสูตรตามกฎหมายสยาม...


    เรื่องยังไม่จบ….
    เพราะ ศพอีเกลี้ยง กำลังจะไขความลับอำมหิตของอีอยู่.....ในตอนต่อไป









    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 15-09-2013 at 05:26.

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 3



    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 3 (จบ)




    เหล่าข้าทาสพากันแบกเอาศพอีเกลี้ยงซึ่งได้ถูกห่ออย่างดีลงเรือไปฝังยังป่าช้า

    เมื่อถึงวัด สัปเหร่อได้เดินเข้ามา

    บอกว่าจะขอชันสูตรศพ เหล่าข้าทาสนั้นก็ไม่ยอม บอกว่า เป็นศพชาวญวนในอำนาจฝรั่ง ไม่มีสิทธิมาชันสูตร


    "ศพใคร ข้าขอชันสูตรศพ หน่อย"

    ข้าทาส บอกว่า

    "ศพญวน อยู่ในอำนาจฝรั่ง เจ้าไม่มีสิทธิ์" ข้าทาสได้บอกกับสัปเหร่อ

    "ถ้าไม่ให้ชันสูตร ข้าก็ไม่ให้เจ้าเอาศพมาฝังที่นี่ เจ้าไปหาวัดใหม่ต่อไปเถอะ"

    ว่าแล้ว สัปเหร่อ ก็เดินหนีไป


    เมื่อสัปเหร่อไม่ยอม จะแก้ศพดูให้ได้ ข้าทาสก็ผิดหวังจึงพายเรือนำศพไปยังป่าช้าต่อไป เมื่อถึงแล้ว ก็ทำเช่นเดิม สัปเหร่อก็ขอแก้ดูดั่งเดิม เมื่อไม่ยอมให้ฝังก็ต้องเดินทางต่อไปอีก ป่าช้าแล้ว…ป่าช้าเล่า



    พอดีว่า มีพลเมืองดีคนนึง ชื่อ นายหนู ได้สังเกตพฤติกรรมเอาศพตระเวนหาที่ฝังรอบกรุง คงจะมีพิรุธแน่ๆ จึงนำเรื่องไปแจ้งแก่ทางการ


    ทางการเห็นว่า เป็นเรื่องมีพิรุธ จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา และมีพระบรมราชโองการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้น


    จากการชันสูตรศพอีเกลี้ยง พบว่า

    ศพอีเกลี้ยงนั้นกระหม่อมยุบกว้าง 2 นิ้ว
    หน้าบวมช้ำดำเขียว
    หูข้างซ้ายช้ำบวมมีเลือดไหลออกมาจากหูยังเป็นคราบติดอยู่
    ต้นแขนริมศอกขวา บวมช้ำ
    และกระดูกหัก ต้นแขนซ้ายบวมช้ำกระดูกหัก อกบวมช้ำโตกลมหนึ่งนิ้ว
    สะโพกข้างขวาบวมช้ำดำเขียวเต็มทั้งสะโพก
    นอกจากนั้นมีแผลที่เกิดจากการตีด้วยไม้รวมเก้าแผล


    เมื่อพบดังนั้น จึงรู้ว่า
    อีเกลี้ยงถูกฆาตกรรมโหด การสอบสวนจึงเริ่มขึ้น
    จนกระทั่งสามารถสืบไปถึงมือฆาตกรได้ คือ อีอยู่


    ไม่นานนัก ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ถูกคณะตระลาการตัดสินโทษดั่งนี้


    ไอ้ไฮ้ ผู้เป็นชู้ พิพากษาโทษโบย 50 ที
    ทาสที่ช่วยอีอยู่ขึงพรืด เผาจิ๋มอีเกลี้ยง พิพากษาโทษโบย 60 ที
    ทาสที่รู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่ยอมบอกทางการ พิพากษาโทษโบย 30 ที
    พระบันลือสิงหนาท ถูกปรับ ข้อหาปล่อยปละละเลยไม่แจ้งทางการ
    ส่วนอีอยู่…พิพากษา ประหารชีวิต


    ภายหลังสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงให้งดโทษทาสที่รู้เหตุการณ์
    เพราะเป็นทาสก็ต้องทำตามนาย และงดโทษไอ้ไฮ้ เพราะโดนพระบันลือลงโทษไปแล้ว


    นายหนู ได้รับบำเหน็จโดยเอาเงินค่าปรับพระบันลือมาจ่ายให้


    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 3


    ซีรี่ส์ ...อำมหิต…อีอยู่ ตอนที่ 3

    ภาพประกอบเรื่องเท่านั้น....



    ส่วน อีอยู่ ก็ถูกนำตัวไปประหารชีวิตที่พลับพลาไชย
    ในวันที่ 15 ตุลาคม 2424 เมื่ออยู่บนหลักประหาร เธอร้องบอกเพชฌฆาตว่า

    ฆ่าฉันเสียเร็วๆ ฆ่าฉันเสียเร็วๆ


    และแล้ว หัวอีอยู่ ก็กระเด็นออกจากร่างไป
    และร่างกายที่ไร้หัวของเธอ ก็ตกเป็นอาหารของแร้งกา



    จากบันทึกของนายคาร์ล บอก นักธรรมชาติวิทยาชาวนอร์เวย์
    ที่เข้ามายังสยามและได้เห็นการประหารชีวิตอีอยู่ในวันนั้น บอกว่า


    “ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปกติไม่ค่อยเต็มพระทัยในการลงพระปรมาภิไธยในคำสั่งประหารชีวิตนัก มิได้ทรงรีรอเลยสำหรับคดีรายนี้ ”




    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 05-10-2013 at 04:43.

  6. #6
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ โชติ
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    ที่อยู่
    bbk
    กระทู้
    786
    ยินดีด้วยนะครับครูเล็ก เรื่องราวน่าสนใจมากครับ

  7. #7
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    จริงๆแล้วความอำมหิตของอีอยู่ก็โหดร้ายจริงหละเพราะเพียงแค่คิดก็สั่งทาสไปลากอีเกี้ยงมาขังพร้อมโบย
    โหดร้ายจริงๆ

  8. #8
    ขอบคุณครับที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปัน คนชั่วก็ต้องได้รับผลกรรมตามการกระทำ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •