กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: 9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jinnawat90
    วันที่สมัคร
    Mar 2013
    กระทู้
    642

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?

    บางพฤติกรรมที่เราทำกันจนเคยชิน แต่กลับมีหลายคนบอกว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพเอาเสียเลยนะ ชวนให้อดสงสัยไม่ได้ว่าที่คนเขาบอกต่อมากันนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า แล้วบางพฤติกรรมที่คิดว่าดีแล้วล่ะ สรุปว่าเราทำก็ไม่เป็นไรใช่ไหม เพื่อไขข้อสงสัยใน 9 เรื่องต่อไปนี้

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?

    1. ลืมกินยาคุมกำเนิด คงไม่ท้องง่าย ๆ หรอกมั้ง?

    ผู้หญิงที่คุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมกำเนิดอยู่ จำเป็นต้องมีวินัยในการกินยาค่อนข้างมาก เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเสี่ยงตั้งครรภ์ทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม ยืนยันด้วยผลสำรวจของผู้หญิง 100 คนที่กินยาคุมกำเนิด จะมีสัก 2-9 คนที่ตั้งครรภ์ และสาเหตุหลัก ๆ ก็เป็นเพราะลืมกินยาหรือตัดสินใจกินยาคุมกำเนิดช้าเกินไป

    อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำว่าหากวันไหนคุณลืมกินยาตามกำหนด ก็ควรจะกินทันทีที่นึกขึ้นได้ หรือกิน 2 เม็ดในวันถัดไป แต่ถ้าลืมกิน 2 วันติดกัน ก็ต้องกินวันละ 2 เม็ด ต่อเนื่องกัน 2 วัน และคุมกำเนิดทางอื่น เช่น สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วยอีกประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ถ้ามีปัญหากับการกินยาคุมกำเนิด อย่างกินแล้วปวดหัว นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ก็ควรต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางคุมกำเนิดแบบอื่นกันต่อไป

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    2. ดื่มกาแฟหนักไป อันตรายหรือเปล่า?

    พฤติกรรมติดกาแฟ ชนิดที่ต้องดื่มวันละไม่ต่ำกว่า 3 แก้วต่อวัน อาจไม่ได้ทำร้ายคุณให้ถึงตาย แต่ก็มีส่วนทำให้คุณมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน จนส่งผลต่อสุขภาพได้ไม่น้อยเลยเหมือนกัน เพราะนอกจากกาแฟจะมีคาเฟอีนแล้ว เหล่าส่วนผสมของกาแฟทั้งนม น้ำตาล ครีมเทียม วิปครีม ฟองนม ก็มีส่วนทำให้ที่เรามีน้ำหนัก และแคลอรี่เกินได้

    ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ กาแฟดำหนึ่งแก้วเพียว ๆ ให้พลังงาน 5 กิโลแคลอรี่ น้ำตาลจำนวน 2 ก้อนหรือ 2 ช้อนชา สามารถเพิ่มพลังงานแคลอรี่ได้อีก 50 กิโลแคลอรี่ ดังนั้น กาแฟดำแก้วนี้ก็จะให้พลังงานทั้งหมด 55 กิโลแคลอรี่ นี่ยังไม่นับรวมแคลอรี่จากครีมเทียม และนมอีกนะคะ ดังนั้นถ้าคุณดื่ม 3 แก้วต่อวัน ก็นับแคลอรี่กันเพลินไปเลยล่ะ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่กินอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ และดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีอยู่เสมอ ขอย้ำว่าอยู่เสมอ ! กาแฟใส่ทั้งน้ำตาล ทั้งครีมเทียมสักถ้วยก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    3. เล่นโทรศัพท์ขณะเดิน เสี่ยงตายขนาดไหน?

    นับเป็นพฤติกรรมที่เห็นกันจนชินตา และกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมกันไปแล้ว แต่การเล่นโทรศัพท์ในขณะเดิน หรือทำอะไรอยู่ก็เพิ่มความเสี่ยงสารพัดอย่างในชีวิตมากมายเลยทีเดียว เป็นต้นว่า โดนล้วงกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว โดนฉกโทรศัพท์ไปต่อหน้าต่อตา หรือถูกรถชนเพราะเดินเล่นโทรศัพท์ขณะข้ามถนน เป็นต้น

    และจากผลการสำรวจก็พบว่า ผู้ที่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ในขณะเดินข้ามถนน จะมีความระมัดระวังน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เดินเล่นโทรศัพท์ถึง 4 เท่า และส่วนมากจะเงยหน้ามาดูสัญญาณไฟ และทางเดินเพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้น และก้มหน้ากลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อ ทำให้อุบัติเหตุอย่างรถชนจะเกิดกับคนกลุ่มนี้ค่อนข้างบ่อย ดังนัั้นคงจะดีไม่น้อยถ้าจะมีสติกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเก็บโทรศัพท์เอาไว้เล่นในตอนที่ว่างดีกว่า เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณเองนะ

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    4. ชั่งน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา ช่วยลดความอ้วนจริงเหรอ?

    รู้ไหมคะว่าน้ำหนักตัวของเราผันผวนอยู่ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีน้ำหนักของเสื้อผ้า เครื่องประดับ และอาหารที่กินไปในแต่ละวันร่วมด้วย ดังนั้น หากคุณขยันชั่งน้ำหนักเป็นว่าเล่นเหมือนเช็กหุ้น ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร หนำซ้ำยังอาจจะทำให้คุณกังวลไปเปล่า ๆ และไม่ได้ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้แน่ ๆ

    แต่ถ้าคุณอยากรู้น้ำหนักตัวที่แท้จริงและแน่นอน แนะนำให้ชั่งน้ำหนักตอนตื่นนอนใหม่ ๆ ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายแล้ว และชั่งในขณะที่เนื้อตัวเปลือยเปล่า เพราะจะเป็นน้ำหนักตัวสุทธิของเราอย่างแท้จริง และการชั่งน้ำหนักตัวเองอย่างนี้ทุกวัน จะช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักได้ง่าย ๆ เพราะถ้าน้ำหนักตัวเริ่มเพิ่มขึ้น เราก็จะไหวตัวทันก่อนยังไงล่ะ

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    5. ใช้ฟองน้ำล้างจานจนเก่าไม่ได้หรือ?

    หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ฟองน้ำล้างจานมีเชื้อโรคและแบคทีเรียสะสมอยู่มากแค่ไหน ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็ต้องบอกว่า ฟองน้ำล้างจานเปรียบเสมือนโรงแรม 6 ดาวของเจ้าเชื้อโรคเลยล่ะ เพราะเราใช้ฟองน้ำล้างจาน เช็ดล้างทำความสะอาดจานชามที่มีคราบและเศษอาหารติดอยู่มากมาย ซึ่งถ้าหากว่าหลังการใช้งาน เราไม่ล้างฟองน้ำและบีบให้หมาดที่สุด ก่อนจะเก็บไว้ในที่แห้งทุกครั้ง ก็จะยิ่งเพิ่มเชื้อโรคและเชื้อราในฟองน้ำเข้าไปใหญ่ พอนำมาล้างจานครั้งต่อไป เจ้าสารพัดเชื้อโรคที่ว่า ก็จะกระจายเกาะอยู่ตามจานชามของเราด้วย จนอาจจะทำให้คนในบ้านที่ใช้จานชามเหล่านี้ เสี่ยงมีอาการท้องร่วง ท้องเสีย และป่วยได้ง่าย ๆ

    ดังนั้น หลังใช้ฟองน้ำทุกครั้ง ควรล้างน้ำเปล่าให้สะอาด บีบน้ำออกจนเกือบแห้ง และเก็บไว้ในที่แห้งสะอาด นอกจากนี้ควรหมั่นฆ่าเชื้อโรคด้วยการชุบฟองน้ำด้วยน้ำสะอาดให้ชุ่ม แล้วนำเข้าไปอบในไมโครเวฟ (เฉพาะฟองน้ำที่ไม่มีโลหะและเหล็กเป็นส่วนประกอบนะคะ) ตั้งความร้อนที่อุณหภูมิสูงสุด ใช้เวลาประมาณ 2 นาที และคอยดูอย่าให้ฟองน้ำแห้ง เพราะอาจจะเกิดไฟไหม้ เป็นอันตรายได้

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    6. นั่งโถส้วมสาธารณะ มีสิทธิ์ติดเอดส์เลยเหรอ?

    หลายคนคิดว่าฝานั่งชักโครกมีเชื้อโรคปะปนอยู่จนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เราเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคหนองใน โรคเอดส์ หรือโรคจากเพศสัมพันธ์อื่น ๆ จนไม่กล้าลงนั่งชักโครกด้วยก้นเปลือยเปล่าได้ แต่ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่า การนั่งชักโครกจะทำให้เราติดโรคหนองใน หรือโรคเอดส์ เพราะไม่มีทางที่เชื้อโรคเหล่านี้จะสามารถเข้ามาสู่ร่างกายเราได้ เนื่องจากช่องคลอดของคุณอยู่ในร่างกาย ไม่น่าจะมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคแถว ๆ ที่นั่งชักโครกได้แน่ ๆ จ้า

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    7. ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ซื้อยามากินเองบ่อย ๆ ไม่เป็นไรใช่ไหม?

    ยาสามัญประจำบ้าน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า OTC (Over-The-Counter Medication) คือยารักษาโรคทั่วไปที่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยา โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ก็ได้ จึงทำให้คนที่มีอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ยอมไปหาหมอ แต่มาหาเภสัชกรที่ร้านขายยา และซื้อยาบรรเทาอาการกินด้วยตัวเอง

    แต่ทราบไหมคะว่าพฤติกรรมแบบนี้ เป็นอันตรายกับร่างกายมาก ๆ เพราะถ้าเอะอะเกิดเจ็บไข้ขึ้นมา แล้วคุณเลือกจะกินยาที่หาซื้อมาเอง บรรเทาอาการจนติดเป็นนิสัย ก็อาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายได้รับตัวยาเหล่านี้ในจำนวนที่เกินขนาด เป็นอันตรายต่อตับและตกค้างในไตได้ โดยเฉพาะยาแก้อักเสบ ที่อาจจะระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ในเวลาต่อมา และยิ่งถ้าคุณเป็นโรคไมเกรนอยู่แล้ว การกินยาสามัญเหล่านี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในสัปดาห์สุดท้ายที่อาการป่วยเริ่มหาย คุณอาจจะปวดหัวหรือไมเกรนกำเริบขึ้นแทนได้ เนื่องจากร่างกายจะตอบสนองต่อยาเหล่านี้หลังจากที่รับยาเข้าไปสักระยะหนึ่งแล้วนั่นเอง

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    8. กินอาหารกลางวันที่โต๊ะทำงานจะอ้วนขึ้นจริงรึเปล่านะ?

    ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะค่ะว่าคุณก็เป็นอีกคนที่มีงานติดพัน และชอบกินอาหารกลางวันที่โต๊ะทำงาน กินไปทำงานที่ค้างอยู่บนหน้าจอไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ทุกวัน ฉะนั้นหากน้ำหนักเพิ่ม หรืออ้วนขึ้นก็ไม่ต้องสงสัยนะคะ เพราะการนั่งกินอาหารบนโต๊ะทำงาน ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการนั่งกินข้าวหน้าจอทีวี ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลิน และกินมากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว นึกได้อีกทีก็ตอนที่อ้วนขึ้นแล้ว รู้อย่างนี้แล้ว ทุกกลางวันก็เดินไปที่โรงอาหาร หรือเดินออกไปหาร้านอาหารใกล้ ๆ ออฟฟิศกินดีกว่า หรือถ้าไม่อยากออกไปเจอแดดร้อน ๆ ก็กินข้าวในออฟฟิศก็ได้ แต่นั่งกินอย่างเป็นกิจจะลักษณะที่โต๊ะอาหารนะจ๊ะ

    9 นิสัยแบบนี้ สรุปว่าไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า ?


    9. เบี้ยวนัดคุณหมอ คงไม่เป็นไรใช่ไหม?

    หากมีนัดกับคุณหมอแล้วไม่ค่อยยอมไป เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการเจ็บป่วยอะไรมากมาย หรือถึงคราวที่ต้องตรวจสุขภาพประจำปีแล้วก็เบี้ยวคณหมอดื้อ ๆ อย่างนี้ไม่ดีแน่ เพราะคุณจะพลาดโอกาสได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของสุขภาพตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย และอย่าลืมว่าโรคร้ายแรงหลายโรค มักจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่บทจะเผยตัวให้รู้สึกก็สายเกินเยียวยาไปแล้ว

    ดังนั้น เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี ควรไปพบแพทย์ทุกครั้งที่รู้สึกป่วย หรือไปหาหมอตามนัดเป็นประจำ และอย่าเบี้ยวการตรวจสุขภาพประจำปี หากมีปัญหาสุขภาพ หรือความผิดปกติใด ๆ กับร่างกาย จะได้หาทางรักษาได้ทันท่วงที

    แหล่งที่มา http://health.kapook.com

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ คนคลองห้า
    วันที่สมัคร
    May 2011
    กระทู้
    279
    ขอบคุณครับที่แบ่งปันความรู้ จะพยายามหลีเลี่ยง 9 สิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพครับผม

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •