กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: ...ลืมลูก...

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ...ลืมลูก...



    ...ลืมลูก....



    การได้สอนนักเรียนได้อะไรหลายอย่างมากมาย ได้ศึกษาชีวิตที่เป็นไปของนักเรียน ได้เห็นได้เรียนรู้ และส่งผ่านกำลังใจ ให้มนุษย์ที่เป็นลูกศิษย์เราได้ ก้าวย่างอย่างทรนงในสังคมต่อไปในภายหน้า เลยทีเดียว


    วันนี้เราได้ไปสอนพิเศษ ที่โรงเรียนติวเตอร์ แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานที่ทำในวันเสาร์ และอาทิตย์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรายได้ที่พิเศษออกมา เพราะอะไรที่เป็นเงินเป็นทองเราก็ต้องรีบตักตวงไว้ก่อน แต่เราไม่เครียดกับการสอนหนังสือมากมายนัก เพราะว่า เรารักอาชีพของความเป็นครู มากมาย อาชีพที่ได้ศึกษาเรียนรู้ ได้ศึกษาวิถีชีวิต และความเป็นไปของคน

    ในโรงเรียนติวเตอร์ที่เราไปสอนหนังสือ มีตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึง ระดับมัธยมศึกษาที่ 6 เลยทีเดียว และอาจไปถึงการติวเตอร์สอบบรรจุต่างๆ ด้วย

    ในระดับชั้น ประถมปีที่สี่ เราได้พบว่า เด็กที่เราสอนค่อนข้างเก่งคิดคำนวณได้ไวมาก แต่ติดปัญหาก็คือเด็กนักเรียนคิดในใจ ยังไม่ได้ เพราะนักเรียนติดการคิดแบบนับนิ้วมือ ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้พบ เพราะปกติจะไม่ค่อยได้พบเห็นเนื่องจากสอนแต่ระดับมัธยมปลาย พอมาเจอ นักเรียนระดับประถมศึกษาบ้าง เริ่มมองเห็นปัญหาหลายอย่าง

    ปัญหาก็คือ ทำอย่างไรนักเรียนถึงจะตัดปัญหาการนับนิ้วมือในการบวก และการลบได้ เพราะเวลาถามนักเรียน จะสะดุดความคิดตรงที่นักเรียนต้องนับนิ้วมือก่อนค่ะ และเริ่มที่ การบวกและการลบ ด้วยการคิดในใจได้ เพราะถ้านักเรียนสามารถบวก และสามารถลบในใจได้ ก็คงพัฒนาการทางคิดและวิเคราะห์ได้แน่นอน เพราะคิดว่าจะสร้างความอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ได้ นักเรียนควรมีความคิดรวบยอดในใจเกิดขึ้นมา.......
    (ความเห็นส่วนตัวนะคะ)


    และสิ่งนี้ก็คือปัญหาของคนเป็นครูอบ่างเราที่ต้องทำให้ได้ มันท้าทายมากเลยที่เราผู้ที่รับผิดชอบต่ออนาคตของเยาวชน จะต้องทำให้ได้


    ปัญหาของครู ครั้งนี้เป็นศึกที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก ก็คือ ทำอย่างไรเราถึงจะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียนได้

    แม้ว่าเราจะเพิ่งเข้ามาสอนในโรงเรียนติวเตอร์ในเวลาหยุดของเราครั้งนี้....ก็ตาม


    คราวนี้มาเข้าเรื่องที่จะเขียนนะคะ

    เมื่อสอนจบสำหรับหรับหลักสูตรชั้นประถมปีที่ 6 ที่เรียนจบพอดีในช่วงบ่ายสี่โมง น้องแบงค์เด็กชายที่ร่าเริง และแจ่มใส ได้ออกมานั่งพักที่ด้านข้างของโรงเรียน เพื่อรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน....

    เราเองออกจาก โรงเรียนแห่งนี้เป้นคนสุดท้าย ขณะที่เจ้าของโรงเรียนกับผู้จัดการต้องไปทำธุระ มีเพียงแม่บ้านที่ทำความสะอาดโรงเรียนหลังเลิกเรียน

    เราออกมาเห็นแบงค์ รอผู้ปกครองอยู่ เราถามว่า

    "น้องแบงค์ คุณแม่ยังไม่มารับอีกหรือคะ"

    น้องแบงค์ยิ้ม ...คำตอบที่ได้ ทำไห้เรางง

    "แม่ผมคงลืมครับ แม่ชอบลืม"

    เรางง เป็นไก่ตาแตกไปเลย กับคำตอบ

    "แม่แบงค์นะ"
    "แม่ชอบลืมครับ"
    แต่แบงค์ไม่ได้สลดเลย ยังคงยิ้มตลอดเวลา

    เราเลยถามว่าบ้านอยู่ที่ไหน..

    น้องแบงค์ตอบบ้านอยู่ที่............. เราก็เลยว่า งั้นกลับกับคุณครูก็ได้นะคะ เพราะตุณครูจะผ่านไปทางนั้นพอดี


    แต่ก่อนจะไปกับคุณครู น้องแบงค์ไปบอกคุณแม่บ้านก่อนนะคะ เผื่อคุณแม่น้องแบงค์มารับจะได้รู้ว่ากลับบ้านแล้ว

    เราก็เลยนำน้องแบงค์ ซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปส่งหน้าบ้าน....


    แล้วก็ยิ้มในใจ....นึกว่า คุณแม่ลืมลูก...ลืมได้ไงนะนี่ ดีว่าลืมประจำ น้องแบงค์เลยไม่รู้สึกมากมายนัก ถือว่าผู้ปกครองยังเอาใจใส่อยู่ เพราะ น้องแบงค์ยังคงร่าเริงแจ่มใส ....


    ดีที่น้องแบงค์ยอมรับว่าแม่ขี้ลืมลูก ...นะนี่ ...


    อย่าลืมลูกนะคะ คุณแม่จ๋า....

    +++++++++++++++++++


    และตัวอย่าง...เรื่องราวที่ได้พบเมื่อเดือนที่แล้วก็คือ


    ทุกเช้าวิไล และ ลูกที่ชื่อน้องธนา จะมาส่งลูกเข้าโรงเรียน ปกติเด็กอนุบาลของโรงเรียนนี้จะเลิกเรียนประมาณบ่ายสามโมง

    วันนี้วิไล ได้มาร้บน้องธนา วัยสามขวบกว่า ที่หน้าโรงเรียน ขณะนำลูกชายน้อยที่แสนหน้ารัก ซ้ิอนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ แต่สตาร์ทไม่คิด เพราะน้ำมันรถหมดพอดี

    วิไล เลยบอกให้น้องธนา ลงจากรถเพราะคุณแม่จะไปเติมน้ำมันก่อน บอกกับน้องเขาว่า

    "คอยแม่อยู่ทีนี่นะลูก" แล้วให้น้องธนา รออยู่หน้าโรงเรียน

    จากนั้นวิไลก็จูงมอเตอร์ไซด์ข้ามถนน โดยลืมหันมาดูว่าน้องธนา ซึ่งเป็นเด็กเล็กมากได้วิ่งตามก้นวิไลมาด้วย

    ความที่ไม่ได้หันมามอง พอจูงรถข้ามถนนมาอีกฝั่งหนึ่ง ....

    เสียงโครม ดังตามมาข้างหลัง....

    หัวใจแม่แทบจะขาด เมื่อพบว่า น้องธนาถูกรถปิ๊กอัพชนเช้ากลางลำตัว นอนเสียชีวิตกลางถนน...


    เสียงรำไห้ เสียงผู้คน เสียงกรีดร้องระงมไปหมด

    ดวงใจของผู้เป็นแม่ได้สูญสลายลง...

    เราผ่านมาพบพอดี ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย...นอกจากแสดงความเห็นใจ


    ไม่อยากตัดสินใครผิดหรือใครถูก....

    คุณผู้อ่านเป็นผู้ตัดสินใจเอง....เพราะเรื่องราวเศร้าเกินบรรยาย



    ............................................











    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 16-09-2013 at 05:36.

  2. #2
    ขอบคุณครับคุณครูเล็ก ที่นำสิ่งดีๆที่เป็นประโยชน์ เป็นอุทาหรณ์ให้คุณพ่อแม่และผู้ปกครองต้องรอบคอบ

  3. #3
    มันเป็นเรื่องเศร้าบีบหัวใจแต่ก็ได้ข้อคิดมากมายค่ะ

  4. #4
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9
    อ่านแล้วก็เศร้าเนาะน้องเล็ก เรื่องที่สองแม่ๆควรจำไว้เลยคะ เด็กถ้าบอกให้รอตรงนี้
    ขอบอกเลย เด็กไม่รอ วิ่งตามหลังตลอด ..

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •