กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: ไม่ควรเติมน้ำมันรถยนต์เต็มถังและเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jinnawat90
    วันที่สมัคร
    Mar 2013
    กระทู้
    642

    ไม่ควรเติมน้ำมันรถยนต์เต็มถังและเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน


    ไม่ควรเติมน้ำมันรถยนต์เต็มถังและเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน
    พวกเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยตระหนักว่าสายส่งน้ำมันนั้นมีท่อส่งกลับน้ำมัน (สีดำ) เมื่อน้ำมันเต็มถัง (ในรถยนต์)
    ลิ้นหัวจ่ายน้ำมันที่ตัวปั๊มจ่ายน้ำมันจะถูกปิดและขณะเดียวกันนั้นวาลว์ส่งกลับน้ำมันที่ตัวปั๊มนั้นจะเปิดเพื่อให้น้ำมันในท่อส่งน้ำมัน (ตำแหน่งบนสุดของปั๊มน้ำมัน) ไหล กลับคืนเข้าสู่ถังน้ำมัน แต่น้ำมันที่ค้างในหัวจ่ายนั้นได้ผ่านมิเตอร์แล้ว นั่นแสดงว่าคุณกำลังบริจาคน้ำมันที่ค้างในท่อจ่ายน้ำมันคืนให้กับผู้จำหน่าย SHELL/PETRONAS/CALTEX/MOBIL


    เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน
    1. ควรเติมน้ำมันเมื่อน้ำมันในรถเหลือครึ่งถัง (แหล่งข้อมูลบางแห่งแนะนำว่า เติมน้ำมันแค่ครึ่งถังก็พอ จะได้ลดน้ำหนักบรรทุกและประหยัดน้ำมัน ทั้งนี้และทั้งนั้น ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณตัดสินเอาเองก็แล้วกัน―หมายเหตุผู้แปล) เหตุผลคือ น้ำมันบรรจุในถังยิ่งมาก เนื้อที่ว่างสำหรับไอระเหยก็ยิ่งน้อย เพราะน้ำมันระเหยเป็นไอเร็วกว่าที่คุณคาดคิด

    2. จงเติมน้ำมันตอนเช้าขณะที่อุณหภูมิบนพื้นดินยังเย็นอยู่ อย่าลืมว่าปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังน้ำมันฝั่งอยู่ใต้ดิน เมื่อพื้นดินยิ่งเย็น น้ำมันยิ่งควบแน่น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น น้ำมันก็จะขยายตัวตาม ดังนั้น หากเติมน้ำมันช่วงบ่ายหรือเย็น คุณจ่ายค่าน้ำมัน 1 แกลลอน แต่ได้มาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ธุรกิจค้าน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ามันเบนซิน ดีเซล น้ำมันสำหรับเครื่องบิน เอทานอล หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ อุณหภูมิและความถ่วงจำเพาะ มีบทบาทสำคัญ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา หมายถึงเงินมหาศาลในธุรกิจนี้ แต่ปั๊มน้ำมันไม่มีการชดเชยอุณหภูมิให้ลูกค้า

    3. ขณะเติมน้ำมัน อย่าให้เด็กปั๊มตั้งหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งไหลเร็ว (ในอเมริกาเจ้าของรถต้องลงมือเติมเอง) หากคุณสังเกต จะเห็นว่ากลไกเหนี่ยวมี 3 ระดับ คือ low, middle, และ high เมื่อตั้งในระดับไหลช้า จะเกิดไอระเหยของน้ำมันน้อยที่สุด หากตั้งในระดับไหลเร็ว น้ำมันบางส่วนจะกลายเป็นไอระเหย และถูกสูบย้อนกลับไปยังถังใ้ต้ดิน นั่นหมายถึงคุณจ่ายเงินมากกว่าที่ควร

    4. ข้อเตือนใจอีกข้อหนึ่ง ขณะที่คุณขับรถเข้าปั๊มถ้าเห็นรถบรรทุกกำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บใต้ดิน จงอย่ารีบร้อนเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น เพราะตอน "ลงของ" สิ่งแปลกปลอม ซึ่งปรกติจะตกตะกอนอยู่ใต้ถัง ถูกปั่นป่วนจนลอยตัว หากคุณเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น อาจมีโอกาสดูดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่รถคุณได้

    วิธีที่ดีที่สุดในการขับรถประหยัดน้ำมันคือ

    1 ขับรถที่ความเร็ว 90-100 กม/ชม หรืออาจจะต่ำกว่านี้ แต่ต้องเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสม
    2 ควรเปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่อง 2000-2500 รอบ อย่าลากเกียร์

    ประมาณนี้แหละครับ จะประหยัดได้มากกว่า ทดลองมาแล้วครับ จากเมื่อก่อนขับได้ 9-10 กม /ลิตร เดี๋ยวนี้ทำตามสองข้อที่ผมบอกไว้ด้านบนทำได้ 13-14 กม /ลิตรเลยทีเดียว

    แหล่งที่มา http://www.fm-thai.com

  2. #2
    เติมมื้อเช้านี่เองค่ะ เต็มถัง ปกติจะให้น้ำมันเกือบหมดสิเติมเต็มถัง พร้อมเติมลมนำ พอมาอ่านจั่งรู้ว่าการเติมน้ำมันกะมีเคล็ดคือกัน ปกติกะเติมเช้าๆทุกครั้ง การแล่นเร็วกะมีส่วนค่ะ อีกอย่างเพิ่นว่าเปิดแอร์กะเปลืองน้ำมันอันนี่มีส่วนบ่ค่ะ เพราะลังเทียขับบ่ไกลไปทำงานเช้าๆ ตจว กะบ่เปิดแอร์ค่ะ:*- ข้อมูลดีๆค่ะ

  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    ข้อคิดดีๆเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาซะเป็นส่วนมากส่วนที่
    รีบเร่งก็ว่ากันไปตามความเหมาะสมหละ

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ หลอดปอดป่อง
    วันที่สมัคร
    Jun 2012
    ที่อยู่
    สุดเขตชายแดน
    กระทู้
    209
    ขอบคุณครับ

    ต่อไปสิได้เติมตอนเช้าๆล่ะครับที่หนิ

    เรื่องการประหยัดน้ำมันส่วนมากผมจะเปลี่ยนเกียร์รอบ 1500-2000

    สุดๆก็ 18-19 กิโล/ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 90-100

  5. #5
    ฝ่ายกิจการพิเศษ สัญลักษณ์ของ กำพร้าผีน้อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    รัตนาธิเบศร์..ใกล้แยกแคราย
    กระทู้
    2,330
    ..ข้อที่ 1..ที่ว่าน้ำมันไหลย้อนกลับเข้าถังของปั้มโดยผ่ายสายนั้น..คงเป็นไปไม่ได้ หัวจ่ายมีระบบเซนเซอร์ เติมเต็มถังแล้วตัดทันที ถ้าระบบเซนเซอร์ไม่ทำงาน น้ำมันจะไม่ตัดคือไหลล้นถังออกมาทันที ซึ่งหลายท่านก็คงเคยเจอ พูดง่ายๆคือเต็มถัง หัวจ่ายจะตัดเอง พนักงานอาจจะบีบต่อเพื่อให้ลงเต็มบาทไม่มีทศนิยม เช่น 584.3 เป็น 585 หรือ 590 เป็นต้น..ระบบของหัวจ่ายน้ำมันไม่มีการดูดน้ำมันจากถังรถกลับเข้ามาในหัวจ่ายแน่นอนครับ..

    ..ข้อ2.การเติมน้ำมันในช่วงอากาศเย็นอาจได้น้ำมันมาก อันนี้จริง แต่น้อยมากๆ ถ้าต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เอาแกลลอนขาว-ใส ไปเติมในเวลาเช้า-เย็นหรือในเวลาที่อากาศ-หนาว-ร้อน..แล้วเทียบปริมาตรกันดู..ถ้ามีกระบอกตวงยิ่งดี จะเห็นชัดว่าแทบไม่แตกต่าง..ข้อเท็จจริงในการได้น้ำมันมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับหัวจ่ายของปั้มน้ำมันว่าจ่ายขาด-จ่ายเกิน..มาตรฐานที่ยอมรับได้คือ จ่ายบวก-จ่ายลบ ไม่เกิน 30 มล..

    ..ข้อที่ 3..อย่าเสียเวลาโดยใช่เหตุ ล็อกระดับความเร็วที่ 1หรือ 2 หรือ 3 ซึ่งเร็วสุด ไม่มีผลกับการได้น้ำมันมาก-น้อย ตัวดูดไอกลับยิ่งบีบช้ายิ่งมีเวลาดูดไอกลับเยอะ เพราะระบบใหม่ ตัวดูดไอกลับอยู่ที่หัวจ่าย..การได้น้ำมันมาก-น้อย เหตุผลเดียวกับข้อที่ 2...คือหัวจ่ายของปั้มจ่ายเกินหรือจ่ายขาด..

    ..ข้อที่ 4..คงเป็นข้อมูลที่คาดคะเนเอา..เพราะว่าระบบการสูบจ่ายน้ำมัน ตั้งแต่ท่อลงน้ำมัน จนถึงออกมาจากหัวจ่าย มีกรองกี่ชั้น...ผ่านมากี่ด่าน..น้ำมันออกจากหัวจ่ายใสปิ้งๆแน่นอน เติมได้เลย ไม่ต้องกังวล.ตะกอนที่ว่าจะมาจากก้นก้นถังไม่มีแน่ๆ.ลองเอาแกลลอนหรือขวดใสให้พนักงานบีบให้ดูเพื่อพิสูจน์..

    ..การขับรถ-เปลี่ยนเกียร์มีผลทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองได้ อันนี้จริงทีเดียว


    ..สิ่งที่ควรทำคือ..ถ้าฝนตกจนน้ำท่วมพื้นลานของปั้ม ท่วมมาก อย่าเพิ่งเติมน้ำมัน เพราะท่านอาจได้น้ำแถมมา..หากปะเก็นต่างๆในระบบป้องกันของถังน้ำมันชำรุด น้ำอาจไหลเข้าไปในถังน้ำมัน ทางปั้มยังไม่ได้ตรวจวัดเพราะมีน้ำท่วมขังอยู่ เราอาจโชคร้ายได้น้ำเป็นของแถม...

    ...สำคัญที่สุด...เติมน้ำมันทุกครั้ง ควรเอาใบเสร็จทุกครั้ง อย่าคิดว่าไม่ได้เบิก-เบิกไม่ได้...หากเกิดอะไรขึ้นใบเสร็จจะเป็นหลักฐานให้เรานำไปเรียกร้องค่าเสียหายกับทางปั้มได้...

  6. #6
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    ท่านผู้จัดการปั้มบางจากมาเว่าเองจั่งซี่ แสดงว่าฮู้จริงครับ

  7. #7
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    ขอบคุณความรู้จากทั้งสองด้านค่ะ
    สังคมสุมื้อต้องฟังสื่อจากทั้งสองด้านอิหลีเนาะค่ะ ^ ^

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •