กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต

  1. #1

    อ่านข่าวออนไลน์ ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต

    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต

    หลายๆ คนคงทราบว่ากรุงเทพฯ เคยมีรถราง ที่ปัจจุบันเป็นขนส่งมวลชนที่ไม่ก่อมลพิษ และได้รับความนิยมในยุโรป วันนี้เราจะมาย้อนอดีตภาพรถรางที่วิ่งในกรุงเทพมหานครกัน กรุงเทพฯ มีรถรางที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1893 (พ.ศ. 2436) ถือเป็นรถรางไฟฟ้าแห่งแรกในเอเซีย จากเดิมที่เคยใช้ม้าและลาลากตู้รถ ก็ถูกแทนที่ด้วยรถตู้ทำด้วยไม้ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าขนาด 20 แรงม้า ระบบไฟฟ้าที่ใช้สำหรบรถรางนี้ ดำเนินการโดย บริษัท Short Electric Railway Company เมือง Cleveland ประเทศสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ ซึ่งในขณะนั้นมีพลเมืองประมาณ 9 แสนคน มีรถรางถึง 7 สายด้วยกัน


    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต


    รถรางทุกสายเป็นแบบรางเดี่ยว รางมีขนาดกว้าง 1 เมตร และรางรถส่วนมากฝังอยู่ในพื้นถนนลาดยาง มีบางช่วงเท่านั้นที่ฝังอยู่บนถนนคอนกรีต และได้มีการให้สิทธิให้รถรางที่วิ่งทางขวาไปก่อน ในขณะนั้นมีตู้รถรางทั้งหมดรวม 54 โบกี้ รถตู้ที่เป็นมอเตอร์แบบคู่ มี 28 ตู้ และ รถหัวขบวนซึ่งเป็นตัวลาก 62 คัน แต่ละคันมี 40 แรงม้า สามารถจุคนได้ 60 คน โดยแบ่งเป็นที่นั่ง 36 คน ที่ยืน 24 คน นอกจากนั้นยังมีตัวถังโบกี้รถรางที่มีที่นั่งโดยสาร 2 แบบ คือ แบบเปิดโล่ง และแบบที่มีกระจกปิด ทุกโบกี้จะมีทางขึ้น 2 ทาง ตัวถังรถรางส่วนมากผลิตในไทย จะมีก็เพียง 5 โบกี้ที่ส่งมาจากอังกฤษ สีของรถรางส่วนใหญ่ มี 4 แบบซึ่งประกอบด้วย 2 สีคู่กัน คือ เหลืองกับน้ำตาล เหลืองกับเขียว เหลืองกับแดง และดำกับเขียวอ่อน



    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต


    กระทั่งปี ค.ศ.1961-1962 (พ.ศ. 2504-2505) รถรางทั้งหมดถูกแทนที่โดยบริษัทรถเมล์เอกชน เหลือเพียง 2 สายรอบกรุงเก่าเท่านั้น ซึ่งได้ดำเนินกิจการต่อมาจนถึงปี ค.ศ.1968 (พ.ศ. 2512) จากนั้นก็เหลือรถรางเฉพาะแบบตู้เดี่ยวเพียง 16 ตู้ 2 สาย รถรางที่มีจำนวนน้อยเช่นนี้ ประกอบกับความช้าของการขับเคลื่อนไม่ทันใจผู้ใช้บริการ ที่ในขณะนั้นประเทศไทยเริ่มมีรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว เมื่อการจราจรหนาแน่นขึ้น และรถรางต้องวิ่งตัดผ่านถนนต่างๆ ยิ่งเกิดความล่าช้า การยกเลิกระบบรถรางจึงมีขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1968 (พ.ศ. 2512) โดยกระทรวงมหาดไทย ตามข้อเสนอของการไฟฟ้านครหลวง ที่ให้เหตุผลว่า รถรางทั้ง 2 สายที่เหลือนั้น ประสบการขาดทุนโดยเฉลี่ยเดือนละ 7000 บาท ทั้งที่มีความตั้งใจที่จะอนุรักษ์รถรางเอาไว้ สุดท้ายรถราง 2 สายก็ได้ถูกยกเลิกไป และถูกแทนที่ด้วยรถเมล์


    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต


    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต


    ภาพเล่าเรื่อง รถรางในอดีต

    นอกจากรถรางในกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีรถรางสายชานเมืองวิ่งไปยังปากน้ำด้วย ซึ่งได้ยกเลิกไปเมื่อปี ค.ศ.1954 (พ.ศ. 2497) นอกจากนั้น การไฟฟ้านครหลวงก็ได้เปิดบริการรถรางที่เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี ค.ศ.1955 (พ.ศ. 2498) มีระยะทาง 5.75 กม.โดยใช้ตู้รถรางเก่าจากกรุงเทพฯ รถรางลพบุรีนี้ ดำเนินการอยู่เพียง 7 ปีก็ถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) ได้มีความพยายามที่จะเปิดดำเนินกิจการรถรางไฟฟ้าในจังหวัดอื่นด้วย เช่น เชียงใหม่ โคราช และสงขลา แต่ก็ไม่ปรากฎผลสำเร็จจากปี ค.ศ.1968 (พ.ศ. 2512) เป็นต้นมา
    ก็ไม่ปรากฎรถรางๆไฟฟ้าวิ่งในเมืองไทยอีกต่อไป

    เดี๋ยวมาต่อค่ะ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 17-09-2013 at 08:59.


  2. #2

    อ่านข่าวออนไลน์ รถราง

    รถราง


    รถรางขณะแล่นผ่านบนสะพานเสี้ยว เมื่อปี พ.ศ. 2505 สะพานเสี้ยว เป็นสะพานข้ามคลองคูเมือง บริเวณสะพานผ่านพิภพลีลาในปัจจุบัน ชื่อสะพานเรียกตามลักษณะของสะพานซึ่งมีรูปเสี้ยวเหมือนขนมเปียกปูนสมัยโบราณ แม้ต่อมาจะได้มีการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสะพานเสียใหม่หลายครั้งหลายหนแต่ก้ยังคงชื่อสะพานไว้เช่นเดิม
    จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณ พ.ศ. 2444 ครั้งโปรดให้สร้างสะพานผ่านพิภพลีลาขึ้นบริเวณที่เป็นสะพานเสี้ยว จึงโปรดให้ย้ายสะพานเสี้ยวไปอยู่ด้านเหนือ ตรงกับถนนจักรพงษ์ ใกล้ๆ สะพานผ่านพิภพลีลานั่นเอง ในสมัยที่กรุงเพฯ ยังมีรถรางอยู่นั้น สะพานเสี้ยวได้กลายเป็นเส้นทางสำหรับรถรางวิ่งข้ามคลองคูเมืองเดิม จนกิจการรถรางเลิก สะพานเสี้ยวจึงกลับมาเป็นสะพานคนเดิมข้ามอีกครั้ง และได้รื้อออกเมื่อครั้งสร้างสะพานพระปิ่นเกล้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อสะพานและตัวสะพานก็ได้หายไปจากสายตาและความทรงจำของคนกรุงเทพฯ






    รถราง


    ตำแหน่งราง รอหลีก หากคันหนึ่งคันใดมาถึงก่อน ต้องรออีกคันมาถึง จึงจะหลีกกันได้ /บ่อยครั้งที่ อีกคันมีปัญหา ทำให้คันที่มาถึงก่อนต้องรอไปเรื่อยๆ นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สร้างความเบื่อหน่าย ไม่ทันใจ





    [
    รถราง






    รถราง



    รถรางสายบางคอแหลม ในภาพ รถรางกำลังจะมุ่งหน้าไปยังแยก มหาพฤฒาราม ส่วนสามล้อ กำลังมุ่งหน้าไปถนนสี่พระยา



    รถราง

    น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ พ.ศ. 2485 แสดงให้เห็นว่า ถึงจะน้ำท่วม รถรางก็วิ่งให้บริการได้



    มีต่อค่ะ

  3. #3

    อ่านข่าวออนไลน์ รถราง

    รถราง

    ค่าโดยสารรถรางแบ่งเป็นสองชั้น โดยมีฉากลูกกรงไม้แบ่งครึ่งกลางคัน ครึ่งด้านหน้าเป็นเก้าอี้ไม้วางขนานไปกับตัวถังรถ ส่วนครึ่งหลังเก้าอี้จะมีเบาะนวมสีแดงปูอีกที ค่าโดยสารด้านหน้าเก้าอี้ไม้ เก็บ 10 สตางค์ตลอดสาย ด้านหลังเบาะนวมเก็บ 25 สตางค์ตลอดสาย จนชาวบ้านเรียกว่า “ข้างหน้าสิบตังค์ ข้างหลังสลึง”


    รถราง

    รถรางสายบางคอแหลม บนนถนนเจริญกรุง ถ่ายแถวหน้าไปรษณีย์กลางบางรัก ถ่าย โดย Rene Burri เมื่อปี พ.ศ. 2504 เห็นอาคารอดีตห้างไวท์อเวย์เลดลอว์ ที่กลายมาเป็นธนาคาร Bank of America สาขาประเทศไทยแต่ปี พ.ศ. 2492


    รถราง


    ภาพการโดยสารด้วยรถรางของคนในสมัยก่อน



    รถราง



    พนักงานขับรถราง ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2493



    รถราง



    รถราง

    ขณะรถรางกำลังวิ่งผ่านบริเวณวัดโพธิ์


    รถราง



    ภาพรถรางในกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2496




    รถราง


    รถรางสายบางซื่อ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502



    เดี๋ยวมาต่อค่ะ

  4. #4

    อ่านข่าวออนไลน์ จบแล้วจ้ะ

    จบแล้วจ้ะ

    ป้ายสามเหลี่ยมสีแดงมีดาวตรงกลางคือจุดจอด ขึ้นลงและรับผู้โดยสาร….ส่วนป้ายสามเหลี่ยมสีเขียวมีดาวตรงกลางคือป้ายแสดงจุดให้รถรางรอหลีกขบวนกัน


    จบแล้วจ้ะ

    รถรางกำลังวิ่งผ่านเยาวราช โดยมีรถแท็กซี่กำลังแซงผ่านไป สังเกตว่าแท็กซี่เปิดกระจกหูช้างด้านคนขับรับลมด้วย เพราะรถยนต์สมัยนั้นไม่มีแอร์ อากาศในกรุงเทพฯก็ไม่ได้ร้อนอย่างทุกวันนี้ เพราะตอนนั้นตึกสูงไม่มี สูงที่สุดก็ตึกเจ็ดชั้นเยาวราช ส่วนคนขับรถรางนั้นยืนขับ ไม่ได้นั่งขับ มือขวากุมคันเบรก ส่วนมือซ้ายกุมคันเร่ง ไม่ต้องใช้พวงมาลัยเพราะมันวิ่งไปตามราง


    จบแล้วจ้ะ



    รถรางสายสีลม จอดอยู่บริเวณถนนสีลม ตัดกับ ถนนเจริญกรุง ย่านบางรัก (คาดว่าก่อนปี 2505.. เพราะยังเห็นแนวคลองสีลม ทางขวามือ)



    จบแล้วจ้ะ




    รถรางสายหัวลำโพง-บางลำภู ขณะวิ่งผ่านแยกแห่งหนึ่งของบางกอกที่ข้างทางยังมีตึกรูปทรงโคโลเนี่ยนให้เห็น




    จบแล้วจ้ะ


    รถรางสายหัวลำโพงขณะวิ่งผ่านประตูโรงเรียนเทพศิรินทร์ ข้างคลองผดุงกรุงเกษม


    จบแล้วค่ะ ที่มา
    ภาพถ่ายจากพิพิธภัณฑ์หอสมุดแห่งชาติ
    และย้อนอดีตวันวาน

  5. #5
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    อ่านแล้วให้นึกเปรียบเทียบกับสมัยปัจจุบันมันช่างแตกต่างกันมากมาย
    ย้อนกลับไปอยู่อย่างเดิมได้น่าจะดีกว่าปัจจุบันและน่นอน

  6. #6
    ที่จริงกะอยากให้เขาอนุรักษณ์ไว้คือกันค่ะ แต่โลกก็ต้องหมุนไปเราก็ได้แต่ดูภาพเอาค่ะ
    ขอบคุณลุงใหญ่ที่ติดตามผลงานค่ะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •