กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง : อวสานซามูไรอโยธยา

  1. #1

    อ่านข่าวออนไลน์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง : อวสานซามูไรอโยธยา

    สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง : อวสานซามูไรอโยธยา




    "คำสวดวอนของข้าขอเมตตาเหล่าเทพเจ้า

    ล้วนสัมฤทธิ์ผลถ้วนทั่วทุกประการ

    แม้นครั้งหนึ่งเป็นชาวเมืองนี้(ซุมปุ)

    ข้าอาศัยพึ่งพิงกรุงศรีอยุทธยา

    วันที่เปี่ยมด้วยเมตตาในเดือนยี่ ปีคาเนที่สาม(พ.ศ.๒๑๖๙)

    ยามาดะ นิซาเอมอง โนะโจ นางามาสะ"

    -ข้อความบนภาพเรือรบที่ออกญาเสนาภิมุขส่งไป

    ถวายศาลเจ้าเซ็นเง็นในเมืองซุมปุ(ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดชิซึโอกะ)






    พ.ศ.๒๑๗๒ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุทธยา ทรงครองอำนาจในราชสำนักแบบเบ็ดเสร็จไร้ผู้ต่อต้าน แต่ก็ยังมีคนผู้หนึ่งที่พระองค์ไม่สามารถวางพระทัยได้แม่ว่าจะถูกพระองค์เขี่ยออกไปเมืองนครศรีธรรมราช(ซึ่งนับว่าไกลสุดกู่)แล้วก็ตาม คนผู้นั้นก็คือออกญาเสนาภิมุข(ยามาดะ นิซาเอมอง โนะโจ นางามาสะ)








    ราชการเมืองนคร


    ตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองยังเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ พระองค์กับขุนนางในราชสำนักได้บีบให้ออกญาเสนาภิมุขกับทหารอาสาญี่ปุ่นในบังคับทั้งหมดออกไปจากกรุงศรีอยุทธยา โดยอ้างว่าออกญานคร เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชเป็นกบฏ ให้ออกญาเสนาภิมุขเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นออกญานคร(Oija Ligoor)นำทหารญี่ปุ่นทั้งหมดลงไปปราบปรามให้สงบเรียบร้อย(อ่านตอนที่ ๒๒) แต่จริงๆแล้วแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจของข้าราชการไทยที่มีต่อชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่น่าเป็นที่ไว้วางใจนักเนื่องจากเคยมีประวัติก่อกบฏบุกพระราชวังหลวงมาแล้วสองครั้ง นอกจากนี้ประสิทธิภาพทางการรบก็มีสูง หากอยู่ใกล้ก็มีสิทธิจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ได้





    สำหรับทางเมืองนครศรีธรรมราช ออกญานครคนเก่า (ซึ่งอิงจาก 'ตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช' ว่าน่าจะเป็น'พระยาแก้ว' เป็นหลาน 'พระญา' ที่เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชใน พ.ศ.๒๑๗๑) ไม่ได้คิดกบฏ แต่ติดศึกกับทางปัตตานีจึงไม่ขึ้นไปถวายน้ำพระพิพัฒน์สัตยาที่กรุงศรีอยุทธยา เลยเป็นข้ออ้างที่พระเจ้าปราสาททองให้ออกญาเสนาภิมุขลงมาปราบปรามได้ เมื่อได้ข่าวว่าออกญาเสนาภิมุขกำลังลงมาเมืองนคร ออกญานครคนเก่าจึงหวังจะให้ออกญาเสนาภิมุขช่วยคุ้มครองตนจากพระราชอาญาในครั้งนี้เพราะตนเองไม่ได้คิดกบฏตั้งแต่แรก





    ตามหลักฐานของเยเรเมียส ฟาน ฟลีต กล่าวว่าทหารญี่ปุ่นคงเป็นที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อออกญาเสนาภิมุขเคลื่อนทัพมาถึงนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าไม่มีใครแสดงท่าทีว่าจะมีการก่อกบฏเลย แต่ออกญาเสนาภิมุขก็ยังสามารถหาคนที่แสดงท่าทีกระด้างกระเดื่องหรือจะก่อกบฏมาได้ แล้วจัดการลงโทษถึงตายหรือยึดทรัพย์แล้วเอาทรัพย์สินมาแบ่งสรรกันในหมู่ทหารญี่ปุ่น ในเวลาไม่นานสถานการณ์ในเมืองนครศรีธรรมราชก็สงบเรียบร้อย(ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้มีอะไรตั้งแต่แรก) ออกญาเสนาภิมุขก็กลายเป็นเจ้าเมือง และด้วยคำขอร้องจากออกญานครคนเก่า ออกญาเสนาภิมุขจึงตั้งออกญานครคนเก่าขึ้นเป็นหัวหน้าที่ปรึกษา(chief adviser) ทั้งนี้อาจเป็นการแสดงถึงการให้ความสำคัญกับคนในท้องถิ่นอยู่เพื่อที่จะได้ไม่มีใครในท้องถิ่นต่อต้าน





    หลังจากนั้นออกญานคร(ยามาดะ)จึงส่งหนังสือขึ้นไปกรุงศรีอยุทธยาเพื่อรายงานสถานการณ์ แต่ออกญานครในตอนนั้นไม่รู้ว่าสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ถูกเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์สำเร็จโทษไปแล้วขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าปราสาททอง



    สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง : อวสานซามูไรอโยธยา





    พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

    จังหวัดนครศรีธรรมราช





    ฟาน ฟลีตกล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงไม่พอพระทัยเลยกับความสำเร็จของยามาดะ(เป็นหนึ่งในหลายๆครั้งที่ฟาน ฟลีตพูดเหมือนอ่านใจพระเจ้าปราสาททองได้)ทั้งนี้คงเป็นเพราะพระองค์หวังจะยืมดาบฆ่าคน แต่พระองค์ทรงแสดงท่าทีว่าพอพระทัยและทรงยกย่องออกญานครมากมาย นอกจากนี้ยังทรงพระราชทานสิ่งของและหญิงสาวหลายคนไปให้เพื่อเป็นการปูนบำเหน็จความดีความชอบในครั้งนี้ด้วย โดยตั้งใจให้ออกญานครแต่งงานกับหญิงสักคนที่พระราชทานไปให้(เข้าใจว่าคือให้รับไว้เป็นอนุ)


    แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ทรงให้ออกญาพระคลัง(Oija Barckelang)ส่งหนังสือลับไปให้ออกญานครคนเก่าด้วย เนื้อความมีอยู่ว่าหากสามารถกำจัดชาวญี่ปุ่นออกไปได้จะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้ง




    เมื่อของกำนัลทั้งหลายแหล่ถูกส่งไปถึง ข่าวเรื่องสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ถูกสำเร็จโทษก็ไปถึงเช่นเดียวกัน ข่าวนี้ทำให้ออกญานคร(ยามาดะ)เสียใจมาก ถึงกับเผลอออกอาการไม่พอใจสมเด็จพระเจ้าปราสาททองออกมา แต่พอรู้สึกตัวก็กลับมาแสดงท่าทียินดีต่อการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เรื่องนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างของการไม่สามารถเก็บความรู้สึกของยามาดะซึ่งหลายครั้งมักแสดงท่าทีอย่างออกนอกหน้าว่ามีจุดยืนของตนเอง มีความจงรักภักดี และชอบขัดแย้งพระเจ้าปราสาททองนัก เสียใจกับคนที่ถูกพระเจ้าปราสาททองฆ่่าก็ร้องให้อย่างเปิดเผย ซึ่งบางครั้งแสดงออกต่อหน้าพระเจ้าปราสาททองด้วยซ้ำจึงถูกเพ่งเล็งจากพระเจ้าปราสาททอง ปัจจัยที่ว่ามาทั้งหมดทำให้นามาดะเป็นคนที่สามารถอ่านออกได้ง่าย

    ตรงข้ามกับสมเด็จพระเจ้าปราสาททองซึ่งฟาน (ฟลีตมักชอบพูดเหมือนรู้ว่าพระองค์คิดอะไรในใจ) สมัยก่อนครองราชย์ พระองค์ไม่แสดงความรู้สึกออกมา พระองค์สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าพระองค์สามารถเป็นมิตรและเข้าหาทุกๆคนได้จนสามารถดึงขุนนางในราชสำนักมาอยู่ข้างตนหมดได้ สามารถแสดงตัวอ่อนถ่อมตนจนอีกฝ่ายตายใจแล้วเชือดทิ้งที่หลังก็ได้ เก็บอาการว่าเป็นผู้จงรักภักดีไม่ต้องการราชสมบัติ แต่สามารถรอเวลาที่เหมาะสมก็สามารถยึดครองทุกสิ่งได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพระองค์ความเหนือชั้นมากกว่ายามาดะมาก

    หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป ออกญานคร(ยามาดะ)เริ่มไม่ไว้วางใจออกญานครคนเก่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยามาดะก็อาจเริ่มระแคะระคายว่าว่าออกญานครคนเก่าจะเป็นคนของพระเจ้าปราสาททอง ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ลองพิจารณาว่าโทษของออกญานครคนเก่าคือการไม่ไปถือน้ำพระพิพัฒสัตยาซึ่งตามกฎมลเฑียรบาลโทษถึงตาย ต่อให้ยามาดะจะช่วยหรือตั้งเป็นที่ปรึกษาก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ทางราชสำนักไม่ได้ลงโทษใดๆนอกจากถูกปลด จุดนี้อาจทำให้ยามาดะสงสัยก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ออกญานครจึงไม่ให้ออกญานครคนเก่ามาพบหน้าอีก แต่ออกญานครกลับยังมีความสัมพันธ์อยู่กับออกพระนริศ(Opra Narit-ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๗๙ แปลว่าออกพระมะริด) น้องชายของออกญานครคนเก่าอยู่ ให้มาพบเป็นครั้งคราว






    แผลสุดท้าย





    สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง : อวสานซามูไรอโยธยา



    รูปยามาดะนำทหารญี่ปุ่นโจมตีศัตรู
    ซึ่งน่าจะเป็นชาวปตานีหรือนครศรีธรรมราช








    เมืองนครศรีธรรมราชเป็นหัวเมืองเอกทางใต้ของกรุงศรีอยุทธยา แต่เดิมค่อนข้างมีอำนาจในการปกครองตนเองในท้องถิ่นสูงสามารถเจรจาทำการค้ากับต่างชาติได้เองโดยไม่ต้องผ่านทางส่วนกลางที่อยุทธยา นอกจากนี้ยังเคยมีอิทธิพลในหัวเมืองใกล้เคียงเช่นพัทลุงดังเห็นว่ามีบางครั้งที่เจ้าเมืองพัทลุง(ซึ่งอาจเป็นเครือญาติ)ได้เลื่อนเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เครือญาติมักจะได้สืบทอดตำแหน่งการปกครองในแถบนี้ตัวอย่างเช่นพระยาแก้วกับพระยารามราชท้ายน้ำ การที่ยามาดะกับชาวญี่ปุ่นได้มาเป็นใหญ่อาจทำให้เกิดความไม่พอใจของคนในท้องถิ่นโดยเฉพาะบรรดาเชื้อสายเจ้าเมืองที่สูญเสียอำนาจด้วยก็เป็นได้





    หัวเมืองแถบนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลายังมีความสำคัญในฐานะแหล่งผลิตพริกไทยซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอีกด้วย สามารถส่งออกในปริมาณมากได้ทุกปี





    เดิมเมืองนครศรีธรรมราชเคยมีความสัมพันธ์กับรัฐปตานี(ปัตตานี)ด้วยการสยุมพรทางเมือง โดยให้ออกพระยาเดชาลูกชายเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงกูนิงแห่งปตานี แต่ต่อมาเมื่อรายาอูงูพระมารดาของรายากูนิงขึ้นครองเมืองปตานีก็ตัดสัมพันธ์กับทางกรุงศรีอยุทธยาแล้วทำการโจมตีหัวเมืองแถบนั้นอยู่เนืองๆมาตั้งแต่ราวๆ พ.ศ.๒๑๖๘ ซึ่งผลครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพในแถบนั้น ไร่พริกไทยซึ่งเป็นสินค้าสำคัญก็เสียหายด้วย





    ด้วยเหตุนี้ยามาดะในฐานะออกญานครจึงคงต้องรับศึกกับทางปตานีอยู่เนืองๆ จะกี่ครั้งไม่ทราบได้ แต่ราว พ.ศ.๒๑๗๓ ในการรบครั้งหนึ่งออกญานครได้รับบาดเจ็บที่ขา แต่ด้วยยาที่ออกพระนริศนำมารักษาก็สามารถบรรเทาความเจ็บปวดบาดแผลนั้นก็สมานตัวอย่างเร็ว ออกญานครจึงให้จัดงานเลี้ยงฉลองในโอกาสที่ตนจะแต่งงานกับนางที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองพระราชทานมาให้ งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างน่ารื่นเริง ทุกคนล้วนสนุกสนาน แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น









    ชีวิตดุจความฝัน... ออกญานคร ยามาดะ นิซาเอมอง โนะโจ นางามาสะ สิ้นชีวิต...






    ตามที่ฟาน ฟลีตกล่าวอ้าง(ซึ่งไม่รู้จริงมั้ยเพราะเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรง) ออกพระนริศเป็นคนวางยาพิษในยาที่ใส่แผล(หรือใช้ยาพิษแทนยาหมดเลยก็ไม่ทราบ)

    นับเป็นวาระสุดท้ายของชาวญี่ปุ่น ผู้รอนแรมมาไกลจากบ้านเกิดเพื่อเผชิญโชคจนสามารถเป็นใหญ่ในต่างถิ่น เป็นตัวแทนของไทยในการติดต่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับรัฐบาลเอโดะ หัวหน้าหมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นผู้กุมทหารอาสาญี่ปุ่นซึ่งมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้ง แต่กลับสิ้นชีพลงด้วยวัยราว ๔๐ ปีเท่านั้น

    ถ้าสิ่งที่ฟาน ฟลีตเล่ามาเป็นความจริง การตายของยามาดะ นางามาสะครั้งนี้ก็เป็นไปตามการวางแผนของผู้ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงวิจารณ์ว่าเป็นคนที่ 'ฉลาดในทางอุบายมารยา' คนที่สามารคาดการณ์ได้ว่าทางเมืองนครศรีธรรมราชต้องการทวงสิทธิอำนาจที่ตนเคยมี แต่ถูกญี่ปุ่นฉกไปด้วยการวางแผนของคนผู้นี้เอง






    ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น สมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้นเอง




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=wxJ-nru802Q


    ที่มาจาก www.pantip.com
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 01-10-2013 at 07:26.


  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    381
    บล็อก
    63
    เป็นอะไรที่น่าพิศวงมากที่คนต่างบ้านต่างเมืองมาได้ดิบได้ดีที่ประเทศของเรา
    ต้องขอบคุณพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยนั้นที่มองเหตุการณ์ได้กระจ่างดุจนิ้ว
    ในฝ่ามือที่จะมีการไปมาหาสู่กันหรือติดต่อกันด้วยการฑูตต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

  3. #3
    มีพระเพทราชาอีกพระองค์ค่ะ เดี๋ยวบีเอามาให้อ่านค่ะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •