กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

  1. #1

    อ่านข่าวออนไลน์ ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    อาณาจักรนังนัง หรือ อาณาจักรนักรัง(เกาหลี: 낙랑군, ฮันจา: 崔理郡
    พ.ศ. 436 - ค.ศ. 313) เดิมเป็นส่วนมณฑลหนึ่งของอาณาจักรโชซอนโบราณ

    ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    ภายหลังที่อาณาจักรโชซอนโบราณถูกราชวงศ์ฮั่นของจีนโจมตีทำให้

    อาณาจักรนังนัง กลายเป็นมณฑลหนึ่งของจีน พระเจ้าชอยรีได้ประกาศเอกราชจากราชวงศ์ฮั่น และล่มสลายเมื่อพระเจ้ามูยุลแห่งอาณาจักรโกคูรยอมาโจมตี
    ใน ค.ศ. 331


    ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    เอกราชจากจีนในปี ค.ศ. 17 พระเจ้าชอยรีทรงประกาศเอกราชจากราชวงศ์ฮั่นของจีนแต่ให่อาณาจักรนังนังเป็นประเทศราชย์ของราชวงศ์ฮั่น
    แล้วสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรนังนัง

    อาณาจักรนังนังพระเจ้าแชรี(ชอยรี)ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์หลังจากประกาศเอกราชจากราชวงศ์ฮั่นและได้เจริญสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์ฮั่น อาณาจักรแพกเจ
    และอาณาจักรโกคูรยอ โดยให้เมืองจินยางเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนังนังพร้อมกับสร้างพระราชวังจินยางขึ้น แล้วสถาปนาองค์ราชินีสองพระองค์คือ
    พระนางฮาซู ตระกูล โม และพระนางจาชิล ตระกูลวัง ในปี ค.ศ. 18

    ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    (โบราณวัตถุสมบัตินังนังที่ขุดได้)

    ตำนานเล่าว่าในสมัยพระเจ้าแชรี มีกลองศักดิ์สิทธิ์ที่เทพดันกุนได้ประทานให้แก่อาณาจักรนังนังนามว่า กลองจามยองโก เมื่อใดที่มีข้าศึกมารุกราน กลองจะดังขึ้นเอง พระเจ้าแชรีได้สถาปนาองค์หญิงลาฮี พระธิดาของพระองค์ขึ้นเป็นองค์หญิงรัชทายาท แล้วพระราชทานพระนามใหม่ว่า องค์หญิงนังนัง จนกลายเป็นตำนานพื้นบ้านของผู้คนบนคาบสมุทรเกาหลีที่ได้กล่าวขานเกี่ยวกับความรักระหว่างองค์ชายโฮดงแห่งโคกูรยอและองค์หญิงนังนัง โดยองค์ชายโฮดงได้ใช้ความรักกล่อมให้องค์หญิงนังนังทำลายกลองจามยองโก ครั้นปราศจากกลองศักดิ์สิทธิ์ กองทัพโคกูรยอจึงได้บุกเข้าอาณาจักรนังนัง และเหล่าทหารของนังนังก็ไม่ได้เตรียมตัวรับข้าศึกเพราะไม่ได้ยินเสียงกลอง เมื่อองค์หญิงนังนังเลือกความรักส่วนตัวมาก่อนบ้านเมือง พระเจ้าแชรีจึง...หารพระธิดาของพระองค์เอง ก่อนจะยอมศิโรราบต่ออาณาจักรโคกูรยอในปี ค.ศ. 32.



    (อ้างอิง).Jump up ↑ An Introduction to Classical Korean Literature: From Hyangga to Pʻansori.


    ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    (โบราณวัตถุที่ขุดได้จากนังนัง)

    ความสัมพันธ์ต่างประเทศและอาณาจักรล่มสลายในปี ค.ศ. 369 พระเจ้ากึนโชโกแห่งอาณาจักรแพกเจได้ยกทัพไปโจมตีอาณาจักรโกคูรยอโดยของกองทัพจากนังนังไปช่วยรบ ทำให้อาณาจักรโกคูรยอตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรแพกเจเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้โกคูรยอไม่มาโจมตีนังนังเป็นเวลานาน หลังจากเสร็จศึกนังนังได้เปิดการค้าด้านต่างๆกับแพกเจ แพกเจได้ให้นังนังเป็นศูนย์การการขายสินค้าของดินแดนทางเหนือ และนังนังได้สร้างสัมพันธ์กับเผ่าซ่งนู๋ เผ่าเสี้ยนเป่ย เพื่อคานอำนาจของอาณาจักรจิ้นของจีน



    ประวัติศาสตร์สู่ละคร ตอน นังนังอาณาจักรที่สาปสูญ

    (หมีโลหะน่าจะเป็นทองเหลืองศิลปะนังนัง)

    และภายหลัง ค.ศ. 375พระเจ้ากึนโชโกสิ้นพระชนม์ อาณาจักรโกคูรยอเริ่มมีอำนาจมากขึ้นและในสมัยของพระเจ้าควางแคโทมหาราชได้นำทัพใหญ่บุกโจมตีนังนังอยางนัก สามารถบุกยึดเมืองยองโบเมืองหน้าด้านของนังนัง และสุดท้ายบุกเข้าเมืองจินยางเมืองหลวงของนังนัง และเผาทำลายวังหลวง และสุดท้ายโกคูรยอได้ผนวกดินแดนนังนังเข้ากับโกคูรยอ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 07-11-2013 at 18:01.


  2. #2

    อ่านข่าวออนไลน์ เรื่องชามย็องโกและองค์หญิงลาฮีผู้ล่มเมือง

    องค์หญิงชามย็องผู้รักชาติยิ่งชีพ

    ในครั้นแรกประสูติได้เกิดปรากฏการณ์ดาวตกขึ้นจากทิศเหนือและจุดที่ได้ลับขอบฟ้าไปนั้นเป็นบริเวณห้องประสูติขององค์ทำให้เกิดการวิตกกังวลว่าองค์หญิงนั้นจักเป็นตัวกาลกินีของแคว้นนังนังทั้งยังได้รับการยุ่งยงจากพระมเหสีรองจาชิล จากตระกูลวัง เป็นการบีบครั้นพระเจ้าชอรียได้ทรงทำการ...หารองค์หญิง โดยการใช้บางสิ่งซึ่งคาดว่าเป็นปิ่นปักผมแทงผ่านอก แต่กลับพลดไปเสียทำให้องค์ได้ทรงรอดชีวิตโดยได้รับความช่วยเหลือจากทงโคบี ซังกุงคนสนินของพระมเหสีเอก ช่วยเหลือให้รอดชีวิตโดยการล่องเรือสำเภาลอยไปกลางทะเลวังแฮ ขณะที่มีพายุโดยได้ล่องเรื่องไปกับอิมพลูหลานชายของทงโคบีในครั้นั้นองค์ได้ร้องเป็นดังสุดเสียงแม้จะล่องเรือลอยไปไกลแล้วแต่ก็ยังคงได้ยินเสียงอยู่เรื่อย ด้วยเหตุนั้นเองทำให้องค์หญิงได้รับชื่อว่า ชา-มย็อง
    แปลว่าใช้เสียงร้องช่วยชีวิตตนเอง

    เรื่องชามย็องโกและองค์หญิงลาฮีผู้ล่มเมือง



    การเอาชีวิตรอดภายหลังการช่วยชีวิตจากหลักฐานทั้งหมดคาดว่า พระองค์ได้ล่องเรือไปติดในอีกฟากผืนดินของชาดหาดวังแฮ คาดว่าน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากหมู่บ้านชาวประมงหรือคนเดินทางเร่ร่อน เช่น คณะกายกรรม เป็นต้น แต่เหตุโน้มเอียงว่าเป็นคณะกายกรรม ภายหลังการได้รับความช่วยเหลือครั้งนี้ อ้างอิงจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่อง ชา-มย็อง ยอดหญิงพิทักษ์แผ่นดิน พระนางมีชื่อว่า คิลซาง แต่มีภายในคณะกายกรรมว่าบุ๊กกู ได้รับการฝึกกระบี่และเพลงดาบจากโฮคก





    อดีตเสนาบดีของท่านอ๋องยูฮอน ที่จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าฮั่นส่งมาปกครองนังนัง ซึ่งพระเจ้าชอยรี ร่วมกับแม่ทัพใหญ่วังเก็ง ร่วมกันต่อสู้เพื่อเอกราชของนังนัง
    ให้เป็นอิสระจากจักรวรรดิฮั่น ในตอนนั้นได้สำเร็จโทษท่านอ๋องยูฮอนเสีย
    และได้ทำลายเส้นเอ็นที่ขาของเสนาบดีโฮคก จนกลายเป็นคนพิการ
    และสักอักษรคำว่า"หมู" บนหน้าผากโฮคก ก่อนจะเนรเทศออกไปจากนังนัง โฮคกได้

    หนีไปอาศัยยังแคว้นเหลียวตง ซึ่งเป็นดินแดนของจักรวรรดิฮั่น และอยู่ไม่ไกลจากนังนังเท่าไรนัก เพียงแค่ข้ามทะเลป๋อไห่ (บัลแฮ) ไปอีกฝั่งเท่านั้น และโฮคกได้ไปอาศัยอยู่กับเจ้าผู้ครองแคว้นเหลียวตง ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นหลานของอ๋องยูฮอนที่ถูกพระเจ้าชอยรี...หารในคราวประกาศเอกราชนังนังนั่นเอง ตลอดเวลาโฮคกเฝ้าแต่วางแผนทำลายแคว้นนังนังภายใต้การปกครองของพระเจ้าชอยรีอย่างไม่ลดละ เขาได้พบโดยบังเอิญว่าเด็กหญิงกำพร้า ชื่อบุ๊กกู ในคณะกายกรรมเฮเฮฮาฮา ที่แสดงอยู่ในแถบนั้น แท้จริงแล้วคือองค์หญิงชา-มย็อง พระราชธิดาของพระเจ้าชอยรี แห่งอาณาจักรนังนัง ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา กับพระมเหสีเอกโมฮาซูนั่นเอง



    โฮคกได้แสร้งเข้าไปทำความคุ้นเคยกับบุ๊กกู และเฮงแจ พี่ชายที่อยู่ในวัยเยาว์ จนกระทั่งเด็กทั้งสองคำนับโฮคกเป็นอาจารย์ และเขาก็เฝ้าถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้เด็กทั้งสองเรื่อยมา จนกระทั่งทั้งสองเติบโตเป็นวัยรุ่น และเวลานั้นองค์หญิงลาฮี รัชทายาทแห่งนังนัง และองค์ชายโฮดงแห่งโกคูรยอ ต่างก็เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีในฐานะทูตที่จักรวรรดิฮั่นพอดี ซึ่งจะต้องเดินทางผ่านดินแดนเหลียวตงอันเป็นดินแดนชายแดนของจักรวรรดิฮั่นเสียก่อน องค์ชายและองค์หญิงทั้งสองต้องแวะคำนับเจ้าผู้ครองดินแดนเหลียวตง


    ซึ่งเป็นขุนนางของจักรพรรดิฮั่นก่อน ซึ่งในงานเลี้ยงรับรองที่เจ้าผู้ครองแคว้นเหลียวตงจัดขึ้นแก่องค์หญิงลาฮีแห่งนังนังนั่นเอง โฮคกจึงได้วางแผนให้บุ๊กกู กับคณะกายกรรมมาแสดงกายกรรม เพื่อเป็นการต้อนรับคณะขององค์หญิงแห่งนังนัง และให้ฉวยโอกาสระหว่างการแสดงขณะที่องค์หญิงนังนังเผลอ ทำการลอบปลงพระชนม์องค์หญิงลาฮี องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรนังนัง ในงานเลี้ยงฉลองในวังของเจ้าผู้ครองแคว้นเหลียวตง แต่ภายหลังแล้วการลอบปลงพระชนม์ไม่สำเร็จจึงทำการหลบหนี

    จากการหลบหนีในครั้งนั้นทำให้บุ๊กกู และคณะกายกรรมได้พบองค์ชายโฮดงแห่งอาณาจักรโกคูรยอและองค์ชายได้ตั้งให้บุ๊กกูเป็นองครักษ์ประจำพระองค์ โดยมีบทบาทในเรื่องการช่วยชีวิตองค์ชายจากการลอบปลงพระชนม์จากลูกชายคนโตของซงอ๊กกู หัวหน้าเผ่าพีรูระหว่างการเดินทางไปยัง กรุงกุกแนซอง เมืองหลวงของอาณาจักรโกคูรยอ มีการประกาศสงครามที่เมืองบึนบงเขตชายแดนของนังนังและได้ทำการ...หารแม่ทัพใหญ่แห่งนังนังนำไปสู่ชัยชนะของโกคูรยอ ซึ่งทั้งหมดนี้ที่ทำให้กลายเป็นตำนานรักสามเศร้าระหว่าง องค์หญิงชา-มย็อง องค์หญิงลาฮี และองค์ชายโฮดง

    ตำนานรักสามเศร้าแห่งเกาหลี


    ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นที่โด่งดังที่สุดตำนานรักสามเศร้าที่ถูกกล่าวขานว่าน่าเศร้าสลดเป็นที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้งเป็นที่พิสูจน์ถึงความรัก ภาระหน้าที่และความเป็นจริง มากทีสุด และโด่งดังยิ่งขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อนำมาทำเป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์


    ภายหลังจากที่ได้เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ขององค์ชายโฮดง บุ๊กกูได้รับรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดและภาระหน้าที่ที่แสนเจ็บปวด นั่นก็คือ ความจริงที่ว่าทรงเป็นองค์หญิงชา-มย็อง แห่งแคว้นนังนังและจำเป็นต้องกำจัดองค์ชายแห่งแคว้นโกคูรยอ จึงได้เสด็จกลับไปยังพระราชวังจินยาง กรุงวังกอมซอง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนังนัง พร้อมกับได้มอบหมายหน้าที่นี้แต่เนื่องพระองค์ยังทรงมีความผิดติดตัวคือการ...หารแม่ทัพใหญ่ของนังนัง จึงได้ทำการจัดฉากการประหารองค์หญิงชา-มย็องขึ้น และองค์หญิงชา-มย็องได้ตัดสินใจบำเพ็ญเพื่อเป็นธิดาเทพ แห่งอาณาจักรนังนัง และหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับแม่ทัพใหญ่วังโฮ

    ในขณะที่พระเจ้าแดมูซินกับองค์ชายโฮดงได้ว่าแผนจัดฉากเพื่อที่องค์ชายจะได้ไปเป็นไส้ศึกภายในอาณาจักรนังนัง โดยอาศัยความรักขององค์หญิงรัชทายาทแห่งนังนัง (องค์หญิงลาฮี) เป็นเครื่องมือ แต่ทว่าการยึดครองนังนังครั้งกลับไม่ง่ายนักเพราะว่านังนังได้มีกลองวิเศษที่สามารถส่งเสียงดังขึ้นมาได้เอง

    ชื่อว่า กลองชา-มย็อง ที่จะส่งเสียงดังเมื่อมีศึกศัตรูเข้ามา

    แต่ด้วยความรักขององค์หญิงนังนังที่มีให้ต่องค์ชายโฮดง

    ทำให้ยอมขายชาติ ทำลายกลองชา-มย็องทิ้ง และในครั้งนั้นก็ได้ทรง...หาร

    องค์หญิงชา-มย็อง พระราชขนิษฐาที่พระองค์แสนชัง

    เนื่ององค์โฮดงที่พระองค์รัก มีใจให้องค์หญิงชา-มย็อง ด้วยมือของพระองค์เอง

    แต่ภายหลังโกคูรยอชนะศึก องค์ชายโฮดงได้ผิดสัญญาที่ได้ให้ไว้

    กับองค์หญิงนังนังที่ว่า "หากนังนังยอมสิโรราบแก่โกคูรยอโดยดีแล้ว

    ประชาชนนังนังจะไม่ต้องตาย เชื้อพระวงศ์จะกลายเป็นชนชั้นสูง

    จะไม่มีผู้ใดต้องตายหรือกลายเป็นทาส"และสุดท้ายองค์หญิงลาฮี

    ก็ได้ถูกประชาทัณฑ์จากประชาชนโดยที่องค์ชายโฮดงไม่สามารถช่วยอะไรได้

    จากเหตุการณ์ครั้งนี้องค์ชายโฮดงต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักคือ องค์หญิงชา-มย็อง
    และต้องรู้สึกผิดไปตลอดกาลกับ องค์หญิงลาฮี

    และยังกลายเป็นบุตรเขยที่...หารพระบิดาและพระมารดาของพระชายา

    (องค์หญิงลาฮี)

    หลังนังนังล้มสลายไปเวลา 1 ปี องค์หญิงชา-มย็องที่ผู้คิดว่าได้สิ้นพระชนม์ไปนั้นก็ได้กลับกอบกู้นังนังคืนพร้อมแม่ทัพใหญ่วังโฮและนายหญิงโม

    ภรรยาของแม่ทัพใหญ่วังโฮ พร้อมใจที่เต็มไปความหวงแหน คนึงหา
    และความแค้น ที่มีต่อองค์ชายโฮดง เช่นเดียวกับองค์ชายที่ยังคงรักและหวงแหนองค์หญิงมิเปลี่ยนแปลงไป แต่ด้วยภาระหน้าที่ทำให้ทั้งสองต้องสู้กัน



    ที่สุดแล้วก็ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยกันทั้งสองพระองค์ นั้นคือ องค์หญิงชา-มย็องถูกองค์ชายโฮดงแทงด้านหลัง ในขณะที่ทั้งสองกอดกันอยู่นั้นและดาบได้แทงทะลุมาถึงองค์ชายโฮดงด้วย ทั้งคู่สิ้นพระชนม์พร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน
    ที่ชายหาดวังแฮ ในอ้อมกอดของกันและกัน

    ที่มาวิกิพีเดียและรูปจากพันทิปดอทคอม
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 08-11-2013 at 07:44.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •