คุณอาจจะขับรถทุกวันและคิดว่าขับขี่อย่างปลอดภัย แต่ลองคิดดูแต่ละครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย คุณต้องทำงานหลายส่วน โดยต้องแบ่งแยกหน้าที่ต่างๆ คุณต้องผสานการทำงานของมือ, เท้า, ตา, หู และการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในขณะเดียวกัน ก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะตอบสนองต่อการเห็น, ได้ยินและรู้สึกจากรถคันอื่นๆ ,สัญญาณไฟ, ลักษณะถนนและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ของคุณ
การตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน ด้วยการเบรค การเปลี่ยนเกียร์ การเปลี่ยนเลน หรือทุกอย่างรวมกัน เพื่อที่จะบังคับรถให้ได้ เมื่อคุณขับรถด้วยความเร็วสูง และอยู่ใกล้กับรถคันอื่นซึ่งก็ใช้ความเร็วสูงเช่นกัน จะเกิดขึ้นราวๆ 20 ครั้ง ในทุกไมล์ในการขับขี่ ในช่วงเวลาที่น้อยกว่า 1.5 วินาที่ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นๆ หรือกับทางเท้า
หากคิดอย่างนั้นแล้ว คุณอาจจะไม่อยากขับรถอีกเลย แต่เดี๋ยวก่อน ทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้ และใช้ความรู้สึกและการตัดสินในที่ดีเยี่ยม คุณจะเป็นผู้ที่ขับรถปลอดภัยคนหนึ่งบนท้องถนน
พักผ่อนให้เพียงพอ และขับขี่ด้วยความตื่นตัวตลอดเวลา
พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
วางแผนในการขับขี่
หลีกเลี่ยงการใช้ถนน ระหว่างเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า
หาเพื่อนนั่งไปด้วย และสลับกันขับ ถ้าเป็นไปได้
วางแผนในการหยุดพักทุกๆ 2 ชม. หรือทุกๆ 160 กิโลเมตร
ถ้าคุณรู้สึกว่ามองไม่ค่อยชัด, รู้สึกหนักหัว หรือคิดไม่ค่อยออก หาที่จอดรถข้างทาง และลองหลับตาสักครู่
ใช้ความระมัดระวัง เมื่อต้องแซงรถคันอื่น
ถ้ารถที่คุณพยายามจะแซงเร่งเครื่องหนี ปล่อยเขาไป อย่าไปเร่งเครื่องตาม
อย่าเสี่ยง หากมีปัญหาอย่าเข้าไป
เว้นระยะห่างในการขับขี่
กฎที่สำคัญที่สุด ในการขับขี่อย่างปลอดภัยคือการเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เมื่อรถมีความเร็ว ทุกๆ 10 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างประมาณรถหนึ่งคัน อย่างเช่น ถ้าขับรถด้วยความเร็ว 40 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่ากับรถ 4 คัน การรักษาระยะห่างดังนี้ จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้
ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าของรถที่อยู่หน้าคุณ ให้เพิ่มระยะห่างให้มากขึ้น เพราะรถคันหน้าอาจจะเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้ลดความเร็วหรือหยุดรถ ทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้ ถ้าคุณต้องหยุดรถ ให้ชิดซ้ายและใช้ไฟฉุกเฉิน
พยายามที่จอดรถชิดซ้าย หรือไหล่ทาง เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักได้
ถ้าต้องจอดรถบนไหล่ทาง ให้เปิดไปฉุกเฉิน ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ในตอนกลางคืนอาจจะมีรถบางคันที่ตามมาบนไหล่ทาง เพราะคิดว่าคุณกำลังวิ่งอยู่
หากมีเหตุฉุกเฉินทำให้คุณต้องหยุดและจอดรถบนถนน ให้เปิดไฟฉุกเฉินทันที
ใส่ป้ายบอกเหตุสามเหลี่ยมกับรถด้วย เพื่อที่จะใช้ได้ตอนกลางคืน มันจะช่วยไม่ไห้รถถูกชนได้
เพิ่มความระมัดระวังเมื่อทัศนวิสัยการขับขี่ไม่ดี
ใช้ความเร็วที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระยะทางและความเร็วที่ลดลงจะสามารถทำให้หยุดรถได้อย่างปลอดภัยไม่ถูกรถคันหลังชน
แตะเบรคเบาๆ และหยุดโดยไม่ส่ายไปมา
ระวังในกาเข้าโค้ง เพราะอาจจะไถลไปอีกเลน หรือออกจากถนน
ขับให้ช้าลงหรือจอด เมื่อทัศนวิสัยไม่ดี
ขับรถด้วยความเร็วในระดับที่ปลอดภัย ดูแลให้รถยนต์สะอาด โดยเฉพาะไฟหน้า, กระจก, และไฟท้าย ใช้ไฟฉุกเฉินหากจำเป็น
ก่อนขับออกจากช่องจอดให้ใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบทั้งรถและระวังคนเดินข้ามถนน
ขับช้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงคนเดินเท้าที่อยู่ด้านหน้าของรถ เพราะเป็นเรื่องยากมากในการกะระยะห่างของรถที่วิ่งเข้ามาหาตัว ดังนั้นการที่คุณเร่งความเร็วขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อคนเดินเท้าได้
ในเวลากลางคืน คนข้ามถนนมักจะคิดว่า คุณมองเห็นพวกเขา เพราะเขาสามารถมองเห็นไฟจากรถคุณได้ง่าย

แหล่งที่มา http://www.castrol.com