กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

  1. #1

    อ่านข่าวออนไลน์ บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม



    เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน คอหนังจำนวนมากคงเคยผ่านสายตา Schindler’s List ภาพยนตร์ออสการ์ยอดเยี่ยมประจำปี ๑๙๙๓

    โดยผู้กำกับการแสดงชื่อดัง สตีเวน สปีลเบิร์ก
    สร้างจากเรื่องจริงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อทหารเยอรมนีได้สร้างค่ายกักกันชาวยิวเพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวให้หมดสิ้น แต่นักธุรกิจนามชิลเดอร์
    ผู้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนายทหารนาซี ทนเห็นการฆ่าหมู่อย่างโหดเหี้ยมไม่ไหว
    จึงได้เป็นผู้ช่วยชีวิตชาวยิวอย่างลับๆให้รอดจากการถูกแก๊สรมควันตายเป็นจำนวนหลายพันคน



    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม


    (คุณบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์)

    บ้านเราเองก็มีวีรบุรุษนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ช่วยชีวิตเชลยศึกให้รอดพ้นจากการทำร้ายของทหารญี่ปุ่น ในการก่อสร้างทางรถไฟข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี แต่ไม่ค่อยมีใครเปิดเผยเรื่องราวของเขาให้สังคมได้รับรู้ คือผู้ชายชื่อบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์





    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม


    ด้านหนึ่งธุรกิจของเขาเป็นที่รู้จักของคนในเมืองหลวงเมื่อสามสี่สิบปีก่อน คือรถเมล์บุญผ่อง รถเมล์เอกชนบริษัทหนึ่งที่ได้สัมปทานวิ่งรับผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ทางการจะยึดกิจการรถเมล์มาเป็นรัฐวิสาหกิจในเวลาต่อมา

    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    แต่ดูเหมือนชื่อของบุญผ่องเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ประเทศสัมพันธมิตร ผู้รำลึกถึงบุญคุณของท่านมากกว่าคนไทยเสียอีก

    ในปีพ.ศ. ๒๔๘๕ กองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ตัดสินใจสร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเท..พม่าและประเทศไทย เพื่อขนส่งกองทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์จากไทยเป้าหมายคือยาตราทัพบุกยึดพม่าและอินเดียให้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

    กองทัพญี่ปุ่นจึงได้เกณฑ์แรงงานพลเรือนชาวเอเชียกว่าสองแสนคน และทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรอังกฤษ ออสเตรเลียส่วนใหญ่ที่จับได้ในสิงคโปร์ มาเลเซียอีกกว่าหกหมื่นคน เพื่อสร้างทางรถไฟระยะทางสี่ร้อยกว่ากิโลเมตรให้เสร็จภายในปีเดียว จนได้รับการขนานนามว่าทางรถไฟสายมรณะ เพราะคำกล่าวว่า “หนึ่งไม้หมอน คือ หนึ่งชีวิตของเชลย” และเมืองกาญจนบุรี เป็นชัยภูมิสำคัญที่กองทัพญี่ปุ่นเลือกสร้างทางรถไฟ ค่ายเชลยถูกสร้างขึ้น ตลอดเส้นทางตัดผ่าน

    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    เชลยศึกพันธมิตรหลายพันคนต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ การทำงานหนัก การถูกคุมขัง
    แต่เชลยศึกจำนวนมากก็รอดตายจากการแอบช่วยเหลืออย่างเงียบ ๆ ของคนไทยหลายคนผู้แอบช่วยส่งเสบียงและยารักษาโรคให้กับเชลยเหล่านี้ด้วยมนุษยธรรม แม้ว่าหากถูกทหารญี่ปุ่นจับได้ อาจถูกทรมานหรือถูกยิงทิ้งเสียชีวิต

    เวลานั้น นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ เป็นนายกเทศมนตรีมีฐานะดีในเมืองกาญจนบุรี อาศัยบนถนนปากแพรกซึ่งเป็นย่านการค้าของเมือง เป็นพ่อค้าไทยเจ้าของร้านสิริโอสถ ผู้ค้าขายกับทหารญี่ปุ่น ได้รับสัมปทานส่งอาหารให้แก่ค่ายเชลยไปจนถึงทางตอนใต้สุดของทางรถไฟสายมรณะ และประมูลตัดไม้หมอนรถไฟขายให้กับทหารญี่ปุ่นด้วย เวลานั้น ปากแพรกเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าสำคัญ คือแหล่งซื้อขายสินค้าที่ใกล้ค่ายทหารที่สุด และบุญผ่องยังได้เปรียบร้านอื่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษติดต่อกับทหารญี่ปุ่นและเชลยศึกได้เป็นอย่างดีด้วย จึงได้รับความไว้วางใจในการเข้าออกในค่ายเชลยศึก


    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม


    จากอาชีพพ่อค้าที่เริ่มจากการขายสินค้าอย่างเดียว แต่เมื่อได้เข้าไปรับรู้ความทุกข์ยากทรมานของเชลยศึกในค่ายโดยเฉพาะผู้ป่วยจากไข้มาลาเรีย ที่ไม่มียาควินินพียงพอจะรักษาคนไข้ได้ ทุกวันมีคนป่วยตายเอา..พโยนลงแม่น้ำ และในที่สุดเมื่อบุญผ่องได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากหมอเวรี่ ศัลยแพทย์ชาวออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม เขาจึงยอมเสี่ยงชีวิตลักลอบเอายาควินินมาให้หมอเวรี่รักษาคนไข้รอดตายอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งซุกซ่อนอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องใช้ต่าง ๆ แอบมาในเข่งผัก เพื่อมอบให้กับเชลยศึกส่วนใหญ่เป็นชาวออสเตรเลีย อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ หลายครั้งต้องแอบว่ายน้ำเข้ามาในค่ายตอนกลางคืน โดยรอบคอแขวนเครื่องเวชภัณฑ์ และต่อมายังให้ด.ญ.ผณี ลูกสาววัยสิบขวบแอบนำยามาให้เชลยศึกเพื่อไม่ให้ฝ่ายญี่ปุ่นสงสัย


    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม




    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    (เชลยต่างชาติที่ถูกจับมาสร้างทางรถไฟ)

    บางครั้งเชลยศึกหลายคนไม่มีเงิน บุญผ่องให้เชลยกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของ จอห์น โคสต์ อดีตเชลยศึกชาวอังกฤษ ได้เคยบันทึกว่า “พวกเชลยผอมโซ ขาดอาหารและไม่มีเงิน เขาก็ให้กู้โดยมีสิ่งของ เช่นนาฬิกา แหวน หรือซองบุหรี่เป็นประกัน พวกเรายังไม่ค่อยเชื่อใจเขานัก แต่กาลเวลาพิสูจน์ เขามีสัจจะตามคำพูดทุกอย่าง เขาคืนสิ่งของให้กับทุกคนที่มาไถ่”

    สุดท้ายเมื่อคุณสุรัตน์ ผู้เป็นภรรยาของบุญผ่องทราบเรื่อง ก็เกิดการทะเลาะกันในครอบครัวอย่างรุนแรง ฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการให้ครอบครัวมีอันตราย แต่อีกฝ่ายหนึ่งยอมเปลืองตัวเพื่อช่วยชีวิตผู้คนไม่ให้ตายไปต่อหน้า แม้ต้องเดิมพันชีวิตด้วยครอบครัว ภรรยา ลูกสาวและครอบครัวของสิริเวชชะพันธุ์ทุกคน

    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    (ทางรถไฟจุดที่อันตรายที่สุด)

    กระทั่งปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๗ สงครามโลกใกล้สงบ กองทัพญี่ปุ่นกำลังพ่ายแพ้ทุกสมรภูมิรบ บุญผ่องได้ถูกลอบยิงในเมืองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสันนิษฐานว่ามาจากคนที่ไม่พอใจบุญผ่องช่วยเหลือทหารเชลยศึก ต่อมาหมอเวรี่ได้เคยบันทึกไว้ว่า “บุญผ่องรอดตายจากการถูกยิง กระสุนทะลุเข้าที่หน้าอก” แต่ด้วยฝีมือความพยายามอย่างสุดชีวิตของทีมแพทย์ของอดีตเชลยศึกเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งบุญผ่องรอดพ้นอันตราย มีชีวิตยืนยาวต่อมาจนออกมาทำธุรกิจรถเมล์บุญผ่อง โดยได้รับการช่วยเหลือจากทหารฝ่ายสัมพันธมิตรยกรถบรรทุกร่วม ๒๐๐ คันที่ยึดได้จากทหารญี่ปุ่น ให้เขามาประกอบธุรกิจรถประจำทางในเมืองหลวงในปีพ.ศ. ๒๔๙๐

    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    หลังสงครามอดีตเชลยต่างชาติและชาวต่างชาติต่างยกย่องให้เขาเป็น…วีรบุรุษแห่งทางรถไฟสายมรณะ…ผู้ที่ชาวต่างชาติหลายพันคนยืนยันว่า “ พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณนายบุญผ่องตลอดชีวิต เป็นหนี้…ที่ใช้คืนไม่หมด!!! ”

    ในปีพ.ศ. ๒๔๙๑ นายบุญผ่อง ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากรัฐบาลออสเตรเลีย อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ และทุกวันคริสต์มาส เขาและภรรยาได้รับจดหมายอวยพรและของขวัญจากเชลยศึกเป็นจำนวนมาก และพระนางเจ้าอลิซาเบธที่สองและพระสวามี เมื่อครั้งเสด็จมาเยือนเมืองไทยในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับสั่งให้บุญผ่องและภรรยาเข้าเฝ้าและร่วมโต๊ะเสวยด้วย และได้รับการประดับยศเป็นพันโทบุญผ่องของอังกฤษและเนเธอร์แลนด์

    บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

    จนเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๒๕ มีการตีพิมพ์ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลียรายงานว่า วีรบุรุษสงครามโลกชาวไทยได้เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจพอง มีการสัมภาษณ์อดีตทหารผ่านศึกหลายคน กล่าวยกย่องความกล้าหาญและทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้เพราะผู้ชายไทยคนนี้

    ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ในวันเปิดพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดในวันเปิดพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด กาญจนบุรี เพื่อรำลึกถึงทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ รัฐบาลออสเตรเลียโดยนายจอห์น โฮวาร์ด นายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้บันทึกความกล้าหาญของนายบุญผ่องเอาไว้โดยมอบใบประกาศยอมรับว่าพวกเขาเป็นหนี้นายบุญผ่อง โดยมอบให้กับหลายชายนายบุญผ่อง และระบุในใบประกาศว่า

    “ ขอให้ประกาศนียบัตรฉบับนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสำนึกในบุญคุณ อันหาที่สิ้นสุดมิได้ของเรา สำหรับการกระทำที่เปี่ยมไปด้วยคุณงามความดีของบรรพบุรุษของท่านและขอให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอบอุ่นของมิตรภาพของเรา ซึ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่สงครามเป็นต้นมา…”

    ในช่วงชีวิตของคนเราที่อายุยืนยาวมาหลายสิบปี คนอื่นจะจำชีวิตของเราได้ในบางช่วงที่สำคัญเท่านั้น ชีวิตของคนคนหนึ่งจะให้คนอื่นจดจำอย่างไร เรามีสิทธิ์เลือกได้


    สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน เรียบเรียง

    ข้อมูลจากพันทิป ดอทคอม

    ภาพจาก สารคดี
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 10-01-2014 at 19:11.


  2. #2

    อ่านข่าวออนไลน์ ไม้หมอนสุดท้าย บนเส้นทางสายมรณะ


    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=EN2w-1Uh0gc

    สารคดีเกี่ยวกับคุณบุญผ่อง

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    เคยได้ดูเหมือนกันค่ะ กล่าวกันว่า..การที่ปท.ไทยไม่ต้องตกเป็นปท.ที่แพ้สงครามตามญี่ปุ่นไปด้วยนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะขบวนการเสรีไทยอย่างเดียว.. เรื่องของคุณบุญผ่องก็มีส่วน จากการบอกกล่าวของเหล่าทหารและนายแพทย์ที่ตกเป็นเชลยสงครามสู่ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับทราบด้วยค่ะ

  4. #4
    ค่ะพี่ส้มป่อย เคยอ่านเจอเหมือนกันค่ะ เรื่องของสงครามเป็นเรื่องของผู้แพ้และผู้ชนะแต่ความมีน้ำใจช่วยเหลือคนที่่ดือดร้อนโดยเอาความกล้าหาญ และมนุษยธรรมหาได้ยากมากๆเพราะทุกๆล้วนแล้วแต่กลัวตายค่ะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •