ราชินีแห่งผลไม้



" องุ่นแดง " จัดเป็นราชินีแห่งผลไม้ทุกชนิด

สีแดงเข้มของผลองุ่นประกอบด้วยสารฟลาวโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ องุ่นแดงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน ซี, บี, โปรตีน, สารแอนโธไซยานิน, แมงกานีส, โปแตสเซียม และอื่น ๆ มีแคลอรี่ต่ำ แต่ใยอาหารสูง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ, โรคมะเร็ง เสริมสร้างร่างกายให้ต่อต้านเชื้อโรค และสมานแผลได้

การวิจัย ที่ทำการทำลอง ถึงผลของการบริโภค องุ่นแดง ว่าสามารถ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก และ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้หรือไม่ โดยทำการทดลองกับหนูซึ่งได้รับการทำหมัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน และให้องุ่นแดงเสริมไปในอาหาร และทำการเปรียบเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับองุ่นแดง หนูที่ได้รับอาหารปกติ แคลเซียมและแร่ธาตุในกระดูกลดลง และยังมีภาวะกระดูกเปราะมากกว่าหนูที่ได้รับอาหารปกติ แต่ในการบริโภคองุ่นแดง เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนนั้น ต้องอยู่ปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม

ในผลองุ่นมีวิตามินและสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะที่เปลือกและเมล็ด อย่างที่เราเคยได้ยินถึงการสกัดน้ำมันจากเมล็ดองุ่นมาเป็นส่วนผสมในครีม บำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ น้ำมันนี้ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการจับตัวของก้อนเลือด และลดโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (ไขมันไม่ดี) จึงช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัวใจได้ดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ส่วนวิตามินต่างๆที่พบในองุ่นนั้นก็มีมากมายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นได้เร็ว ส่วนหนึ่งเพราะน้ำตาลในองุ่นเป็น น้ำตาลที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย จึงช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกาย และกระตุ้นให้ตับทำหน้าที่ฟอกเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีผลจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์แห่งเมืองนิวยอร์กพบว่า ในองุ่นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า Polyphenols ซึ่งส่วนใหญ่เราจะสามารถบริโภคได้ในรูปของน้ำองุ่นหรือไวน์แดง สาร Polyphenols นี้มีส่วนช่วยให้คนเรามีอายุสมองที่ยาวนานขึ้นและแข็งแรง ทำให้สามารถทำงานและจดจำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

เพิ่มคอลลาเจนด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น :

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น หรือ Grape Seed นั้นได้จากส่วนผิวของเมล็ดองุ่นแดงชนิดเดียวกับที่นำมาทำไวน์ อุดมด้วยฟลาโวนอยด์และไฟโตเคมิคอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ฟลาโวนอยด์ในสารสกัดจากเมล็ดองุ่นที่สำคัญที่สุดคือ โพรอันโธอานิดินส์ (Proanthocyanidins) หรือ PCOs ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบไหลเวียนโลหิตทำให้เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง

อาหารบำรุงผิว :

ด้วยคุณประโยชน์จากสารสกัดใบองุ่นแดง ที่โดดเด่นในการป้องกัน และรักษาอาการบวมน้ำในร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มความกระชับแก่ผิว โดยยับยั้งการทำลายอีลาสตินใต้ผิวได้ถึง 90% เนื้อ ผิวกลับมีความกระชับ การไหลเวียนใต้ชั้นผิวดีขึ้น ผิวที่สวยงามจะต้องมีความยืดหยุ่น และแข็งแรง นอกจากนั้นผิวของเรายังต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันการทำลาย ผิวจากมลพิษรอบตัว รวมทั้งรังสียูวีด้วย

การรับประทานองุ่นให้ได้ประโยชน์มากที่สุดนั้น ความจริงสามารถรับประทานได้ทั้งเปลือกและเมล็ด อย่างที่บอกว่าสารอาหารที่มีคุณค่านั้นอยู่ที่เปลือกและเมล็ดมากกว่าเนื้อองุ่นเสียอีก แต่ถ้าอยากรับประทานทั้งเมล็ดให้ง่ายขึ้น อาจจะทำเป็นน้ำองุ่นปั่นสดๆ ดื่มก็ได้




เครดิต : มูลดี(มูลใส้เดือนคนพิการ)