กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: น้ำใจคนอิสาน (เรื่องเล่าจากเพื่อนที่ทำงานค่ะ..)

  1. #1
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8

    น้ำใจคนอิสาน (เรื่องเล่าจากเพื่อนที่ทำงานค่ะ..)


    ....นานๆมาทีเลยนำเรื่องที่ผมไปพบประสพพบเห็นกับตัวเองและที่อยากนำมาบอกต่อหรืออยากนำมาเผยแพร่ต่อๆเกี่ยวกับนํ้าใจงามๆของคน ณ ปัจจุบันนี้ที่นับวันจะหายากขึ้นเรื่อยๆในสังคมที่ขึ้นชื่อว่า สังคมไทย ที่มีความเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฝื้อ และ แบ่งบัน
    วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2550 เวลา 11.09 น ณ.ตึกผู้ป่วยหนักโรงพยาบาลมหาราชนคคราชสีมา( ตึกเก่าเมื่อ10ปีกว่าๆที่แล้วผมก็เคยไปใช้บริการมาแล้ว )ชั้น8 ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นผู้ป่วยค่อนข้างหนัก ถึง หนักมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นหญิงทั้งหมด ประตูลิฟท์ชั้น8เปิดออกญาติผู้ป่วยพร้อมกับผมและลูกชายผมต่างก้าวขาออกจากลิฟท์ ภาพแรกที่ผมเห็นคือผู้ป่วยที่นอนเรียงรายตามทางเดินตามมุมตึกหรือที่ว่างๆที่พอจะมีที่จะนำผู้ป่วยไปพักรักษ์ษาดูแลได้พูดง่ายๆครับที่จะเดินแทบจะไม่มีมีแต่เตียงผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่มาเยี่ยมเต็มทางเดินแน่นไปหมดและไม่ต้องแปลกใจเลยครับเรื่องของการให้บริการหรือความสะดวกสบายต่างๆที่ทางโรงพยาบาลจะมีหรือจัดหาให้ก็ต้องว่ากันตามสภาพที่เห็นๆหละครับแต่ที่ผมเห็นจากสายตานะครับผมอดภูมิใจไม่ได้สำหรับการให้บริการของทางโรงพยาบาลและบุคคลากร เป็นภาพที่ แพทย์ หมอ พยาบาล ผู้ช่วย และ ส่วนต่างๆที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มโดยเฉพาะแพทย์ที่เป็นผู้หญิงยังสาวๆสวยๆกันทั้งนั้นครับแต่ขยันและมีรอยยิ้มให้ผู้ป่วยตลอกดเวลาที่พูดคุยหรือกำลังตรวจสุขภาพ ส่วนพยาบาลก็ใช่ย่อยครับสวยๆทั้งนั้นเดี๋ยวนี้เขาแต่งหน้าแต่งตากันเกือบจะทั้งหมดว่างั้นเห็นแล้วก็ทำให้โรงพยาบาลนี่สวยงามขึ้นเยอะเลยครับ แวะไปเรื่อยแหละผมก็เห็นยังไงก็เอามาเล่ากันยังงั้นว่าเถอะครับ อึดใจเดียวผมก็เดินมาถึงเตียงผู้ป่วยของญาติผมซึ่งก็ไม่ต่างจากเตียงของผู้ป่วยอื่นๆหละครับ ผมก็เข้าไปพูดคุยไถ่ถามอาการป่วยและอื่นๆพอให้ผู้ป่วยมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆในตัวของผู้ป่วยครับ ผมก็ต้องพูดให้เสียงดังขึ้นอีกนิดเพราะต้องแข่งกับเสียงข้างๆที่กำลังทำเหมือนกับผมอยู่เลยกลายเป็นเหมือนว่าสถานที่นี้เหมือนมีงานสังสรรก็ไม่ต่างครับภาษาที่ได้ยินส่วนใหญ่ก็ภาษาอีสานส่วนใหญ่ครับมีทั้ง อีสานแท้ๆ โคราชแท้ กลางปนอีสาน กลางปนโคราช แม้กะทั้ง กลางแท้ก็มีแต่ที่ไม่ได้ยินก็คือทางเหนือนั่นแหละแม้ก็จะได้ยินได้ยังไงหละครับเพราะที่นี่มันโรงพยาบาลทางอีสานใช่มั๊ยหละฮ่าๆ ท่านใดที่กำลังเรียนภาษาที่น่าสนใจนะครับ ก็ตามนิสัยส่วนตัวของผมแหละครับตาไม่อยู่กับที่กวาดสายตาไปเรื่อยหยุดอยู่เป็นบางที่แต่ก็ไม่นานมากนัก ไอ้ที่นานหน่อยก็ตอนแพทย์สวยๆกำลังตรวจคนไข้เตียงไกล้ๆบางไกลบ้างหรือไม่ก็เจอญาติผู้ป่วยที่สวยๆมาเยี่ยมผู้ป่วยก็ต้องหยุดนานไปบ้างก็ธรรมดาครับคนสวยก็ต้องถูกมองเป็นเรื่องปกติใช่มั๊ย แม้ก็ขนาดผู้หญิงด้วยกันแท้ๆยังชมว่าคนนั้นสวยคนนี้งามเลย แล้วผู้ชายอย่างผมจะเหลือเหรอะฮ่าๆสักพักผมก็เหลือบไปเห็นผู้ป่วยเตียงที่ติดทางเดินขึ้นลงบันได สายตาที่ผมเห็นคือผู้หญิงอายุประมาณ 22 ถึง 25 ปีประมาณนี้ด้วยสายตาอันเชี่ยวชาญเรื่องนี้ฮ่าๆ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่เตียงของตัวเองข้างๆเตียงก็ไม่มีอะไรมากที่เห็นก็มีเพียงพัดลมตั้งโต๊ะ 1 เครื่องของโรงพยาบาลพร้อมกับเหยือกนํ้าอีก1เหยือกส่วนอาหารหรือผลไม้ไม่มีเลยไม่เหมือนกับเตียงอื่นๆครับที่เต็มไปด้วยของเยี่ยมไข้และญาติพี่น้องที่มาดูแลมากมายอย่างน้อยก็เตียงหนึงก็ประมาณ 2-3 ท่านต่อเตียง ส่วนเตียงของน้องที่ผมเห็นไม่มีอย่างที่ผมว่ามาเลยครับ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็แค่ผู้ป่วยคนหนึ่งที่มารับการรักษาจากทางโรงพยาบาล เวลาผ่านไปจนถึงห้าโมงเย็นซึ่งอีกชั่วโมงเดียวผมและลูกชายก็ต้องกลับแล้วเพราะหมดเวลาเยี่ยมไข้ผู้ป่วยซึ่งเป็นเวลาที่ทางโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศกำหนดไว้ ผมซึ่งนั่งๆเดินๆบริเวณนั้นก็เลยเดินเลยไปยังเตียงของน้องคนั้นครับ โอ้แม่เจ้าน้องเขาหน้าตาสวยครับ ผิวพรรณดี ทาเล็บแดง พูดง่ายๆผมสังเกตุน้องเขาเกือบหมดว่างั้นเลย แต่ที่อดที่จะคิดไม่ได้ว่าน้องเขาไม่มีญาติหรือพ่อแม่พี่น้องหรือแฟนมาเยี่ยมหรือไงวะมันอดคิดไม่ได้จริงๆครับ สักพักน้องเขาก็พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง มือก็พยามยามเอื้อมไปหยิบเหยือกนํ้าเพื่อที่จะเทนํ้าลงแก้วเพื่อดื่มแก้กระหาย ผมมองดูแล้วน้องเขาพยามยามอยู่นานครับแต่ที่เห็นภาพน้องเขาไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลยครับ ไอ้ผมจะเขาไปช่วยด้วยเจตนาดีก็กลัวสายตาอื่นๆมองมาแล้วเฮ้อไม่อยากคิดเดี่ยวหาว่าเราหัวงูอีก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อก้มีผู้หญิงเตี้ยๆวัยกลางคนเป็นคนอีสานแท้ๆเดินเข้ามาช่วยเทนํ้าให้น้องดื่มส่วนน้องก็มารยาทใช้ได้ครับยกมือไหว้ก่อนรับแก้วนํ้าสมกับหน้าตาของน้องเขาจริงๆแล้วบทสนทนาต่อไปนี้ซิที่ทำให้ผมแทบจะ..... เฮ้อเรื่องมันเศร้าครับเรื่องมันเศร้าจริงๆ
    ผมขอใช้นามแทนผูหญิงของเรื่องนี้ทั้ง 2 ท่านก็แล้วกันนะครับการพูดโต้ตอบการใช้ภาษากันระหว่างผู้ป่วยและผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของผู้ป่วย ผมอาจจะใช้สำเนียง และ ภาษาสื่อไม่ถูกต้องนะครับคงไม่ว่ากันนะครับ
    บทสนทนา
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อีนางเอ็งไม่มีใครมาเยี่ยมหรือ
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ไม่มีคะพี่
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วหนูเป็นอะไรหละถึงมานอนป่วยอยู่นี่
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 15 ปีแล้วคะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วอาการเอ็งเป็นยังไง ( ปากแกก็ถามน้องพร้อมกับบีบนวดตัวของน้องเพราะน้องบนว่าปวดหลัง )
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้ตาหนูข้างหนึงมองไม่เห็นแล้วคะเบาหวานมันลามขึ้นตาแล้วคะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อกับแม่ไม่มาเยี่ยมหรือ
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่หนูยังเด็กๆอยู่เลยคะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูอยู่กับใครหละนังหนูถามเสร็จก็เดินไปที่เตียงของญาติแกแล้วหยิบเอาส้มมาถุงหนึงพร้อมกับกระเป๋าเงินเล็กๆอันหนึงแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงน้อง
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูอยูกับพ่อแต่พอหนูเรียนจบม3ก็ออกมาหางานทำที่โคราชนี่คะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูทำงานที่ไหนหละ ( พร้อมกับปลอกเปลือกส้มแล้วป้อนส้มให้น้องกินไปเรื่อยๆเท่าที่ผมเห็นก็หลายผลเลยหละครับ ผมว่าน้องเขาคงหิวมากๆเลย )
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูทำงานในตัวเมืองนี่แหละคะเป็นเด็กเสริฟตามร้านอาหารคะ ( ตอนนี้นํ้าตาของน้องเริ่มค่อยๆเอ่อทั้งสองข้างพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความประทับใจที่ได้จากคนที่ไม่ใช่ทุกๆอย่างของชีวิตของน้องเขาเลยครับไอ้ผมก็พวกบ่อนํ้าตาตื้นเหมือนกันเฮ้อเริ่มเศร้าได้ใจผมหละ )
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูเอาเงินที่ไหนมารักษ์ษาหละหนูเอ้ย
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็เงินที่หนูทำงานเก็บเงินนี่แหละคะพี่ตอนแรกๆก็คิดจะเก็บไว้เรียนต่อคะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูรู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวานนะ
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อ้อมีอยูวันหนึงหนูหน้ามืดเป็นลมเขาพาหนูมาที่นี่แหละคะก็เลยรู้ว่าหนูเป็นเบาหวานคะ
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วทำไมปล่อยให้มันลามขึ้นมาถึงตาได้หละจะหนู
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็หนูไม่ค่อยมีเงินคะ แค่ที่ที่ทำงานอยู่หากินไปวันๆจะมีเก็บก็น้อยนิดคะพี่
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อหละไปไหนหละและญาติๆไม่มีมาช่วยเหลือเลยรึหนู
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้หนูไม่มีใครแล้วจริงๆคะ พ่อก็ย้ายไปไหนก็ไม่รู้พ่อแกไม่ยอมส่งข่าวมาบอกหนูเลย ( นํ้าตาของน้องตอนนี้ยิ่งไหลเพิ่มขึ้น )
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วจะทำงัยหละค่ารักษา ค่าหมอ แล้วค่าอื่นๆจะเอามาจากไหนหละหนูเอ้ย
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็ใช้บัตรสุขภาพคะ จากที่ทำงานเขาก็พอมีช่วยบ้างคะพี่
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นเอ้าพวกพี่ๆช่วยได้เท่านี้แหละ(ต่างคนต่างล้วงกระเป๋าตังค์คนหละ 20 บ้าง 50 บ้าง 100บ้าง )แล้วยื่นให้น้อง
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( น้องก้มกราบพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแล้ว เฮ้ยมันเศร้าจริงๆครับพี่น้อง )
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : มามะเดี๋ยวพี่ช่วยป้อนให้ ( พอดีได้เวลาอาหารเย็นของทางโรงพยาบาล ก็จะมีคนเข็นอาหารเย็นมาให้แต่หละเตียง )
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( ภาพพี่คนหนึงป้อนข้าวเด็กสาวคนหนึงที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของตัวเอง คุณคิดว่าภาพนี้จะเป็นภาพที่สวย ภาพที่เห็นแล้วจะมีความสุขขนาดไหน )
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อร่อยมั๊ยหนู ( พี่แกป้อนไปก็คุยกับน้องไป )
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อร่อยคะ ( ยิ้มไป เขี้ยวไป นํ้าตาก็ไหลไป เอ้าผมเห็นแล้วแทบจะเดินหนีจากภาพที่เห็นครับ )
    หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นพี่ๆกลับก่อนนะ พรุ่งนี้อยากกินอะไรมั๊ยเดี๋ยวพี่ซื้อมาให้ ( พร้อมกับยื่นถุงส้ม กับ ถุงนมให้น้อง ก็เอามาจากเตียงของญาติผู้ป่วยเขานั่นแหละครับ แบ่งๆกัน )
    ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ไม่เป็นไรคะ ( ภาพนี้แหละครับแทบจะร้องให้ตามน้องเขาเลยครับ เป็นภาพที่พี่ๆเดินลงบันไดกลับบ้าน แล้วน้องมองตามเหมือนพ่อแม่และญาติพี่น้องมาเยี่ยมแล้วกำลังกลับบ้านครับ )
    ผมเห็นนํ้าใจจากผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีให้เด็กสาวคนหนึงที่ไม่ใช่แม้กระทั่งญาติหรือคนรู้จัก ซึ่งถามว่ามันมีด้วยหรือกับสังคมบ้านเรา ณ ปัจจุบันนี้ ถ้าจะให้ผมตอบคงตอบได้ครับ ยังไงซะสังคมบ้านนอก สังคมชนบท ยังไงก็ดีกว่า สังคมคนเมือง แน่นอนครับ หรือ คุณว่าไม่จริง

    อ่านเเล้วน้ำตาจะไหลคะ... ซึ้งมาก น้ำใจคนอิสาน (เรื่องเล่าจากเพื่อนที่ทำงานค่ะ..)

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ ตรี ศรีเมืองใหม่
    วันที่สมัคร
    Apr 2006
    ที่อยู่
    หนุ่มอุบล คนศรีเมืองใหม่
    กระทู้
    4,876
    ซึ้งจริงๆครับน้องไก่..อ่านคนเดียวยามเกือบตี 2 แฮงเศร้าและซึ้ง เป็นเรื่องที่ควรนําเสนอเป็นอย่างยิ่ง แสดงออกถึงการมีนําใจของไทอิสานบ้านเฮา เอาไป 5 ดาวครับกระทู้นี้

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    บู๋ยย..อยากให้เพิ่มอิกจักดาวเด้ะเนาะ..ห้าดาวนึง มะสิพอ..ฮ่าๆๆ..

  4. #4
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ มั่วหน่าฮ่าน
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    กระทู้
    1,963
    ฮ่วย...ให้ฮ้องไห้นำแน่จักคน...หมา-แมว หลงมากะยังเลี้ยงเน๊าะ..นี่คนแท้ๆบ่เบิ่งกันสิไปเบิ่งไผ..

  5. #5
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ บ่าวชัยภูมิ
    วันที่สมัคร
    May 2007
    กระทู้
    550
    น่าเหลือโตน "ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง)" บ่มีคนมาเบิ่งเลย

  6. #6
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ฝนหลวง
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    1,444
    ซึ่งหลายครับ เกี่ยบไห่นำ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •