กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: “เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที ่จูงมือชั้นออกไป”

  1. #1
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8

    “เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที ่จูงมือชั้นออกไป”


    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมากลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ

    “เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป”

    ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขนรถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเราเพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่าผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้านดังนั้นผมจึงทำตามเธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี...ในวันถัดๆมาทุกอย่างก็เหมือนเดิมเรามีลูกด้วยกัน... ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว... เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...

    ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกันลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย ....

    เจนเข้ามาในชีวิตของผม ....ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่าคุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุก คน ถวิลหา...คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ๆ ..เธอบอกว่าวันที่คุณประสบความสำเร็จผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...ผมเริ่มรู้สึกลังเล... "ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....ผมปลีกตัวออกจากเจน“ วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะผมต้องเข้าออฟฟิศ” ... แน่นอน...เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

    แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆแล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก...ทุก ๆเย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวีทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...หรือ...ถ้าผมจะเลือกเป็น ...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

    วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผม นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...เธอจะเป็นอย่างไรวันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....เธอเหมือนจะรับรู้มันได้...แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

    ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย... ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า.. คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...เธอร้องไห้อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ ..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุกๆ อย่างในบ้านทั้งรถ...หุ้นบริษัท30% ผมยกให้เธอหมด ....เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว... การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ.. ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกันผม ยอมรับด้วยความเต็มใจ... ผมรู้ดีว่าเธอคิดถึงวันดีๆเหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

    ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้... คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

    เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่าว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย ....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

    วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป... เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

    ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก... ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆอีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...

    ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้นผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

    และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง ....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า.. ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน... ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่าเจน.......ผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผมแตะหน้าผากผม..คุณสบายดีหรือเปล่าเจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริงๆ...ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม ...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย.........ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้ หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่ ...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ ตรี ศรีเมืองใหม่
    วันที่สมัคร
    Apr 2006
    ที่อยู่
    หนุ่มอุบล คนศรีเมืองใหม่
    กระทู้
    4,876
    :g:g:gบทความนี้โดนใจมากครับน้องไก่...เอาไป 5 ดาว สําหรับกระทู้นี้

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    ....จะแม่นเพิ่นสรรหามาให้อ่านน้อ.(.คั่นบ่ลดนําหนักนิ เฮ็ดบ่ได่เด้อมุขนิ..เอิ้กๆ..) แต่ละเคสนิกินใจคักขนาด..ชีวิตกะแนวนิล่ะ มีปัญหาคือกันเหมิด..แต่บ่คือกันจักคู่ดอก..เดี๋ยวน้องไก่กะสิรู้ดอกเนาะ..(บ่มีเขียนในตำราเด้อ)อิกบ่ดนดอก..อุอุ..

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •