กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: หยุด ! กินหมูกะทะ..

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ต้นข้าว
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    กระทู้
    617

    หยุด ! กินหมูกะทะ..



    หยุด ! กินหมูกะทะ..


    หมูหนึ่งตัวถูกเลี้ยงเพียงไม่กี่เดือน ก็สามารถขายได้แล้ว เพราะปัจจุบันนี้การเลี้ยงสัตว์ จะมีสารเคมีและฮอร์โมนผสมในอาหาร เร่งให้สัตว์เลี้ยงเจริญเติบโต

    และอ้วนท้วนสมบูรณ์เร็วขึ้น ไม่ว่าหมูหรือไก่ คนที่กินเนื้อหมูเนื้อไก่บ่อยก็จะอ้วน โดยเฉพาะเด็กที่ชอบกินไก่ทอด ก็จะเป็นเด็กที่อ้วนและโตเกินวัย

    หมูย่างเกาหลี เป็นที่นิยมของคนไทย เปิดร้านอยู่ที่ไหน คนเต็มแน่นทุกร้าน ในราคา 69 – 99 บาทต่อคน กินได้ไม่จำกัด

    มองดูทุกคนในร้าน กินกันอย่างมีความสุขเอร็ดอร่อยด้วยชิ้นเนื้อและเครื่องใน แต่เบื้องหลังของชิ้นเนื้อที่รับประทาน คือความตายของหมูและสัตว์น้อยใหญ่

    หมูจำนวนมากถูกขังรวมไว้ในคอกเดียวกัน ทุกตัวก็ดูอิสรเสรี มีความอบอุ่น ทักทายกันตามประสาหมูๆ

    จนถึงเวลาเข้าสู่ยามวิกาล ประมาณ 5 ทุ่ม

    คนกลุ่มหนึ่ง เขาจะสวมกางเกงขาสั้น รองเท้าบูท มีผ้าขาวม้าคาดศีรษะ ร่างกายทะมัดทะแมงเดินเข้าไปใน คอกหมูคนหนึ่งถือไม้เหลี่ยมอันเหมาะมือ คนหนึ่งถือมีด และถังใบย่อม

    สัตว์น้อยผู้น่ารักเริ่มรู้ชะตาชีวิตของตน ด้วยสัญชาตญาณว่าความตายกำลังจะมาถึง ทุกตัวต่างแตกตื่น เบียดเสียดกันเพื่อที่จะหาที่พึ่งพิง...

    นักฆ่าเหล่านี้ เขาฆ่าและทำบาปจนเคยชิน จึงมองไม่เห็น ถึงความน่ารักน่าสงสาร เงินที่เป็นค่าจ้างหนึ่งร้อย หรือ สองร้อย บาทต่อตัวรออยู่ตรงหน้า

    เขาจึงเดินรี่เข้าไปหากลุ่มสัตว์เหล่านั้น พร้อมกับแยกตัวหนึ่งตัวใด เมื่อไหร่ที่หัวมันโผล่มาเด่นชัด ไม้เหลี่ยมในมือตีลงกลางแสกหน้ามันอย่างสุดแรง เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด

    ไกลเป็นกิโลเมตรก็ยังสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

    เพียงมันล้มลงไปบนพื้น มีดปลายแหลมก็จ้วงแทงที่ลำคอ และบีบเค้นเลือดลงในถังที่รองรับจนหมดกาย ปล่อยร่างให้ดิ้นชักกระตุกอยู่บนพื้น

    ชีวิตเหล่านั้นยังคงหายใจรวยระริน เพชฌฆาตก็เอาตะขอเหล็กเกี่ยวที่ฟันมัน ลากคอไปรอข้างนอกด้วยอาการชักกระตุกอย่างไม่สนใจใยดี นักฆ่าจะทำเช่นนี้ประมาณ 4 – 5 ตัว

    เขาจึงวางไม้ลง และนำหมูที่ฆ่าแล้วไปลงในกระทะ น้ำร้อนทั้งๆ ที่ยังชักกระตุกอยู่

    จากนั้นก็นำมาขูดขนทั้งตัว แล้วตัดหัวเอาเชือกผูกขาทั้งสี่ให้หงายท้องขึ้น เอามีดเล่มใหญ่ที่คมกริบผ่าท้องควักตับไตไส้พุงออกมากอง

    จากนั้นก็ถูกผ่าซีกแยกจากกัน นั่นคือ เสร็จสิ้นสำหรับกรรมวิธีในการฆ่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อหมูหนึ่งตัว หมูที่ถูกผ่าซีก เนื้อยังสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน

    หากท่านที่ยังมีเมตตาจิต

    ได้เห็นได้ยินสภาพการณ์ฆ่าหมู และเสียงร้องเช่นนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า ท่านจะไม่กล้ากินเนื้อหมูอีกต่อไป

    เพราะเขาถูกฆ่าด้วยความโหดร้าย ชีวิตต้องตายทั้งเป็น เพื่อนที่อยู่ในคอกมองเห็นเพื่อนตายต่อหน้า จิตคงกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัว

    แต่เขาก็ไม่มีทางหนีรอดและขอร้องได้ รอเพียงว่าใครถูกฆ่าก่อนฆ่าหลัง ทุกตัวในคอกต้องถูกฆ่าหมด ด้วยสภาพเดียวกัน

    คอกหนึ่งสิบยี่สิบตัว เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็กลายเป็นชิ้นส่วนออกมาตั้งแผงรอคนซื้อ สดๆ ร้อนๆ

    หมูตัวหนึ่งมีหนึ่งชีวิตหนึ่งจิตญาณ บาปกรรมนั้นใครเป็นผู้รับ จากคนเลี้ยง คนฆ่า คนขาย คนกิน ใครรับบาปกรรมมากกว่ากัน ลองคิดดู...?

    คนเลี้ยง ๆ เพื่อขาย คนฆ่า ๆ เพื่อค่าจ้าง คนขาย ๆ เพื่อเงิน คนซื้อ ๆ เพื่อกิน ก็แบ่งกันไป ฟ้ายุติธรรม ทุกคนมีส่วนร่วม หากไม่มีคนกิน คงไม่มีคนฆ่า ไม่มีคนเลี้ยง

    สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตาตรัสว่า...

    “เราฆ่าวัวฆ่าควายเป็นประจำ เราก็ต้องไปเกิดเป็นวัวเป็นควายให้เขาฆ่า เราฆ่าอะไร เราก็ต้องไปเกิดเป็นอย่างนั้น”

    “เพื่อมาชดใช้กัน เป็นวัฏฏะที่ต้องหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปหลายชาติ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จึงจะชดใช้หมด”



    ++++++++++


    คัดลอกจากหนังสือ :

    หยุด! ก่อนสายเกิน

  2. #2
    ฮือๆๆ ต้นข้าว น้องคงต้องตั้งว่า ห้ามกินหมูอีกต่อไป พุ่นแล่วน้องเอ๋ย

    เวลาพี่ไปกินหมูกะทะ ส่วนใหญ่กะกินแต่ผักต้ม กับไข่ ทอนั่นหล่ะ หมูนี่ แค่เล็กน้อยยยยย ::)

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •