กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: “ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”

Blogger
  1. #1
    Gay_Sisaket
    Guest

    “ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”


    “ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”

    [ขอความกรุณาห้ามเอาบทความของผมไปลงในเว็ปอื่น ก่อนที่ผมจะโอเคเด้อครับ]

    เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาเพราะโทรมือถือมีสายเรียกเข้ามา
    ผมมองดูชื่อที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ...
    ผมได้แต่จ้องมองมันสั่นอยู่อย่างนั้น ไม่รับ และปล่อยมันหยุดไปเอง


    ผมไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากไปไหน อยากนอนอยู่เฉยๆ
    นอนบนเตียงนิ่งๆ ผมเหงนมองเพดาน แล้วค่อยๆหลับตาลอง
    ผมนอนอยู่แบบนี้ นอนเหงา นอนหนาว หว้าเหว่ แบบนี้มาได้ห้าปีแล้ว
    ผมมีรูปแบบชีวิตที่เรียบง่าย..นอน ตื่น ไปทำงาน เลิกงาน อ่านหนังสือ นอน
    ทุกอย่างเหมือนเดิม ใช่ว่าผมจะไม่มีเพื่อนที่รักผม มีเจ้านายที่เข้าใจ
    แต่ “ความรัก” ผมหายไปไหน?
    ทำไมผมถึงไม่ค่อยมีความรู้สึกตอบรับกับคำว่ารัก
    แค่รู้สึกเฉยๆ หรือว่ามุมมองความรักของผมมันเปลี่ยนไป


    วันนี้เป็นวันหยุดผม การปิดมือถือเบอร์ที่เป็นเบอร์ที่ใช้ติดต่อเรื่องงาน
    ทำให้ผมได้มีเวลาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ผมจะเปิดเบอร์ส่วนตัวไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
    เพราะไม่อยากพลาดการติดต่อจากญาติๆทางบ้าน หรือแม่ของผมที่อยู่ต่างจังหวัด
    คนที่ทำงานที่รู้เบอร์ส่วนตัวของผม เห็นจะมีเพียงผู้จัดการแผนกผมเท่านั้น
    ซึ่งเค้าเป็นคนที่ไม่เคยกวนเวลาพักผ่อนผมเลยถ้าไม่ใช่เรื่องที่รอไม่ได้จริงๆ
    (เรื่องเดียวที่ผมไม่เคยรู้สึกว่าโดนก่อกวน คือการโทรศัพท์มาตามผมไปกินเหล้า)


    ตอนบ่ายวันนี้ฝนตกหนัก...ผมนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆขาวๆสะอาดของผม
    ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผมน่าจะเขียนอะไรสักอย่างหนึ่ง..ก่อนทีผมจะไม่มีโอกาสได้เขียน

    “ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”

    อย่าลืมตามอ่านนะครับ...................



    เพิ่มใหม่ 08 ก.พ 2551 @ 16.55 pm

    มีนาคม 2537

    ตายห่า...โถชีวิต…
    ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเก่งหรือเรียกว่าอะไร ทำไมผมถึงผ่านชีวิตม.ปลายมาได้โดย
    ไม่มีแฟน..นี่ละน่ะคนเรา หรือว่าผมไม่หล่อ อันนี้ท่าจะใช่...ฐานะทางบ้านจนก็ออกจะปานนั้น
    เรื่องที่ผมกำลังเขียนเริ่มจะส่งกลิ่นเน่าๆแล้วสิ...หรือว่าใครเอาน้ำล้างเล็บขบมาเททิ้งแถวนี้นะ


    ย้อนกลับไปเมื่อตอนอยู่ ม.2
    บ่ายวันหนึ่ง มีการประชุมเพื่อเลือกประทานสีม่วง มีการเสนอชื่อรุ่นพี่ ม.6 หลายคน
    เพื่อลงสมัครเป็นตัวแทนประธานสี แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ทุกคนในหอประชุมถึงกับอึ้งไป
    ชั่วขณะ เด็กม.4 คนหนึ่งลุกขึ้นแล้วเสนอชื่อเพื่อนตัวเองคนหนึ่งลงสมัคร
    ประธานสีครั้งนี้ ผมและเพื่อนหันไปดูหน้าคนที่ถูกเสนอชื่อ พี่เค้าลูกขึ้นอายๆ อย่างเสียไม่ได้
    “โอ..มายกอด...โอมายกอดดดดด” ผมพึมพำในลำคอ
    “จีเวร! เปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาคริสตั่งแต่เมื่อไรวะ?” เอินเพื่อนผมตบหัวผมเข้าให้
    “มึงเชื่อในรักแรกพบเปล่าวะเอิน” ผมจ้องมองคนที่ยืนตรงนั้นตาไม่กระพริบ
    “เชื่อดิ..กูเชื่อว่าเค้ารักแรกพบของมึง..และกูเชื่อสนิทเลยว่ามึงเป็นฝันร้ายของเค้าแน่ๆ”
    “ขอบคุณมากกก..มึงเป็นเพื่อนที่เข้าใจกูดีเหลือเกิน จีเอิน!!!”
    “ชอบมันได้ไงวะโอ?” โอชื่อผมเองครับ
    “ม่ายรู้วะ กูอธิบายไม่ถูก กูเริ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆเวลามองหน้าเค้าคนนั้น”
    “แหวะ!”
    “มึง..ว่ารักแรกกูจะเป็นยังวะเอิน?”
    “กูไม่รู้วะ...แต่รู้สึกเหมือนกำลังเห็นหมาเห่าเครื่องบิน”
    “กูไม่รู้วะ...กูรู้แต่ว่าชีวิตกูกำลังเริ่มเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่นาทีนี้แล้ว...เหมือนการเปลี่ยนจากดูทีวีขาวดำ
    มาเป็นดูทีวีสีเลยวะ”
    “จริงๆเหรอ? มึงแน่ใจมากขนาดนั้นเลยเหรอวะ” มันทำเซ็งๆมองมาทางผม จ้องตาผม แล้วหันไปทางคนคนนั้น


    หลังจากวันนั้น ผมไปโรงเรียนทุกวัน ชะเง้อมองเค้าทุกวัน ผมอยากให้ทุกวันเป็นวันที่ต้องไปโรงเรียน
    แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า ผมกำลังจะเสียเพื่อนรักของผมไปเพราะรักครั้งนี้



    [ปล. รบกวนช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ]

  2. #2
    Gay_Sisaket
    Guest

    ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ/ เพิ่ม 10 ก.พ 2551

    อย่างที่ผมได้เอ่ยไปแล้ว มันเป็นรักแรกพบของผม แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือมันยังพ่วงตำแหน่งครั้งแรกของผมด้วย
    มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “เราจะไม่เชื่อในความเจ็บปวดของโรคปวดตามข้อเท้าหรือเชื่อในรักแท้ คนกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง” [ผู้กล่าวเป็นฝรั่ง กล่าวไว้ว่า We don't believe in rheumatism and true love until after the first attack.]

    ผมเชื่อแล้วว่ารักแรกพบมันเกิดขึ้นได้จริงๆ มันไม่มีคำอธิบายเพราะคุณไม่สามารถหาคำจำกัดความที่ตรงที่สุด
    มาบรรยายได้ แต่มันก็ไม่อยากเกินที่จะเข้าใจ โดยเฉพาะหากว่ามันได้เกิดขึ้นกับตัวของคุณเอง



    ผมเป็นคนขี้อายครับ มันจึงเป็นรักครั้งแรกที่ไม่มีพัฒนาการ ไม่มีความคืบหน้า มันจึงกลายสถานภาพเป็น
    การแอบรักแต่เพียงฝ่ายเดียว รักมากๆคิดถึงมากๆหลงมากๆ มันเป็นความรู้สึกดี ที่แฝงไปด้วย
    ความเจ็บปวด ผมไม่กล้าคาดหวังอะไรเลย เหตุผลที่ความรักครั้งเรียกของผมออกมาแบบนั้น
    หนึ่ง ผมขี้อายผมมันปอดแหก ผมมันไม่หล่อ
    สอง ผมมันจน มันฟังดูน้ำเน่าไปหน่อย แต่มันเป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้
    สาม ผมกลัวการผิดหวัง เพราะดูจากอะไรหลาๆยอย่างรวมกันแล้ว โอกาสที่รักครั้งนี้สะหวังมันมองไม่เห็นเลย



    หลายเดือนผ่านไป ผมพยายามอยู่เงียบๆ มีเพียงเอินที่รู้ว่าผมจะเป็นจะตายกับรักครั้งมากแค่ไหน
    มันดูเหมือนจะเห็นใจและสงสารผม แต่สุดท้ายผมรู้จากเพื่อนอีกคนหนึ่งว่าตัวเอินเองก็หลงรักคนๆเดียว
    กันกับผม ผมพูดอะไรไม่ออก แต่สุดท้ายแล้วเอินก็ห่างผมออกไปเรื่อยๆ ผมพยายามที่สานต่อความเป็นเพื่อน
    ระหว่างผมกับเอินให้คงอยู่ แต่ผมพยายามเพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เอินไม่ใส่ใจในคำว่า “มิตรภาพระหว่างเพื่อน”
    สุดท้ายผมกับเอินก็เปลี่ยนจากเพื่อนสนิท เป็นเพียงแค่คนที่เรียนโรงเรียนเดียวกันเท่านั้น

  3. #3
    อ่านจบแล่วกะเข้าใจเลยว่า..ความรู้สึกในการแอบรักนั่น
    เป็นแบบได...เพราะว่าชั่วชีวิตกะมีแต่แอบรักและแอบ
    คิดถึงเสมอ...มันมีทั้งสุขและทุกข์...แต่ว่ามันจะมีทุกข์
    มากที่สุด....เหอ ๆๆๆๆ
    :)

    ปล. คอมเม้นท์ให้ตามที่ขอจ้า

  4. #4
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8
    ฮืมม..เรียกว่า ป๊อปปี้เลิฟ คงไม่ผิดมั่งเนาะ ความประทับใจครั้งเเรก ที่เรียกว่ารัก ... ตั้งเเต่มอ 2 เลยอ่ะ .. เเจ่มๆๆ

  5. #5
    Gay_Sisaket
    Guest
    เพิ่มเติม...การจากไปของรักแรก



    สิ่งที่รักแรกฝากไว้คือ การที่ได้รู้จักความรู้สึกดีๆ ที่ได้รู้ว่าความรักทำให้เรารู้สึกดีได้ยังไง

    และได้รู้ว่ามันส่งผลกระทบกับเรายังไง ไม่ว่าจะในเรื่องของธรรมชาติของหลังชีวะวิทยา

    และหลักฟิสิกส์ และในเรื่องจองสามัญสำนึกต่าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเมื่อความรักจากไป

    ไม่ว่าจะเป็นการจากไปที่เกิดเพราะเราหรือเพราะเขา “ความรักผิดหวังเพราะความรักไม่เคย

    ทำร้ายใคร นอกจากเขาคนนั้นจะทำร้ายตัวเอง”




    รักครั้งที่สองตอน อยู่ ม.3 อันนี้เรียกว่าหลงมากว่า อันนี้ผ่านไป ไม่เล่าถึงดีกว่า

    แต่มันเป็นครั้งที่ผมไอ้คนปอดแหกตนนี้อยากพัก อยากตั้งหลัก อยากหยุดอยู่เฉยๆและใช้ชีวิต

    ง่ายๆแบบเด็กๆ







    หลังจากนั้น 2 ปี (2537) ปีสุดท้ายของชีวิต ม.ปลาย และรักใหม่



    ม.6 แล้ว ได้เวลาทำเสื้อรุ่นประจำ ม.6/2 แล้ว พูดถึง 6/2 หน่อยนะครับ มีนักเรียนทั้งหมด 42 คน

    มีเด็กเรียนสุด และ ดื้อๆที่สุดในรุ่น ห้อง 6/2 ของผมมีเด็กที่โดนหมายหัวจากอาจารย์ฝ่ายปกครองเยอะที่สุด

    แต่พวกที่ดื้อในห้องผม มีประ 8-12 คน แต่พวกมันทุกคนรักเพื่อนๆในห้องทุกคน ใครมีปัญหาพวกมัน

    จะจัดการให้หมด และพวกเด็กดื้อห้องผมยังเป็นพันธมิตรที่ดีกับเด็กดื้อห้องอื่นๆด้วย ห้อง6/2 ที่ผมเรียนอยู่

    เลยเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของม .6 ปีนั้น



    ผมถูกมอบหมายให้เริ่มมือกับได้เด็กดื้อคนหนึ่ง ในภารกิจออกแบบเสื้อประจำห้อง “โจ้” คือชื่อของมัน

    โจ้ดูเรื่องการออกแบบหลักๆของเสื้อ ผมดูรูปแบบข้อเวิร์ดดิ้งภาษาอังกฤษ ด้วยความที่โจ้เป็นเด็กดื้อที่โรแมนติ

    จึงเลือกรูป ของศิลปิน Gun & Roses



    "The love of my life is the love between friends."






    เรื่องมันเกิดเมื่อตอนที่ผมกับโจ้มานั่งทำงานกันสองคน

    มันไอ้เด็กดื้อ ตัวมันสูงๆผอมๆ จมูกโด่งๆ ขนตามันยาวสวย ผมไม่เคยจ้องหน้าใกล้ๆแบบนี้มาก่อน

    ตามันสวยจัง ผมไม่เคยรู้เลยว่า จากที่ผมเคยคิดว่ามันเป็นไอ้เด็กดื้อที่เรียนไม่ค่อยเอาไหน

    ออกจะเกเรด้วยซ้ำ แต่พอมันได้รับมอบหมายให้ทำงานเพื่อเพื่อนแล้ว มันกับเอาจริงเอาจังไม่น่าเชื่อ

    ความรู้สึกที่ผมมีต่อมันเปลี่ยนไปทันที มันเป็นคนที่น่าสนใจ ผมคิดว่างั้นครับ





    “เพื่อนสนิท”

    เพื่อนที่ผมสนิทคนหนึ่ง รับรู้ว่าผมเริ่มมีอะไรบางอย่างแปลกๆ คือมันรู้ว่าผมเริ่มสนใจโจ้

    เรื่องเลยแผ่ไปสู่เพื่อนสนิทผมคนอื่นๆด้วย เพื่อนที่ผมสนิทในกลุ่ม มี นก โอ๊ต อ้อ นุ่ม และเตียง

    เอาแล้วสิ ผมซ่อนความรู้สึกไว้ในใจ และพยายามห้ามพวกมันปากสปอร์ตไลท์เด็ดขาด


    เทอม 1 ผ่านไป

    เทอม 2 ตามมา

    เทอม3 แล้ว.....ผมทนไม่ได้แล้ว ผมต้องบอกออกไป















    โจ้

    อย่างแรกที่ของร้องนายคือได้โปรดช่วยอ่านให้จบ เพราะเราได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเขียนข้อความ
    ที่เราที่เก็บมันไว้กับตัวมานานแล้ว เราใช้เวลาในการคิดใคร่ควรมานานแล้ว ทนอย่างหน่อยนะ
    มันอาจจะไม่มีค่าไม่มีความหมายสำหรับนายเลย ขอให้คิดว่าการอ่านจดหมายฉบับนี้เป็นขอร้อง
    จากเรา เราที่เป็นเพียงแค่เพื่อนนายคนหนึ่งเท่านั้น ขอร้องอีกทีว่าให้อ่านคนเดียว


    เรื่องก็คือ เอ่อ จำวันที่เราทำงานออกแบบเสื้อได้ไหม วันนั้นเราได้ทำผิดต่อนายอย่างร้ายแรง
    เราคิดไม่ซื่อกับนาย สิ่งที่เราคิดกับนายมันมากกว่าเพื่อนธรรมดา ยกโทษให้เราด้วยที่เรารักนาย
    อย่าเพิ่งเกลียดเรา ขอร้องว่าอย่าเพิ่งโยนจดหมายนี้ทิ้ง เรารู้ว่าเราไม่สมควรเป็นอย่างมากที่ปล่อยใจ
    ให้คิดอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรได้มากขนาดนี้ แต่เราคงจะไม่มีความสุขที่ไม่ได้บอกออกไป
    นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่นายจะได้รู้ว่าเราเคยกับนายยังไง


    ตลอดเวลาที่ผ่านมามีทั้งสุขและทุกข์ สุขเวลาที่ได้เห็นนายยิ้ม ทุกข์เวลาที่นายไม่มาเรียน
    ทุกข์เวลาเห็นดื่มเหล้าเมาและขับรถเร็ว


    ต่อไปนี้เราจะมอบแต่ความบริสุทธิ์ใจให้นาย โดยไม่มีสิ่งเกินเลยต่อคำว่าเพื่อน แน่นอนชั่วแรกๆมันอาจ
    ยากหน่อย แต่เราคิดว่าเราจะผ่านมันได้โดยดี


    ขอร้องครั้งสุดท้ายทำลายจดหมายฉบับนี้ทิ้งซะ เผามันทิ้งเราเชื่อว่านายมีไม้ขีดไฟอยู่ในกระเป๋า
    แล้วได้โปรดอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด


    รักเพื่อนเสมอ (รักแบบเพื่อน)
    โอ
    ปล.ขอโทษที่เขียนเป็นจดหมาย เพราะถ้าจะให้พูดกับเราคงไม่กล้า



    แล้วมันก็เงียบไปจริงๆ ผมจบม.ปลายและเข้าทำงานและเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

    <object width="425" height="355"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/4aSRs_rSNwU&rel=1"></param><param name="wmode" value="transparent"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/4aSRs_rSNwU&rel=1" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"></embed></object>

  6. #6
    ยิ่งอ่านยิ่งอยากติดตาม...เหมือนกับร่วมอยู่ในเหตุการณ์พะนะ...อิอิอิ 8)

  7. #7
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,939
    สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามปลอมแปลง หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต

    ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ กำลังจะสร้างเป็นภาพยนตร์ เร็ว ๆ นี้

    :g:g:g

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •