•~ สูตรอายุยืน ~• หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

โดยทั่วไปหลวงปู่ดูลย์ อตุโล มีร่างกายแข็งแรง รูปร่างค่อนข้างสูงโปร่งผิวพรรณผ่องใสสะอาดหมดจด การยืน เดิน นั่ง นอน กระฉับกระเฉงคล่องแคล่วไม่มีอาการรีรอลังเล แม้ท่านจะมีอายุมากก็ตามที เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่อยู่ในวัยเดียวกัน ทุกคนจะยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงปู่เป็นคนแข็งแรงและสุขภาพดี

นายแพทย์ใหญ่ผู้หนึ่ง เคยตรวจร่างกายท่านเมื่อหลายปีมาแล้ว และออกความเห็นว่า หลวงปู่น่าจะมีอายุเกินกว่าร้อยปีแน่นอน

ความคล่องแคล่วในการเดินของหลวงปู่นั้น บางครั้งถึงกับพระเณรเดินตามไม่ทัน ทั้งๆ ที่หลวงปู่ก็เดินตามปกติธรรมดา

การที่หลวงปู่มีสุขภาพแข็งแรงอย่างนี้ เป็นเหตุให้มีผู้ไต่ถามท่านบ่อยครั้งว่า ทำอย่างไรให้มีสุขภาพดีอย่างท่านบ้าง?

หลวงปู่ตอบว่า "เมื่อหิวก็กิน เมื่อง่วงก็นอน และทำงานตามหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่ และความรับผิดชอบเป็นอย่างดี เท่านั้นก็ทำให้แข็งแรงได้"

เมื่อพิจารณาตามคำแนะนำของหลวงปู่ ก็เห็นจริงตามท่าน ปกติร่างกายคนเราเมื่อเกิดความหิวก็ต้องกินกันอยู่แล้ว เพื่อยังอัตภาพร่างกายให้เป็นไปได้ แต่คนทั่วไปไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ได้กินเท่าที่ร่างกายต้องการ แต่กินเพื่อสนองตัณหาคือความอยากด้วย

หลวงปู่กินเมื่อหิว แต่เราล้ำหน้าท่านเล็กน้อย เพราะเรากินเมื่อหิวด้วยและกินเมื่ออยากด้วย

เมื่อหลวงปู่หายหิว และเห็นว่าพอแก่ความต้องการของร่างกายแล้ว ท่านก็พอ แต่พวกเราหายหิวแล้วแต่ยังไม่หายอยาก เมื่อหายอยากด้วยเราจึงจะอิ่มได้ ปัญหาเรื่องสุขภาพจึงติดตามเรามาอยู่ตลอดเวลา

ในเรื่องการนอนก็เหมือนกัน เมื่อร่างกายต้องการพักผ่อนหลับนอน ก็แสดงอาการง่วงให้ปรากฏ หลวงปู่ก็นอน ครั้นร่างกายได้รับการพักผ่อนพอเพียงแล้วท่านก็ตื่นและไม่นอนอีก

พวกเราไม่เป็นอย่างนั้น เรามีการนอนหลายประเภท นอนเพราะร่างกายต้องการพักผ่อน นอนเพราะอยากนอน นอนเพราะขี้เกียจทำงาน นอนอ่านหนังสือ นอนฟังเพลง นอนเล่น นอนเพราะไม่มีอะไรทำ เป็นต้น

อิริยาบถ ๔ ของเรา คือ ยืน เดิน นั่ง นอน จึงดำเนินไปอย่างไม่ได้***ส่วนเหมาะสม ปัญหาด้านสุขภาพจึงติดตามเรามา

การงานและภาระหน้าที่เป็นกิจกรรมจำเป็นสำหรับทุกคน การเอาใจใส่รับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นอย่างดีนั้น ทำให้สุขภาพจิตดี ไม่โลดแล่นไปด้วยอำนาจกิเลสตัณหา ด้วยอำนาจของความเกียจคร้าน ด้วยการทอดธุระ เป็นต้น นอกจากทำให้กิจการงานเสียหายแล้ว ยังทำให้สุขภาพจิตไม่ดีอีกด้วย

สุขภาพจิตดีอันเกิดจากการรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่นี้ มิใช่เป็นเพียงสุขภาพจิตที่ดีอย่างธรรมดา แต่เป็นสุขภาพจิตที่ดีถึงขนาดบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ถ้าได้รับการปฏิบัติอย่างเอาใจใส่เป็นเวลานานพอสมควร

สำหรับภิกษุสามเณร มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อวัตรต่างๆ มีอาจาริยวัตรและอุปัชฌายวัตร รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา และปฏิบัติกิจพระศาสนา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่นำไปสู่มรรคผลพระนิพพานทั้งสิ้น

สำหรับฆราวาสนั้นเล่า ผู้เป็นบิดามารดามีหน้าที่อย่างไร ผู้เป็นบุตรมีหน้าที่อย่างไร ต้องปฏิบัติฆราวาสธรรมอะไรบ้าง เหล่านี้เป็นต้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการปฏิบัติที่นำไปสู่มรรคผลนิพพานด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้น เราท่านทั้งหลาย พึงยังความไม่ประมาทให้เกิดขึ้นในตน วางแนวทางดำเนินชีวิตตามที่หลวงปู่แนะนำ คือ

"เมื่อหิวก็กิน เมื่อง่วงก็นอน และทำตามภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ ด้วยความเอาใจใส่"





ที่มา http://pudule.wimutti.net/history/history075.htm