ตายแล้วไปป่าช้า-คำสอนยอดฮิต...หลวงพ่อปัญญา



...ตายแล้วไปไหน ไม่ต้องไปสนใจมัน
แต่ให้สนใจปัจจุบันว่า ทำตัวดีแต่ไหน
ทำความดีเสียในขณะนี้ ตายแล้วก็จะไปดีเอง...

...หลวงพ่อปัญญามรณภาพ... เป็นข่าวลือหนึ่งที่ลือกันมากสุด
ในช่วงกลางปี ๒๕๔๗ ส่วนเหตุที่เกิดข่าวลือนั้น
เพราะมีพระรูปหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คือ หลวงพ่อปัญญารองเจ้าอาวาสวัดบ้านตาดเศกสันติ
กัลยาณวิสุทธิ์ จ.อุดรธานี มรณภาพ
แต่คนเข้าใจว่าเป็น หลวงพ่อปัญญาวัดชลประทานฯ
ในช่วงที่เกิดข่าวลือนั้น บรรดาลูกศิษย์โทรศัพท์ไปสอบถามที่วัด
เป็นจำนวนมาก ชนิดที่เรียกว่า "สายแทบไหม้"
และในที่สุดข่าวลือก็กลายเป็นข่าวจริง
...เมื่อเช้าตรู่ของวันวาน หลวงพ่อปัญญามรณภาพ...

ช่วงที่เกิดข่าวลือว่าหลวงพ่อปัญญามรณภาพนั้น
ท่านได้ออกมาพูดเป็นคติเตือนใจว่า
...ข่าวลือเรื่องตายไม่ใช่เรื่องอัปมงคล
พระพุทธศาสนาไม่ได้ยึดถือว่า เรื่องใดเป็นมงคลหรืออัปมงคล
พุทธศาสนาถือว่า การทำดีเป็นมงคล
ส่วนการทำชั่วเป็นอัปมงคล
ใครจะลือว่า อย่างไรฉันไม่ถือ
เมื่อถึงเวลาตายก็เป็นเรื่องธรรมดา
ฉันไม่เคยคิดกลัวตายเลยสักครั้งเดียว
เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก...


และเรื่องความตายนี้เองก็เป็นคำถามยอดฮิต
ที่มักมีผู้ถามท่านหลายครั้งหลายครา
ถามกันทุกครั้งที่มีการบรรยายธรรมตามสถานที่ต่างๆ ว่า ...ตายแล้วไปไหน...
ขณะเดียวกันท่านก็ตอบสวนออกมา
แบบไม่ต้องคิดว่า...ตายแล้วไปป่าช้า...
ตามมาด้วยคติธรรมที่ว่า
...ตายแล้วไปไหน ไม่ต้องไปสนใจ
แต่ให้สนใจปัจจุบันว่า ทำตัวดีแต่ไหน
ทำความดีเสียในขณะนี้
ตายแล้วก็จะไปดีเอง
เมื่อเรารู้ว่า เราจะตาย
เราควรทำอะไรที่จะไม่ให้เสียชาติที่ได้เกิดมา



เราก็ควรจะตั้งคำถามตัวเองว่า
ฉันเกิดมาทำไม ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
เพราะว่าชีวิตนี้แข่งอยู่กับความตาย...



ที่มา : http://www.komchadluek.net/2007/10/1...news_id=161193