สร้างปรากฏการณ์ในหมู่วัยรุ่นให้หันมาสนใจหลักพุทธธรรมกันอย่างครึกโครมสำหรับหนังสือ "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"



หนังสือธรรมะ 'ได้ใจ' คนรุ่นใหม่"เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"



ผลงานเขียนเจ้าของนามปากกา"ดังตฤณ" ด้วยเนื้อหาที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยคลายทุกข์ในใจได้อย่างชะงัด จึงกลายเป็นหนังสือธรรมะติดอันดับ "เบสต์ เซลเลอร์" ไปแล้วสำหรับเล่มแรก และล่าสุด เล่ม 2 ก็คลอดออกมาแล้วโดยนักเขียนเจ้าเก่า โดยโปรยปกได้เร้าใจไม่แพ้เล่มที่ผ่านมาว่า"...เพราะอ่านแล้วคุณจะเป็นอีกคน ที่มีสิทธิ์รู้จักความสุขอันมหัศจรรย์..."

"ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไร สิ่งที่ทุกคนต้องการก็ยังเป็นความสุข" ศรัณย์ไมตรีเวช เจ้าของนามปากกา"ดังตฤณ" กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวแนะนำหนังสือ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี "ไก่" มีสุขแจ้งมีสุข และ "ฮาร์ท" สุทธิพงษ์ทัดพิทักษ์กุล รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางแฟนๆ นักอ่านที่มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม จนหอประชุมพุทธคยา ของสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี อาคารอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น 22 ดูเล็กไปอย่างถนัดตา

บรรยากาศเริ่มต้นโดยดังตฤณ กล่าวแนะนำว่า หนังสือเล่มนี้นับเป็นความเข้าใจสุดยอดของพุทธศาสนา ซึ่งคำว่า "สุดยอด" นี้ หมายความถึง การมีปัญญาที่รู้จักจัดการความทุกข์ให้สิ้นไป ชนิดไม่กลับกำเริบมาอีก ซึ่งวิธีเดียวที่ไม่กลับเป็นทุกข์ได้อีก คือ วิธีเจริญสติแบบพระพุทธเจ้าจนบรรลุมรรคผล

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุด คือ การเจริญสติ จนกระทั่งหลุดพ้นจากอุปทาน หลุดพ้นจากความทุกข์ ผมนำเรื่องเหล่านี้มาเขียนในรูปแบบที่อ่านง่าย โดยแน่ใจว่าเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างแท้แน่จริง และสิ่งที่เรามั่นใจว่ามีความถูกต้องก็คือ มีผู้ที่ได้ทดลองทำตาม ซึ่งก็ได้ผลกันมาทุกยุคทุกสมัย อธิบายง่ายๆ นะครับว่า ถ้าหากเรามีสติก็จะคิดถึงในเรื่องที่ดีๆ คิดในเรื่องที่เป็นบวก แต่หากขาดสติ ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ ความคิดของคุณก็จะเป็นลบเสมอ นี่คือสิ่งที่เห็นได้ง่ายที่สุดนะครับ แล้วถ้าดีกว่านั้นอีก คือ เรารู้จักสติแบบซูเปอร์สติ คือมีสติดีขึ้นมาอีก นอกจากป้องกันความทุกข์ได้แล้ว ยังทำให้คุณพ้นไปจากอุปทาน พ้นไปจากความทุกข์ที่คนในโลกเขามีกัน ซึ่งนี่ก็คือคุณค่าของพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง" ดังตฤณ กล่าว

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ดังตฤณ เน้นย้ำว่า คือ ความเข้าใจเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกและยังทำได้ยากที่สุดอีกด้วย

"นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมใช้ภาษาไม่ให้ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ไม่สับสน คนอ่านก็จะรู้สึกว่าตัวเองก็สามารถทำได้ วิธีการสื่อแบบนี้จึงได้ใจคนรุ่นใหม่หันมาอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมยังจำได้ว่า สมัยตัวเองวัยรุ่น ผมสงสัยเรื่องอะไร ก็เอามาเขียน อย่างเช่น เนื้อหาบางช่วงก็เขียนเป็นนิยายสนุกๆ และมีคำตอบที่ทุกคนเกิดความสงสัยอยากรู้ เช่น เรื่องเกี่ยวกับเรื่องวิบากกรรม ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็ล้วนเกี่ยวกับความจริงในชีวิต" ดังตฤณ ว่า

ส่งท้ายด้วยความทันสมัยรับกระแสโลกร้อนเมื่อนักเขียนคนดัง กล่าวว่า ความร้อนส่วนหนึ่งนั้นแน่นอนว่ามาจากดวงอาทิตย์ แต่หัวใจของคนเรากลับร้อนได้ยิ่งกว่าพระอาทิตย์เสียอีก!! "ดวงอาทิตย์ส่งแสงแดดร้อนๆ เรายังหลบไปหาเครื่องทำความเย็นจากแอร์คอนดิชั่นได้ แต่ว่าใจเราถ้ามันร้อนเสียแล้ว มีวิธีเดียวคือ ต้องใช้สติปัญญาในการเห็นโทษของความโกรธ และเข้าใจว่าจะจัดการตัวเองอย่างไรที่จะพ้นความโกรธ ความอาฆาตแค้นได้"

"...ทำอย่างไรจึงมีสติได้ตลอดเวลา? มีสติอย่างไรจึงจะเอาชนะทุกข์ได้เสมอ? เอาชนะทุกข์อย่างไรจึงรู้จักความสุขอันมหัศจรรย์?..." คือโปรยท้ายปกที่เร้าใจได้ไม่แพ้ปกหน้า ซึ่งทุกๆ ข้อความในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนก็ย้ำนักย้ำหนาว่า ตั้งใจตอบโจทย์ให้แก่ผู้อ่านทุกคนที่อยากแก้ไขปัญหาทุกข์ใจได้ด้วยตัวเอง



ที่มา คมชัดลึก