คนเรามีความทุกข์ด้วยเรื่องต่าง ๆ มากมาย แต่ละคนก็มีสาเหตุแตกต่างกันไป แต่เมื่องมองภาพรวมแล้ว มักหนีไม่พ้นเหตุร้ายหรือความไม่สมหวังใน 4 เรื่องใหญ่ ๆ ได้แก่


1.ทรัพย์สินเงินทอง
2.ร่างกาย
3.การงาน
4.ความสัมพันธ์กับผู้คน


ทรัพย์สินเงินทอง


1.ของหาย

ของหายถ้ายังหาไม่เจอ ก็ไม่ควรเพิ่มทุกข์ให้แก่ตนเองด้วยการเฝ้ากังวล ย้ำคิดย้ำครุ่นถึงสิ่งนั้น เพราะถึงจะกังวลเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้หาเจอได้เร็วขึ้น และหากของชิ้นนั้นไม่อาจหวนกลับคืนมาได้ จะมีอะไรดีกว่าการปล่อยวางเพราะเสียของไปแล้วไม่ควรเสียใจซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก

หากคุณยังทุกข์เพราะของชิ้นนั้นอยู่อย่าลืมว่าคุณยังมีทรัพย์สมบัติอีกมากมายที่ดีกว่าและมากกว่าของที่หายไป ใช่หรือไม่ว่าเรามักจะทุกข์เพราะให้ความสนใจกับสิ่งที่หายไปแล้ว (หรือยังไม่มี) มากกว่าสิ่งที่เรามีอยู่ในครอบครอง ลองหันมาใส่ใจหรือชื่อชมกับสิ่งที่ยังอยู่กับเราในขณะนี้ดูบ้าง และปล่อยวางสิ่งที่กลายเป็นอดีตไปแล้ว เราจะทุกข์น้อยลง

ที่นี้มองในแง่ดีดูบ้าง ก็คือคุณยังโชคดีที่ไม่เสียมากไปกว่านี้ แต่จะได้ดีกว่านี้ลองนึกดูว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ “บทเรียน” อะไรแห่งคุณบ้าง มันอาจย้ำเตือนให้คุณมีความระมัดระวังยิ่งขึ้น มีสติหรือความไม่ประมาทยิ่งกว่าเดิม


ที่สำคัญมันอาจกำลังบกสัจธรรมแก่คุณว่า ความพลัดพรากสูญเสียเป็นธรรมดาของชีวิต และคุณจะไม่สูญเสียเพียงเท่านี้แต่ยังจะต้องสูญเสียมากว่านี้ จึงควรมองว่าความสูญเสียที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นแบบฝึกหัดให้คุณรู้จักทำใจปล่อยว่างเพราะถ้าคุณปล่อยวางไม่ได้กับเรื่องแค่นี้ต่อไปคุณจะทุกข์มากกว่านี้

จะให้ดีอย่าปล่อยวางต่อเมื่อของหายไปแล้วควรทำใจตั้งแต่ของนั้นยังอยู่กับคุณว่ามันไม่เที่ยง ไม่อาจอยู่กับคุณได้ตลอดเวลาหากทำใจได้เช่นนี้ คุณก็จะไม่ทุกข์เมื่อถึงคราวที่ของนั้นหายไปจากคุณ


2.ขาดทุน

แทนที่จะมานั่งเสียใจหรือโทษใครต่อใครควรไตร่ตรองทบทวนดูว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นที่ตรงไหน อาจไม่ได้เกิดจากคนอื่นแต่เกิดจากตัวคุณเองก็ได้ มองในแง่ดีการขาดทุนคือสัญญาณเตือนให้คุณปรับปรุงตัวเองหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน หาไม่คุณอาจขาดทุนหนักกว่านี้ มองในแง่นี้ นับว่ายังดีที่วันนี้คุณขาดทุนเพียงเท่านี้

ความจริงอย่างหนึ่งที่ควรตระหนักก็คือชีวิตนี้ย่อมมีทั้งขึ้นและลง ได้กับเสีย กำไรกับขาดทุนเป็นของคู่กัน ไม่มีใครทำกำไรได้ตลอด การขาดทุนจึงเป็นเรื่องธรรมดา มองให้ดีการขาดทุนกำลังสอนสัจธรรมแก่เราว่าไม่มีอะไรเที่ยงแม้แน่นอน และไม่มีอะไรอยู่ในการควบคุมของเราได้อย่างแท้จริง


3.ล้มละลาย

กิจการล้มละลายไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะล้มละลายด้วย คุณยังมีสิ่งดีๆ ที่ทรงคุณค่าอีกมากมายในชีวิต อาทิ พ่อแม่คนรัก ลูกหลาน มิตรสหาย ซึงรักและปรารถนาดีต่อคุณ ที่สำคัญอีประการหนึ่งก็คือ ชีวิตคุณยังมีคุณค่า ทั้งต่อตัวคุณเองและต่อผู้คนอีกมากมาย อย่าลืมว่าคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จหรือความมั่งคั่งร่ำรวย แต่อยู่ที่คุณงามความดี

ไม่มีอะไรที่สายเกินกว่าจะเริ่มต้นใหม่ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจและสติปัญญา ก็สามารถเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ได้เสมอ และเมื่อจะเริ่มต้นใหม่ ก็อย่าลืมเอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นครู ความล้มเหลวที่ผ่านมาสามารถให้บทเรียนที่มีคุณค่ามหาศาลแก่คุณได้ ไม่มีใครที่เดินโดยไม่เคยหกล้ม แต่เมื่อล้มแล้ว ควร “หยิบ” อะไรขึ้นมาสักอย่างสองอย่างก่อนจะลุกและก้าวเดินต่อไป


4. ยากจน

ก่อนอื่นคุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณยากจนจริงหรือ? การที่คุณมีเงินน้อยกว่าคนอื่นไม่ได้หมายความว่าคุณยากจนเสมอไปคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ายากจนก็เพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เขามีมากว่าทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต

ถึงคุณไม่มีรถยนต์หรือบ้านของตัวเองแต่ลองมองให้ทั่ว อาจพบว่าคุณเองมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่น้อย ที่ให้ความสุขสบายแก่ชีวิต ไม่ต้องปากกัดตีบถีบ หรือหาเข้ากินค่ำทันทีที่คุณรู้สึกพอใจหรือพอเพียงกับสิ่งที่มีอยู่ ความรู้สึกจนจะหายไป

ความจนนั้นแยกไม่ออกจากเรื่องของจิตใจ ตราบใดที่ยังมีความอยากอยู่ก็จะรู้สึกจนอยู่เสมอ ลองเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นให้น้อยลง และรู้เท่าทันอิทธิพลของการโฆษณาให้มากขึ้น แทนที่จะจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่ตัวเองยังไม่มี หันมาชื่นชมกับสิ่งที่ตัวเองมีบ้าง คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้จนเลย คุณอาจมีทรัพย์สินเงินทองไม่มาก แต่คุณก็ยังมีครอบครัวที่น่ารัก มีเพื่อนที่ดี มีสุภาพแข็งแรง กินอิ่ม นอนอุ่น ไม่เป็นหนี้ใคร ทั้งหมดนี้เหตุผลมากพอที่คุณควรรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตแล้ว

มองให้ดี ความลำบากก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้คุณเข้มแข็ง อดทนต่ออุปสรรคและรู้จักพึ่งตนเอง คนที่เติบโตมากับความสะดวกสบาย มักจะมีจิตอ่อนแอ ไม่ทนต่อความล้มเหลว ผิดหวังง่าย และมีแนวโน้มว่าสุขภาพจะย่ำแย่ด้วย เพราะกินดีอยู่ดี แต่ไม่ออกกำลังกาย แถมไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าคนที่มาคบหานั้นจริงใจหรือหวังผลประโยชน์จากคุณ

จะมีเงินมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ถึงที่สุดก็พึงตระหนักว่า ทรัพย์สำคัญที่สุดก็คือคุณธรรมและสติปัญญา พุทธศาสนาเรียกว่าอริยทรัพย์ ใครมีทรัพย์ดังกล่าวถือว่าร่ำรวยอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะทำให้รู้จักพอเพียง และพอใจกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังหล่อเลี้ยงจิตใจให้เจริญงอกงาม เต็มไปด้วยความสุข จนเป็นอิสระจากความทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง อริยทรัพย์จึงเป็นสิ่งที่เราควรมีไว้ให้มาก ๆ


5.ไม่มีเงินซ็อปปิ้ง

ถึงคุณจะไม่มีเงินช็อปปิ้ง คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปเลยสักอย่างอาจจะขาดความสนุกหรือความตื่นเต้นไปบ้าง แต่สิ่งที่คุรได้มาก็คือมีเวลาเหลือมากขึ้น สำหรับทำสิ่งที่เป็นประโยชน์

การเที่ยงห้างนั้นมีเสน่ห์ตรงที่เพิ่มรสชาติและความตื่นเต้นให้กับชีวิต แต่ก็สร้างปัญหาแก่เราหลายอย่าง นอกจากเสียเวลาในการซื้อแล้ว ยังต้องเสียเวลาไปกับการใช้ของนั้นเพื่อให้คุ้มค่ากับที่ซื้อมา ยังไม่นับการดูแลรักษา เราทุกคนมีเวลาจำกัดอยู่ในโลกนี้ แต่ละวินาทีจึงมีค่า

เมื่อซื้อของมาแล้วยังต้องหาที่เก็บหลายคนซื้อของมาเก็บไว้เต็มบ้านจนรุกล้ำที่หลับที่นอนหรือเบียดเบียนพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่น ทำให้เกิดปัญหากับคนอื่นในครอบครัว นอกจากนั้นหากเอาเวลาไปเที่ยวห้างจนไม่มีเวลาให้เขาก็อาจทำให้เกิดความห่างกันได้

แทนที่จะจดจ้องว่าคุณยังไม่มีอะไรบ้าง ลองหันมาชื่นชมกับสิ่งที่คุณมีอยู่และพยายามใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ขณะเดียวกันก็สำรวจถี่ถ้วนกว่าการช็อปปิ้งและของที่ซื้อมานั้นก่อภาระแก่คุณเพียงใดบ้าง ถึงตอนนั้นคุณอายจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแล้วทีไม่มีเงินไปช็อปปิ้ง

***************