กิน ''ไวอากร้า'' ระวังตาบอด!

กิน ''ไวอากร้า'' ระวังตาบอด! อย.สหรัฐเตือน พบแล้ว42ราย

อย.สหรัฐเตือนหนุ่มมะเขือเผากิน "ไวอากร้า" ระวังตาบอด หลังพบรายงานหนุ่มมะกัน 38 รายตาบอดหลังใช้ยา สั่งเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ พร้อมหารือบริษัทผู้ผลิตติดฉลากเตือน แม้ไม่พบหลักฐานยืนยัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเมืองไทย เผยไม่พบหนุ่มไทยตาบอดหลังกินยาเสริมสมรรถภาพทางเพศทุกยี่ห้อ
กลายเป็นข่าวที่ฮือฮาไม่น้อย หลังจากมีรายงานในประเทศสหรัฐอเมริกาว่ามีชายหนุ่มหลายรายเกิดอาการตาบอดหลังจากกินยาเสริมสมรรถภาพทางเพศยี่ห้อ "ไวอากร้า" และ "ไซอาลิส" เข้าไป ซึ่งแม้ว่ายังไม่มีการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญถึงกระแสข่าวดังกล่าว แต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงคุณสมบัติและผลข้างเคียงของการใช้ยาทั้ง 2 ยี่ห้อ พร้อมทั้งออกมาแถลงว่า ยังไม่พบหลักฐานใดที่สามารถยืนยืนว่าการใช้ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศทำให้ตาบอดจริง
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) แถลงว่า เอฟดีเอกำลังตรวจสอบรายงานเรื่องที่พบว่ามีผู้ใช้ยาแก้อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศยี่ห้อ ไวอากร้า และไซอาลิส หลายคนเกิดอาการตาบอด ซึ่งหลังจากเกิดข่าวดังกล่าว เอฟดีเอยังไม่พบหลักฐานใดที่สามารถระบุได้ว่ายาเสริมสมรรถภาพทางเพศทั้ง 2 ยี่ห้อทำให้ตาบอดจริง
ทั้งนี้เอฟดีเอได้รับรายงานว่า มีผู้ใช้ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศที่เกิดอาการตาบอดทั้งสิ้นจำนวน 42 ราย โดย 38 รายใช้ไวอากร้าที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในยาประเภทเดียวกัน ส่วนอีก 4 ราใช้ไซอาลิสที่ขายดีเป็นอันดับสอง อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่มีรายใดระบุว่า ใช้ยาเลวิตรา ซึ่งขายดีเป็นอันดับสามเกิดอาการตาบอด

ภายหลังเกิดข่าวดังกล่าว เอฟดีเอได้หารือกับบริษัทผู้ผลิตยาเสริมสมรรถภาพทางเพศทั้งไวอากร้า ไซอาลิส และเลวิตรา เกี่ยวกับการติดฉลากเตือนผู้บริโภคให้รับรู้ว่า เมื่อใช้ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศอาจะมีผลกระทบต่อสายตาในระดับต่างๆ รวมทั้งอาจทำให้ตาบอดได้ ซึ่งขณะนี้ผู้ผลิตยาไซอาลิสประกาศว่า สมัครใจที่จะติดฉลากเตือนความยาวหนึ่งบรรทัด

ด้านโฆษกของไฟเซอร์ บริษัทผู้ผลิตไวอากร้า เปิดเผยว่า แม้จะไม่มีหลักฐานระบุว่าไวอากร้าทำให้ตาบอด แต่หากเป็นจริงก็ถือว่า เป็นอัตราส่วนที่น้อยมากหากนำมาเทียบกับผู้ใช้ยาทั่วโลกที่สูงถึง 23 ล้านคนนับตั้งแต่ได้รับอนุญาตให้เริ่มใช้ได้เมื่อปี 2541 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามบริษัทไฟเซอร์ได้ปรึกษากับทางเอฟดีเอว่า บริษัทอาจพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมลงในฉลาก เพื่อให้ทราบว่า มีผู้ใช้บางรายตาบอด แต่ขอยืนยันว่าการตีพิมพ์ข้อความในฉลากไม่ได้หมายความว่า ไฟเซอร์ยอมรับแล้วว่า ไวอากร้าทำให้ตาบอดจริง เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

ทั้งนี้ไฟเซอร์ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้ไวอากร้าบางรายที่ใช้แล้วมีอาการความดันสูง คอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นอาการที่ทำให้ตาบอดได้ เนื่องจากโลหิตที่จะไปหล่อเลี้ยงดวงตาถูกบล็อกไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ไวอากร้ากำลังถูกกดดันอย่างมากจาก 2 คู่แข่งที่มาใหม่คือไซอาลิสกับเลวิตรา โดยเมื่อปีที่แล้วไวอากร้ามียอดขายตกลงถึงร้อยละ 11 จาก 1,880 ล้านดอลลาร์ เหลือ 1,680 ล้านดอลลาร์

ส่วนความเคลื่อนไหวในประเทศไทย น.พ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ เวบมาสเตอร์คลินิกรัก เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า จากรายงานทางการแพทย์ในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่รับประทานยาแก้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศแล้วส่งผลให้เกิดอาการตาบอดแม้แต่คนเดียว แต่ผู้ที่ใช้ยาประเภทนี้อาจได้รับผลกระทบข้างเคียงจากฤทธิ์ของยา คือเกิดอาการตาปรือชั่วคราว ซึ่งหากยาที่รับประทานเข้าไปหมดฤทธิ์ลงเมื่อไรอาการดังกล่าวก็จะหายไป

"สำหรับผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากการรับประทานยาเสริมสมรรถภาพทางเพศแล้วยังไม่หยุดรับประทานคงยังใช้ต่อไปในระยะเวลานานๆ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะทำได้รับผลกระทบต่อดวงตาจนทำให้บอดได้ แต่ก็ไม่สามาถยืนยันได้ชัดเจน" เวบมาสเตอร์คลินิกรัก กล่าว

น.พ.รุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า จากสถิติที่ผ่านมามีเพียงคนไข้ไม่กี่รายเท่านั้นที่รับประทานยาเสริมสมรรถภาพทางเพศแล้วส่งผลข้างเคียง เพราะจากการตรวจคนไข้หลายรายพบว่า อาการตาปรือชั่วคราวเกิดมาจากอาการหน้ามืดหลังมีกิจกรรมทางเพศ

นายนิรัตน์ เตียสุวรรณ ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ อย. ยังไม่พบว่า มีผู้ที่ใช้ยาแก้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศแล้วส่งผลให้เกิดอาการตาบอดแม้แต่รายเดียว ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม

"การที่ อย.ของประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาเตือนประชาชนนั้น เท่าที่ทราบยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการกินยาแก้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศเป็นสาเหตุหลัก แต่เป็นไปได้ว่าการรับประทานยาประเภทนนี้ ผู้ใช้อาจไม่มีความรู้เรื่องยา หรือไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ หรือมีปัจจัยอื่นๆ ส่งให้ยาดังกล่าวเป็นพิษต่อร่างกายก็เป็นได้" นายนิรัตน์ กล่าว